สิ่งที่ส่งเสริมให้ปฏิบัติก่อนออกไปละหมาดวันศุกร์ :


โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

1.การอาบน้ำในวันศุกร์ :

จำเป็นสำหรับบุคคลที่มาละหมาดวันศุกร์นั้นในการที่จะต้องอาบน้ำทั่วร่างกาย ตามคำกล่าวที่ถูกต้องของบรรดา ปวงปราชญ์ ดังที่มีรายงานจากอบีสะอีด เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

غُسْلُ يَوْمِ الْجُمُعَةِ وَاجِبٌ عَلَى كُلِّ مُحْتَلِمٍ

"การอาบน้ำทั่วร่างกายในการมาละหมาดวันศุกร์นั้น จำเป็นต่อมุสลิมทุกคนที่บรรลุศาสนภาวะ"

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 879  มุสลิม : 846)

และมีรายงานจากอิบนิ อุมัร เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

إِذَا جَاءَ أَحَدُكُمُ الْجُمُعَةَ فَلْيَغْتَسِلْ

"เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านมาละหมาดวันศุกร์ ฉะนั้นแล้วเขาจงอาบน้ำชำระทั่วร่างกาย"

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 877  มุสลิม : 844)

และเป็นที่เข้าใจได้ว่า การอาบน้ำทั่วร่างกายนั้นไม่ได้เป็นบทบัญญัติสำหรับผู้ที่ไม่ได้มาละหมาดวันศุกร์ ตามคำกล่าวของบรรดาปวงปราชญ์ ฉะนั้นแล้วไม่ได้หมายความว่า ให้บุคคลที่ได้รับข้อยกเว้นในการที่ไม่ต้องมา ละหมาดวันศุกร์ต้องอาบน้ำทั่วร่างกายด้วย ((ฟัตหุลบารียฺ : 417/2 อัลเอาซัฏ : 48/4))

2.ปะพรมน้ำหอม :

มีรายงานจากซัลมาน อัลฟาริซียฺ เล่าว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

لَا يَغْتَسِلُ رَجُلٌ يَوْمَ الْجُمُعَةِ وَيَتَطَهَّرُ مَا اسْتَطَاعَ مِنْ طُهْرٍ وَيَدَّهِنُ مِنْ دُهْنِهِ أَوْ يَمَسُّ مِنْ طِيبِ بَيْتِهِ ، ثُمَّ يَخْرُجُ فَلَا يُفَرِّقُ بَيْنَ اثْنَيْنِ ، ثُمَّ يُصَلِّي مَا كُتِبَ لَهُ ، ثُمَّ يُنْصِتُ إِذَا تَكَلَّمَ الْإِمَامُ ، إِلَّا غُفِرَ لَهُ مَا بَيْنَهُ وَبَيْنَ الْجُمُعَةِ الْأُخْرَى

"ไม่มีหรอก บุคคลหนึ่งที่อาบน้ำทั่วร่างกายในวันศุกร์ ทำความสะอาดเท่าที่มีความสามารถ ใสน้ำมันผม ปะพรมน้ำหอมที่บ้าน หลังจากนั้นก็ออกไปละหมาด โดยไม่แยกกันระหว่างทั้งสอง หลังจากนั้น ก็ละหมาดที่ถูกกำหนดแก่เขา แล้วก็นิ่งเงียบฟังเมื่ออิหม่ามกล่าวคุฏบะฮฺ นอกจากว่าเขาจะได้รับการ อภัยโทษจากวันศุกร์หนึ่งจนไปถึงอีกศุกร์หนึ่ง"

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 883  อบูดาวุด : 1113 อัดดาริมียฺ : 1541 อัลบะเฆาะวียฺ : 1058)

ส่วนบรรดามุสลิมะฮฺนั้น มีหลักฐานมากมายที่ห้ามปะพรมน้ำหอมในขณะที่ออกไปละหมาดที่มัสญิด มีรายงานจาก ซัยนับ ภรรยาของอับดุลลอฮฺ นางเล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวกับพวกเราว่า :

إِذَا شَهِدَتْ إِحْدَاكُنَّ الْمَسْجِدَ ، فَلَا تَمَسَّ طِيبًا

"เมื่อใดที่คนหนึ่งของพวกเธอ จะไปละหมาดที่มัสญิด ก็จงอย่าใส่น้ำหอม"

(บันทึกโดยมุสลิม บทที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาด : 443)

3.ใช้สิวากถูฟัน หรือแปรงฟัน :

ส่งเสริมให้แปรงฟันหรือถูฟันในขณะที่จะละหมาดทุกครั้ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

لَوْ لاَ أَنْ أَشُقَّ عَلىَ أُمَّتِيْ لَأَمَرْتُهُمْ بِالسِّوَاكِ عِنْدَ كُلِّ صَلاَةٍ

"หากไม่เป็นการยากลำบากกับประชาชาติของฉันแล้วละก็ ฉันจะใช้พวกเขาให้แปรงฟันหรือถูฟัน ทุกครั้งที่จะละหมาด "

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 887 มุสลิม : 578)

ฉะนั้นแล้วการละหมาดวันศุกร์ก็คือการละมาดฟัรฎูที่สำคัญ และเป็นวันอีดวันหนึ่งที่มุสลิมมีนจะได้พบปะกับพี่น้อง การทำความสะอาดร่างกายจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจและปฏิบัติมัน

4.สวมใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุด ส่วนสีเสื้อที่ประเสริฐและส่งเสริมนั้นให้ใส่สีขาว :

มีรายงานจากอบีฮุร็อยเราะฮฺ และอบีสะอีด ทั้งสองเล่าว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

مَنِ اغْتَسَلَ يَوْمَ الْجُمُعَةِ وَلَبِسَ مِنْ أَحْسَنِ ثِيَابِهِ وَمَسَّ مِنْ طِيبٍ إِنْ كَانَ عِنْدَهُ ، ثُمَّ أَتَى الْجُمُعَةَ فَلَمْ يَتَخَطَّ أَعْنَاقَ النَّاسِ ، ثُمَّ صَلَّى مَا كَتَبَ اللَّهُ لَهُ ، ثُمَّ أَنْصَتَ إِذَا خَرَجَ إِمَامُهُ حَتَّى يَفْرُغَ مِنْ صَلَاتِهِ ، كَانَتْ كَفَّارَةً لِمَا بَيْنَهَا وَبَيْنَ جُمُعَتِهِ الَّتِي قَبْلَهَا

"บุคคลใดที่อาบน้ำทั่วร่างกายในวันศุกร์ ก็ให้สวมใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุด ให้ปะพรมน้ำหอม หากว่าเขามี ต่อจากนั้นก็มาละหมาดวันศุกร์ โดยที่เขาไม่ได้เดินข้ามบ่าผู้คน แล้วก็ละหมาดในสิ่งที่อัลลอฮฺทรง กำหนดสำหรับเขา ต่อจากนั้นก็ตั้งใจรับฟังคุฏบะฮฺที่อิหม่ามกล่าว จนกระทั่งเสร็จสิ้นการละหมาด การไถ่บาปได้เกิดขึ้นระหว่างวันศุกร์นี้และศุกร์ที่แล้ว"

(บันทึกโดยอบูดาวุด : 343 อะหมัด : 81/3 อัลหากิม : 283/1 อิบนุหิบบาน : 2767)

และสีของเสื้อผ้าที่ดีที่สุดนั้น คือสีขาว ดังคำกล่าวของท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า :

الْبَسُوا مِنْ ثِيَابِكُمُ الْبَيَاضَ ، فَإِنَّهَا مِنْ خَيْرِ ثِيَابِكُمْ وَكَفِّنُوا فِيهَا مَوْتَاكُمْ

"พวกท่านจงสวมใส่เสื้อผ้าสีขาว เพราะสีขาวคือสีที่ดีที่สุดของเสื้อผ้า และจงห่อศพคนตายในหมู่พวก ท่านด้วยผ้าสีขาว"

(บันทึกโดยอบูดาวุด : 3878 ติรมีซียฺ : 994 นะซาอียฺ : 205/8 อิบนุมาญะฮฺ : 1472 อะหมัด : 247/1)

5.ออกห่างจากการรับประทานสิ่งที่ส่งกลิ่นน่ารังเกียจ :

ดังเช่น การรับประทานหัวหอม , กระเทียม หรืออาหารที่มีกลิ่นรุนแรงเหมือนทั้งสอง ตลอดจนการสูบบุหรี่ , ใบจากยาเส้น ก็เช่นเดียวกัน ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

مَنْ أَكَلَ الْبَصَلَ ، وَالثُّومَ ، وَالْكُرَّاثَ ، فَلَا يَقْرَبَنَّ مَسْجِدَنَا ، فَإِنَّ الْمَلَائِكَةَ تَتَأَذَّى مِمَّا يَتَأَذَّى مِنْهُ بَنُو آدَمَ

"บุคคลใดที่รับประทานหัวหอม , กระเทียม และกุยช่าย เขาจงอย่าเข้าใกล้มัสญิดของเรา เพราะว่าความ จริงแล้วบรรดามะลาอีกะฮฺจะรังเกียจ สิ่งที่มนุษย์นั้นรังเกียจ"

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 854 มุสลิม : 564)

มีรายงานจากท่านอุมัร อิบนุ ค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวบนมิมบัรว่า : “...โอ้ประชาชนทั้งหลาย พวกท่านได้รับประทานพืชสองชนิด ซึ่งฉันไม่เห็นว่ามันทั้งสอง (จะมีอะไรดี) นอกจากกลิ่นที่น่ารังเกียจ ทั้งสองก็คือ : หัวหอมและกระเทียม แน่นอนฉันได้เห็นท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เมื่อท่านได้กลิ่นทั้งสอง (หัวหอมและกระเทียม) จากใครคนหนึ่งในมัสญิด ท่านจะสั่งใช้ให้คนนั้นออก ไปที่บะเกี๊ยะอฺ ฉะนั้นแล้วบุคคลใดที่รับประทานมันทั้งสอง (หัวหอมและกระเทียม) เขาจงทำให้กลิ่นมัน หมดไปโดยนำไปปรุงเป็นอาหาร

(บันทึกโดยมุสลิม : 567 นะซาอียฺ : 43/2)


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 5 ธันวาคม 56 เวลา 22.10 .