ฤาต้อง "ละหมาด" ซุนนะห์ด้วย


โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

จากอบีฮุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทรงมีพระวจนะว่า

"แท้จริงสิ่งแรกที่มนุษย์ทุกคนจะถูกสอบสวนในวันกิยามะห์จากการงานของพวกเขาคือละหมาด อัลลอฮฺจะทรงมีดำรัสแก่มะลาอิกะห์ ว่า พวกเจ้าจงสำรวจพิจรณา ดูละหมาดของบ่าวข้่าเถิด เขาได้ทำ ละหมาดอย่างสมบรูณ์ และหากว่าการละหมากของบ่าวบกพร่องไม่สมบรูณ์ อัลลอฮฺจะทรงดำรัส แก่มะลาอิกะห์อีกว่า พวกเจ้าจงสำรวจเถิดว่าบ่าวของข้ามีการละหมาดซุนนะฮฺอาสา (ตะเฏาวัวอ์) หรือไม่? และหากบ่าวมีละหมาดซุนนะฮฺ อัลลอฮฺจะทรงดำรัสแก่มะลาอีกะห์ว่า พวกเจ้าจงนำละหมาด ซุนนะฮฺของบ่าวไปเสริมละหมาด ฟัรฎูให้สมบรูณ์เถิด จากนั้นงานประเภทอื่น ๆ ก็จะดำเนินและเป็น ไปตามนี้"

บันทึกโดยอบูดาวูด

    การละหมาดซุนนะห์โดย เฉพาะอย่างยิ่งซุนนะห์รอติบะห์ (ก่อนและหลัง) ประจำละหมาดฟัรฎู ทั้ง 5 เวลา เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและความประเสริฐ อย่างยิ่ง เพราะจะช่วยทดแทนเสริมเติมสิ่งที่อาจบกพร่องไปบ้างจากการ ละหมาดฟัรฎูต่างๆ แต่กับมีจำนวนไม่มากนักที่เห็นความสำคัญและคุณค่า ของการละหมาดซุนนะห์ และรักษา ปฏิบัติอย่างจริงจังส่วนมากแล้วจะมองข้ามละหมาดซุนนะห์ แต่จะละหมาดฟัรฎูเพียงอย่างเดียว หรือบางคน ละหมาดเพราะเห็นผู้อื่นละหมาด หรือละหมาดขาดสมาธิและความสงบ บางคนก็ละหมาดแบบรีบร้อน ปฏิบัติ เฉพาะส่วนที่เป็นวายิบหรือรุก่นบังคับ เท่านั้น หรือวันใดขยันทำก็ทำ วันใดไม่ขยันทำก็ทิ้ง โดยคิดว่าละหมาด ซุนนะห์รอติบะห์นั้นเป็นเพียงกิจอาสา ทิ้งบ้างทำบ้างคงไม่บาปอะไร แต่ความจริงแล้วการละหมาดซุนนะห์ รอติบะห์นั้นมีคุณค่าอย่างเอนกอนันต์

    และโดยปกติแล้วท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะละหมาดซุนนะห์รอติบะห์ทั้งก่อนและหลังละ หมาดฟัรฏูเป็นประจำ โดยมีละหมาด ก่อนและหลังจำนวน 10-12 ร็อกอะห์ โดยประมาณที่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เน้นรักษาและปฏิบัติเป็นกิจวัตร ที่เรียกกันว่า รอติบะห์มุอักกะดะห์ ส่วนที่เหลือ เป็นละหมาดที่ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทำเป็นครั้งคราว ไม่ประจำและสม่ำเสมอ ซึ่งเรียกกันว่า รอติบะห์ฆอยรุมุอักกะดะห์ มีรายงานจากอิหม่ามบุคอรีย์และมุสลิมว่า ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนฺ อุมัร ได้จดจำจาก ท่านร่อซูลุลลอฮ ฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า ละหมาด ซุนนะห์รอติบะห์ในวันหนึ่งๆ นั้นมีจำนวน 10 ร็อกอะห์ ได้แก่ 2 ร็อกอะห์ ก่อนซุฮริ, 2 ร็อกอะห์ หลังซุฮริ, 2 ร็อกอะห์ หลังมัฆริบ, 2 ร็อกอะห์ หลังอิซาอฺ และอีก 2 ร็อกอะห์ ก่อนซุบฮิ ท่านอิหม่ามมุสลิมบันทึกไว้ว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า

"สองร็อกอะห์ก่อนละหมาดซุบฮิดีเยี่ยมกว่าโลกนี้ทั้งโลก"

 และอิหม่ามมุสลิมรายงานเพิ่มเติมว่า ท่านหญิงอาอิชะห์กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺละหมาดซุอริหลังตระวันคล้อยแล้ว โดยท่านละหมาดซุนนะห์ ก่อนซุฮริ 4 ร็อกอะห์ และหลังซุฮริอีก 2 ร็อกอะห์ และท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังกล่าวเป็นโอวาทอีกว่า....

"ผู้ใดที่ละหมาดซุนนะห์ก่อนอัศริ 4 ร็อกอะห์ อัลลอฮฺจะทรงปกป้องเรือนร่างของเขาไม่ให้ไฟนรก ลามเลียได้ "

บันทึกโดยอิหม่ามอะหมัด และนักบันทึกท่านอื่นๆ

   อิหม่ามอัลบุคอรีย์ และอิบนิฮิบบานรายงานอีกว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺเคยละหมาดซุนนะห์ก่อนมัฆริบ 2 ร็อกอะห์ และกล่าวย้ำอีกว่า

"พวกท่านจงละหมาดซุนนะห์ทั้งก่อนและหลังมัฆริบเถิด"

    นักวิชาการส่วนใหญ่มีทรรศนะว่าการละหมาดซุนนะห์รอติบะห์ทั้งสองประเภทคือ มุอักกะดะห์ และไม่มุอัก กะดะห์ นั้นมีซุนนะห์ให้ละหมาด โดยเว้นระยะห่างจาก ละหมาดฟัรฎูเล็กน้อย มิใช่พอเสร็จละหมาดฟัรฎูก็รีบ ละหมาดซุนนะห์เลยเสียทีเดียว ซึ่งตรงกับคำรายงาน ของอิหม่ามอะหมัด

   เมื่อทราบกันดังนี้แล้ว หลายคนคงนึกเสียดายเป็นแน่ ที่ในอดีตเคยเพิกเฉยและมองข้ามคุณค่าความสำคัญของ การละหมาดซุนนะห์ไป แต่บัดนี้ท่านทราบแล้วว่า คุณค่าและภาคผลของการละหมาดซุนนะห์ นั้นมีมากเพียงใด ท่านคงจะไม่ทิ้งละหมาดซุนนะห์ อีกเป็นแน่ ยังไม่สายเกิน ไปใช่ไหมครับ

وَالْعَصْرِ * إِنَّ الْإِنْسَانَ لَفِي خُسْرٍ  * إِلَّا الَّذِينَ آَمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ وَتَوَاصَوْا بِالْحَقِّ وَتَوَاصَوْا بِالصَّبْرِ

"ขอสาบานด้วยกาลเวลา * แท้จริงมนุษย์ทุกคนอยู่ในการขาดทุน * นอกจากบรรดาผู้ศรัทธาและประ กอบกรรมดีทั้งหลาย และตัก เตือนกันและกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรมและตักเตือนกันและกันให้มีความ อดทน"

(ซูเราะห์อัลอัศร โองการที่ 1-3)


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com