ความสำเร็จของญะมาอะฮฺ  บทเรียนจากการฮิญเราะฮฺ


โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

ดาวน์โหลดเอกสาร :

การอพยพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของมุสลิม หลังจากที่สถาน การณ์ความรุนแรง การต่อต้านจากมุชริกชาวมักกะฮฺเพิ่มทวีคูณมากขึ้นทุกวัน อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงมีรับสั่งให้ท่าน นบีนั้นอพยพออกจากมักกะฮฺ ไปสู่มะดีนะฮฺ เพื่อเริ่มเชิดชูชะรีอะฮฺอิสลามให้ยิ่งใหญ่ และเป็นจุดเริ่มต้นของการ ทำให้พระดำรัสของอัลลอฮฺนั้นเกิดขึ้นทั่วโลกเรื่อยมา


บทเรียนจากการอพยพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นั้นมีมากมายหลายแง่มุมด้วยกัน และแง่คิดหนึ่ง ที่ได้จากเหตุการณ์นี้นั่นก็คือ เมื่อทุกคนปฏิบัติตามหน้าที่อย่างสมบูรณ์และจริงใจ กิจการหรืองานที่ปฏิบัตินั้น ก็จะเสร็จลุล่วงไปด้วยดี แม้นว่างานนั้นจะเป็นงานที่อันตราย ยิ่งใหญ่ ก็ตาม

ในเหตุการณ์การอพยพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นอกจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม และท่านอบูบักร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ แล้วนั้นก็ยังมีหลายคนที่มีส่วนสำคัญในการทำให้ภารกิจการอพยพครั้งนี้สม บูรณ์และลุล่วงไปด้วยดี เช่น

- ท่านอบูบักรฺ อัศศิกดิ๊ก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ

- ท่านอาลี อิบนิ อบีฏอเล็บ  ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ

- ท่านหญิงอัสมาอฺ บินติ อบูบักร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา

- ท่านหญิงอะอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา

- ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนิ อบูบักร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ

- อามิร บิน ฟุฮัยเราะฮ์ คนรับใช้ของท่านอบูบักรฺ

- อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุรัยกิต ผู้นำทาง

เหล่านี้คือบุคคลที่มีส่วนร่วมในการทำให้การอพยพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นไปอย่างราบรื่น ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ และทุกคนก็ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างสมบูรณ์ ไม่ขาดตกบกพร่อง จึงทำให้กิจการอันยิ่ง ใหญ่ท่ามกลางอันตรายจากการตามล่าเอาชีวิตท่านนบีจากพวกมุชริกชาวมักกะฮฺนั้น ประสบความสำเร็จและ เป็นไปได้ด้วยดี

เหตุการณ์ในช่วงของการอพยพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

เมื่อชาวกุรัยช์รู้ว่ามีชาวยัษริบบางคนเข้ารับอิสลาม พวกเขายิ่งทำร้ายมุสลิมในมักกะฮฺหนักหน่วงยิ่งขึ้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงได้บัญชาให้อพยพไปยังนครมะดีนะฮฺ ชาวมุสลิมจึงพากันอพยพไปอย่างลับ ๆ เมื่อผู้ปฏิเสธชาวกุเรชเห็นว่าบรรดามุสลิมได้อพยพ และรอดพ้นจากน้ำมือพวกเขาไปได้  จึงมีความโกรธแค้น มากยิ่งขึ้น พวกเขาจึงเรียกประชุมที่ “ดารุ้ลนัดวะฮ์ ” (دارالندوة   ) เพื่อคิดหาวิธีจัดการ กับมุฮัมมัด

แล้วที่ประชุมได้เห็นชอบตามข้อเสนอของอบีญะฮ์ล ที่เสนอให้ทำการสังหารท่านนะบีมุฮัมมัด  โดยคัดเลือกชาย หนุ่มจากทุกเผ่า เผ่าละหนึ่งคน เพื่อร่วมกันสังหารท่านนะบีมุฮัมมัด  พร้อมกัน ซึ่งจะทำให้เป็นการยากลำบากแก่ เผ่าของท่านนะบี  ในการที่จะตอบโต้บรรดาเผ่าต่าง ๆ ได้  และในที่สุดเผ่าของท่านนะบีมุฮัมมัด  จะต้องจำใจ รับเอาค่าสินไหมเป็นการทดแทน แล้วแผนการสังหารได้ถูกกำหนดขึ้น ภายใต้การควบคุมของอบีญะฮ์ลฺ

ชายหนุ่มที่รับหน้าที่สังหารท่านนบีนั้นก็ไปรวมตัวกันที่หน้าบ้านท่านนบี แต่ในคืนนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ไม่ได้นอนอยู่ที่เตียง แต่ผู้ที่นอนแทนท่านนบีนั้นคือ ท่านอาลี อิบนิ อบีฎอเล็บ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ส่วน ท่านนบีนั้นได้ออกไปจากบ้านในเวลากลางคืน และมุ่งไปที่บ้านของท่านอบูบักรฺ ที่ได้เตรียมการเพื่ออพยพไว้แล้ว โดยท่านอบูบักรฺได้ว่าจ้าง อับดุลลอฮฺ อิบนิ อุร็อยกิต ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นมุสลิม ให้นำทางไปที่นครมะดีนะฮฺ โดยหลีก เลี่ยงเส้นทางปกติที่ผู้คนใช้ เพื่อไม่ให้พวกมุชริกตามมาเจอ

ท่านนบีกับท่านอบูบักรฺได้ไปแวะพักที่ถ้ำซูรก่อน 3 วัน โดยในระหว่างพำนักอยู่ที่ถ้ำนั้น ท่านหญิงอัสมาอฺได้นำ อาหารมาให้ท่านทั้งสองที่ถ้ำ รวมไปถึงท่านอับดุลลอฮฺ กับอามิร บิน ฟุฮัยเราะฮ์ ซึ่งท่านอับดุลลอฮ์ จะมาหา คนทั้งสองที่ถ้ำในตอนกลางคืน เพื่อแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวของพวกกุเรชและเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ยินมา แล้วจะกลับไปก่อนรุ่งสาง โดยอบู่กับพร้อมกับชาวกุเรช ประหนึ่งว่าอยู่ที่มักกะฮฺตลอดเวลา เช่นเดียวกับที่ อามิร บิน ฟุฮัยเราะฮ์ คนรับใช้ของอบูบักร จะมาพร้อมฝูงแพะที่เขาเลี้ยงดูอยู่ ทำให้ดูเหมือนคนเลี้ยงเแพะ และรอให้ถึง เวลาที่ความมืดปกคลุมไปทั่ว แล้วนำเอานมให้ท่านทั้งสองได้ดื่มกิน

เมื่อการตามหาท่านทั้งสองได้เริ่มเพลาลง ท่านทั้งสองและคนนำทางก็เริ่มอพยพ โดยอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุร็อยกิต ได้นำทางท่านทั้งสองไปตามเส้นทางริมทะเลแดง จวบจนถึงมะดีนะฮฺในที่สุด

ท่านอบูบักรฺ อัศศิกดิ๊ก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ
หน้าที่ของท่าน : ร่วมเดินทางกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตลอดการอพยพ คอยปกป้อง ป้องกันภัยใกล้ตัว เตรียมพาหนะ ตลอดจนช่วยเหลือปรนิบัตท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในทุกเรื่อง


ท่านอาลี อิบนิ อบีฏอเล็บ  ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ
หน้าที่ของท่าน : อาสานอนที่เตียงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จากการลอบสังหารของพวกมุชริก
ซึ่งท่านอาลี บิน อบีฏอลิบ มานอนแทนบนที่นอนในคืนที่มีการนัดหมายจะสังหารท่านโดยไม่กลัวตาย ไม่เสียดายชีวิต

อัสมาอฺ บินติ อบูบักร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา และ ท่านหญิงอะอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา
หน้าที่ของท่าน :จัดการเรื่องอาหารเสบียงในการอพยพนำอาหารนมไปส่งให้ท่านนบีกับท่านอบูบักรที่ถ้ำ

เมื่อครั้งที่ทั้งสองอพยพจากมักกะฮฺและพักอยู่ในถ้ำหิรออฺ นางได้เล่าให้ฟังว่า “ฉันได้เตรียมสำรับให้ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะซัลลัม ในบ้านของพ่อเมื่อครั้งที่ท่านต้องการอพยพ แต่ฉันไม่มีเชือกที่จะใช้ผูกถุงสำ รับอาหารและที่ใส่น้ำดื่ม ฉันกล่าวกับพ่อว่า ฉันไม่มีอะไรนอกจากผ้าคาดเอวของฉันเท่านั้น ท่านจึงสั่งให้ฉันฉีก ผ้าออกเป็นสองสายและใช้ผูกถุงสำรับอาหารกับน้ำดื่ม” ตั้งแต่นั้นมานางจึงได้ชื่อว่า ซาตุน นิฏอก็อยนฺ หมายถึง หญิงผู้มีผ้าคาดเอวสองสาย และอบู ญะฮัล ได้มาหานางที่บ้านเพื่อซักถามว่าพ่อของนางไปไหน นางเล่าว่า “ฉันตอบว่า ฉันไม่รู้ ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ฉันไม่รู้ว่าเขาไปไหน เมื่อนั้นอบู ญะฮัลจึงยกมือขึ้นตบหน้าฉัน จนกระทั่งต่างหูอันหนึ่งหลุดไป”

อับดุลลอฮฺ อิบนิ อบูบักร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ และ อามิร บิน ฟุฮัยเราะฮ์
หน้าที่ของท่าน : สืบหาข่าว ความเคลื่อนไหว ของมุชริกมักกะฮฺ

อับดุลลอฮ์ จะมาหาคนทั้งสองที่ถ้ำในตอนกลางคืน เพื่อแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวของพวกกุเรชและเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ยินมา แล้วจะกลับไปก่อนรุ่งสาง เช่นเดียวกับที่ อามิร บิน ฟุฮัยเราะฮ์ คนรับใช้ของอบูบักร จะมาพร้อมฝูง แพะที่เขาเลี้ยงดูอยู่ ทำให้ดูเหมือนคนเลี้ยงเแพะ และรอให้ถึงเวลาที่ความมืดปกคลุมไปทั่ว แล้วนำเอานมให้ท่าน ทั้งสองได้ดื่มกิน

อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุรัยกิต
หน้าที่ของท่าน : เป็นผู้นำทางท่านนบีและท่านอบูบักรฺไปให้ถึงมะดีนะฮฺให้เร็วที่สุด

ท่านอบูบักรฺได้ว่าจ้างอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุร็อยกิต ซึ่งไม่ได้เป็นมุสลิม เพื่อนำทางไปสู่นครมะดีนะฮฺ โดยให้หลีก เลี่ยงเส้นทางที่ผู้คนใช้กันตามปกติ ไปใช้เส้นทางที่มุชริกนั้นจะไม่สามารถพบได้

แง่คิดจากเหตุการณ์นี้

ความสำเร็จของการอพยพของท่านนบีนั้นมาจากความร่วมหลายฝ่าย แต่ละฝ่ายทำหน้าที่ได้อย่างดี ท่านอาลี ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ มีความกล้าหาญไม่กลัวความตาย ยอมแลกชีวิตในการตายแทนท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะ ซัลลัมได้

ส่วนท่านหญิงอัสมาอฺ และท่านหญิงอาอิชะฮฺ นั้น ได้ตะเตรียมอาหารอย่างดีให้กับท่านนบีและท่านอบูบักรฺ

ส่วนท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อบูบักรฺ ก็เช่นเดียวกัน ท่านมีความกล้าหาญในการเข้าไปสืบหาข้อมูล ข่าวคราวต่าง ๆ จากมุชริกโดยที่ไม่กลัวจะถูกจับได้ และท่านก็สามารถทำได้อย่างดีในการนำข่าวคราวต่าง ๆ มาบอกกับท่านนบี รวมไปถึงอามิร บิน ฟุฮัยเราะฮ์ ที่ทำให้ดูเหมือนคนเลี้ยงเแพะ และรอให้ถึงเวลาที่ความมืดปกคลุมไปทั่ว แล้วนำเอานมให้ท่านทั้งสองได้ดื่มกิน

ส่วนอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุรัยกิตตฺ ถึงจะไม่ใช่มุสลิมแต่เขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีในการเป็นผู้นำทางให้ท่านนบีกับ ท่านอบูบักรฺ โดยพาท่านทั้งสองไปตามเส้นทางที่ปลอดภัยจากพวกกุฟฟารจนถึงมะดีนะฮฺ

ในมุมกลับกันซึ่งถ้าหากว่าแต่ละคนบิดพลิ้วหน้าที่ หรือปฏิบัติไม่เต็มความสามรถ การอพยพของท่านนบีนั้นก็ยิ่ง ลำบากมากขึ้น กรณีเช่น ถ้าท่านอาลี ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กลัวความตาย ไม่ไปนอนที่เตียงท่านนบี มุชริมักกะฮฺที่ ล้อมบ้านของท่านนบีอยู่นั้นก็จะสังเกตว่าท่านนบีนั้นไม่ได้อยู่ที่เตียงนอน และก็จะเริ่มค้นหาตัวท่านนบีกันตั้งแต่ เย็น ซึ่งก็อาจจะทำให้การอพยพของท่านนบีนั้นยากยิ่งขึ้นเพราะมุชริกเริ่มรู้ตัวแล้ว และก็อาจจะมีมุชริกกระจัด กระจายเต็มไปทั่วมักกะฮฺ ซึ่งโอกาสในการอพยพไปแบบลับ ๆ ก็จะยากยิ่งขึ้น

กรณีของท่านหญิงอัสมาอฺ บินติ อบูบักรฺ และท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา ถ้าทั้งสองไม่ช่วยในการจัด เตรียมเสบียงให้แก่ท่านนบีกับอบูบักรฺในการอพยพครั้งนี้ ท่านนบีกับท่านอบูบักรฺก็จะมีภาระเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ในการอพยพครั้งนี้ ไหนจะต้องหลบพวกกุฟฟาร และยังต้องหาอาหารอีก

กรณีของท่านอับดุลลอฮฺ บิน อบูบักรฺ ถ้าท่านไม่ไปสืบ ค้นหาข่าวจากพวกกุฟฟารแล้วไซร้ แน่นอนท่านนบีและ ท่านอบูบักรฺก็จะไม่ทราบถึงความเคลื่อนไหวของพวกกุฟฟารเลย เมื่อไม่ทราบข่าวก็ไม่รู้ว่าจะเตรียมเดินทาง ตอนไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เป็นต้น

กรณีของอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุรัยกิต ซึ่งเขาก็ไม่ใช่มุสลิมด้วยถ้าหากว่าเขาปฏิเสธที่จะเป็นผู้นำทางให้ท่านนบี แน่นอนท่านนบีกับท่านอบูบักรฺจะประสบปัญหาในการเดินทาง ไม่รู้เส้นทางหลีกเลี่ยงผู้คน และอาจจะใช้เวลาใน การเดินทางยืดเยื้อไปหลายวันก็เป็นได้

ดังนั้นสังคมมุสลิมทั่วโลกในปัจจุบันก็เช่นเดียวกัน เราควรนำแง่คิด หรือบทเรียนอันล้ำค่าจากการอพยพของ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มาปรับใช้ในทุกกิจการของมุสลิม เป็นต้นว่า ถ้าทุกคนในสังคมมุสลิม ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด มีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น อิหม่าม อาจารย์ พ่อ แม่ นักเรียน สังคม มุสลิมก็จะมีประสิทธิภาพอย่างมาก รวมถึงจะสร้างความเป็นญะมาอะฮฺ เกิดความสามัคคีขึ้นในสังคม  และเมื่อมี กิจการงานใดก็ตามแต่ งานนั้นก็จะลุล่วงเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดีเหมือนในเหตุการณ์การอพยพของท่านนบี ศ็อลลัล ลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้

1.การปฏิบัติงานใหญ่นั้นต้องร่วมมือจากหลายฝ่าย

2.แต่ละคนต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

3.เยาวชนถือเป็นแกนหลักสำคัญในการทำงานศาสนา ปฏิรูปสังคม

4.มุสลิมะฮฺต้องถือเป็นเบื้องหลังความสำเร็จที่สำคัญเป็นอย่างมาก

5.อนุญาติในการที่จะให้กาเฟรช่วยเหลือถ้าเป็นบุคคลที่ไม่เป็นภัยไม่คิดร้ายไม่สัปปรับต่ออิสลาม


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 21 ธันวาคม 55 เวลา 21.30 น.