ใครคือชาวสวรรค์ ?


โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

 

อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะได้เป็นชาวสวรรค์ไว้ในพระคัมภีร์ของพระองค์ใน หลายโองการ เช่น ต้องเป็นผู้ที่ศรัทธาและยำเกรงต่อพระองค์ จงรักภักดีต่อพระองค์ เชื่อฟังและปฏิบัติตาม ศาสนทูตของพระองค์ ประกอบแต่กรรมดี ละเว้นความชั่ว และอื่น ๆ อีก  ดังจะกล่าวโดยสังเขปต่อไปนี้    อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงมีรับสั่งว่า

وَالَّذِينَ آَمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ أُولَئِكَ أَصْحَابُ الْجَنَّةِ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ

"และบรรดาผู้ที่ศรัทธาและปฏิบัติแต่ความดีงามทั้งหลาย พวกเขาคือชาวสวรรค์ โดยที่พวกเขา จะพำนักอยู่ในสวรรค์นั้นชั่วนิรันดร"

ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 82

และทรงมีรับสั่งอีกว่า

إِنَّ الَّذِينَ قَالُوا رَبُّنَا اللَّهُ ثُمَّ اسْتَقَامُوا فَلَا خَوْفٌ عَلَيْهِمْ وَلَا هُمْ يَحْزَنُونَ (13) أُولَئِكَ أَصْحَابُ الْجَنَّةِ خَالِدِينَ فِيهَا جَزَاءً بِمَا كَانُوا يَعْمَلُونَ (14)

"แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮฺคือพระเจ้าของพวกเรา แล้วพวกเขาก็ยืนหยัดอย่างจริงจัง จะไม่ มีความหวาดกลัวใดๆแก่พวกเขา และพวกเขาก็จะไม่เศร้าใจ (13) พวกเขาคือชาวสวรรค์  พวกเขา จะพำนักอยู่ในสวรรค์นั้นชั่วนิรันดร เป็นการสมนาคุณแก่ผลงานที่พวกเขาได้กระทำไว้"

ซูเราะฮ์อัลอะหฺกอฟ อายะฮ์ที่ 13-14

และทรงมีรับสั่งอีกว่า

لِلَّذِينَ أَحْسَنُوا الْحُسْنَى وَزِيَادَةٌ وَلَا يَرْهَقُ وُجُوهَهُمْ قَتَرٌ وَلَا ذِلَّةٌ أُولَئِكَ أَصْحَابُ الْجَنَّةِ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ

"สำหรับบรรดาผู้ปฏิบัติความดี จะได้รับความดีสมนาคุณ และได้เพิ่มพิเศษอีก ความหมองเศร้าและ ความอดสูจะไม่ปรากฏที่ใบหน้าของพวกเขา พวกเขาคือชาวสวรรค์  พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวรรค์ นั้นชั่วนิรันดร"

ซูเราะฮ์ยูนุส อายะฮ์ที่ 26

และทรงมีรับสั่งอีกว่า

إِنَّ الَّذِينَ آَمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ وَأَخْبَتُوا إِلَى رَبِّهِمْ أُولَئِكَ أَصْحَابُ الْجَنَّةِ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ

"แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและผู้ปฏิบัติแต่ความดี และสำรวมตนต่อพระเจ้าของพวกเขา พวกเขาคือ ชาวสวรรค์  พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวรรค์นั้นชั่วนิรันดร"

ซูเราะฮ์ฮูด อายะฮ์ที่ 23

และทรงมีรับสั่งอีกว่า

قَدْ أَفْلَحَ الْمُؤْمِنُونَ (1) الَّذِينَ هُمْ فِي صَلَاتِهِمْ خَاشِعُونَ (2) وَالَّذِينَ هُمْ عَنِ اللَّغْوِ مُعْرِضُونَ (3) وَالَّذِينَ هُمْ لِلزَّكَاةِ فَاعِلُونَ (4) وَالَّذِينَ هُمْ لِفُرُوجِهِمْ حَافِظُونَ (5) إِلَّا عَلَى أَزْوَاجِهِمْ أوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَانُهُمْ فَإِنَّهُمْ غَيْرُ مَلُومِينَ (6) فَمَنِ ابْتَغَى وَرَاءَ ذَلِكَ فَأُولَئِكَ هُمُ الْعَادُونَ (7) وَالَّذِينَ هُمْ لِأَمَانَاتِهِمْ وَعَهْدِهِمْ رَاعُونَ (8) وَالَّذِينَ هُمْ عَلَى صَلَوَاتِهِمْ يُحَافِظُونَ (9) أُولَئِكَ هُمُ الْوَارِثُونَ (10) الَّذِينَ يَرِثُونَ الْفِرْدَوْسَ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ (11)

"บรรดาผู้ศรัทธาจักได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน (1) ทั้งนี้พวกเขาเป็นผู้นอบน้อม (สำรวม) ในการละหมาด ของพวกเขา (2) และพวกเขาเป็นผู้ผินหลังให้ (ไม่แยแสสนใจ) เรื่องไร้สาระต่างๆ (3) และพวกเขาเป็น ผู้บริจาคซะกาฮ์ (4) และพวกเขาเป็นผู้รักษาความบริสุทธิ์ของอวัยวะเพศของพวกเขา (5)เว้นแต่กับ บรรดาภรรยาของพวกเขาหรือผู้ที่มือขวาของพวกเขาครอบ ครองอยู่ (คือทาสหญิง) ในกรณีเช่นนี้ พวกเขาจะไม่ถูกตำหนิ (6) ฉะนั้นผู้ใดใฝ่ใคร่อื่นจากนี้นั้น พวกเขาก็เป็นผู้ละเมิด (7) และพวกเขาเป็น ผู้เอาใจใส่ต่อสิ่งที่ได้รับมอบหมาย (อะมานะฮ์,ความรับผิดชอบ) ของพวกเขา และต่อคำสัญญาของ พวกเขา (8) และพวกเขาเป็นผู้รักษาการละหมาดของพวกเขา (9) พวกเขาเหล่านี้แหละเป็นทายาท (คือผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง) (10) ซึ่งพวกเขาจะได้รับสวรรค์อัลฟริเดาส์ พวกเขาจะอยู่ในนั้นอย่างนิรันดร (11)"

ซูเราะฮ์อัลมุอฺมินูน อายะฮ์ที่ 1-11

และทรงมีรับสั่งอีกว่า

إِنَّ الْإِنْسَانَ خُلِقَ هَلُوعًا (19) إِذَا مَسَّهُ الشَّرُّ جَزُوعًا (20) وَإِذَا مَسَّهُ الْخَيْرُ مَنُوعًا (21) إِلَّا الْمُصَلِّينَ (22) الَّذِينَ هُمْ عَلَى صَلَاتِهِمْ دَائِمُونَ (23) وَالَّذِينَ فِي أَمْوَالِهِمْ حَقٌّ مَعْلُومٌ (24) لِلسَّائِلِ وَالْمَحْرُومِ (25) وَالَّذِينَ يُصَدِّقُونَ بِيَوْمِ الدِّينِ (26) وَالَّذِينَ هُمْ مِنْ عَذَابِ رَبِّهِمْ مُشْفِقُونَ (27) إِنَّ عَذَابَ رَبِّهِمْ غَيْرُ مَأْمُونٍ (28) وَالَّذِينَ هُمْ لِفُرُوجِهِمْ حَافِظُونَ (29) إِلَّا عَلَى أَزْوَاجِهِمْ أَوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَانُهُمْ فَإِنَّهُمْ غَيْرُ مَلُومِينَ (30) فَمَنِ ابْتَغَى وَرَاءَ ذَلِكَ فَأُولَئِكَ هُمُ الْعَادُونَ (31) وَالَّذِينَ هُمْ لِأَمَانَاتِهِمْ وَعَهْدِهِمْ رَاعُونَ (32) وَالَّذِينَ هُمْ بِشَهَادَاتِهِمْ قَائِمُونَ (33) وَالَّذِينَ هُمْ عَلَى صَلَاتِهِمْ يُحَافِظُونَ (34) أُولَئِكَ فِي جَنَّاتٍ مُكْرَمُونَ

"แท้จริงมนุษย์นั้นถูกบังเกิดมาเป็นคนที่หวั่นพรั่นกลัว (19) เมื่อความชั่วร้าย (ทุกข์ภัย) ประสบแก่เขา ก็โวยวาย (20) และเมื่อความดีประสบแก่เขาก็หวงแหน(กีดกันผู้อื่น) (21) นอกจากบรรดาผู้ทำละหมาด (22) ซึ่งพวกเขาดำรงการละหมาดของพวกเขาอยู่เป็นประจำ (23) และบรรดาผู้ที่ในทรัพย์สินของพวก เขามีส่วนสิทธิ์ที่ถูกจัดแบ่งไว้(24) สำหรับผู้ที่เอ่ยขอและผู้ที่ไม่เอ่ยขอ (25) และบรรดาผู้ที่เชื่อมั่นต่อวัน แห่งการตอบแทน (กิยามะฮ์) (26) และบรรดาผู้ที่มีความหวาดหวั่นต่อการลงโทษแห่งพระเจ้าของพวก เขา (27) แท้จริงการลงโทษแห่งพระเจ้าของพวกเขาไม่เป็นที่ปลอดภัย (28) และบรรดาผู้ที่ระวัง อวัยวะเพศของพวกเขา นอกจากแก่คู่ครองของพวกเขา (29) หรือที่มือขวาของพวกเขาครอบครอง (ทาสหญิงในปกครอง) ในลักษณะเช่นนั้นพวกเขาจะไม่เป็นผู้ที่ถูกตำหนิ (30) ดังนั้นผู้ใดใฝ่ใคร่ไปนอก จากนี้นั้น พวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้ละเมิด (31) และบรรดาผู้ที่ระวังรักษาสิ่งที่ได้รับมอบหมาย (อะมานะฮฺ) ของพวกเขาและคำมั่นสัญญาของพวกเขา (32) และบรรดาผู้ที่ดำรง (มีความรับผิดชอบ) ต่อการเป็น พยานของพวกเขา (33) และบรรดาผู้ที่ดำรงรักษาในการละหมาดของพวกเขา (34) พวกเขาเหล่านั้น จะได้พำนักอยู่ในสวนสวรรค์อย่างสมเกียรติเกียรติ ” (35)"

ซูเราะฮ์อัลมะอาริจญ์ อายะฮ์ที่ 19-35


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 12 กันยายน 55 เวลา 13.10 .