รับมือน้ำท่วมฉบับผู้ศรัทธา


โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

1. ยอมรับต่อกำหนดการของพระองค์อัลลอฮฺ

สิ่งแรกที่เป็นความแตกต่างระหว่างมุสลิมกับบรรดาผู้ปฏิเสธในการเกิดภัยต่าง ๆ นั้นก็คือ การยอมรับในการกำหนด เหตุการณ์ต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา มุสลิมทุกคนต้องเชื่อมั่นในการกำหนดของอัลลอฮฺ และจะ ต้องออกห่างจากการบ่น ด่าทอ หรือแสดงความไม่พอใจต่าง ๆ เพราะเมื่ออัลลอฮฺทรงประสงค์สิ่งใด ก็ไม่มีใคร ที่จะยับยั้งได้  ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า

وَإِنْ يَمْسَسْكَ اللَّهُ بِضُرٍّ فَلَا كَاشِفَ لَهُ إِلَّا هُوَ وَإِنْ يُرِدْكَ بِخَيْرٍ فَلَا رَادَّ لِفَضْلِهِ يُصِيبُ بِهِ مَنْ يَشَاءُ مِنْ عِبَادِهِ وَهُوَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ

"และหากอัลลอฮฺจะทรงให้ทุกข์ภัยประสบแก่เจ้าแล้วก็ไม่มีผู้ใดปลดเปลื้องมันได้นอกจากพระองค์ และหาก พระองค์ ทรงปรารถนาความดีแก่เจ้าแล้วก็จะไม่มีผู้ใดกีดกันความโปรดปรานของพระองค์ได้ พระองค์จะทรง ให้ประสบแก่ผู้ที่พระองค์ ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์และพระองค์จะเป็น ผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรง เมตตาเสมอ"

(ยูนุส : 107)

ซึ่งการเกิดภัยต่าง ๆ นั้นบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ดีงามสำหรับมุอฺมินผู้ศรัทธา และการยอมรับในเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้น ก็จะนำพาความสบายใจให้กับมุอฺมิน อีกด้วย  รวมไปถึงการอดทนต่อภัยพิบัติต่าง ๆ นั้นก็เป็นสิ่งที่นำพาให้ ผู้ศรัทธามีหลักยึดมั่นที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะ ซัลลัม กล่าวว่า

الْمُؤْمِنُ الْقَوِيُّ خَيْرٌ وَأَحَبُّ إِلَى اللَّهِ مِنْ الْمُؤْمِنِ الضَّعِيفِ

ผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งนั้น ดีกว่าและเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮฺมากกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ

(บันทึกโดยมุสลิม : 2664)

2.ติดตามข่าวสาร ป้องกันสุดความสามารถ

ในยุคปัจจุบันเป็นยุคที่สื่อต่าง ๆ มีความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ก็แล้วแต่การรับทราบข้อมูล ข่าวสารนั้นมีความรวดเร็ว ทันเวลา ฉะนั้นการป้องกันอุทกภัย หรือภัยพิบัติต่าง ๆ อีกวิธีหนึ่งก็คือ การติดตาม ข่าวสารอยู่ตลอด เพื่อเป็นแนวทางในการคาดการณ์ สถานการณ์ป้องกัน แต่อย่างไรก็ดี การที่เราจะรับทราบข่าว สารต่าง ๆ นั้นก็ต้องพิจารณาถึงแหล่งที่มาต่าง ๆ และให้ระมัดระวังข่าวลือต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

3. มอบหมายต่อพระองค์อัลลอฮฺ

แน่นอนเมื่อเราได้ป้องกันภัยต่าง ๆ อย่างจนสุดความสามรถแล้วนั้น ประการต่อมาก็คือมอบหมายการป้องกัน นั้นต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา เพราะการมอบหมายนั้นเป็นการแสดงถึงการนอบน้อม ต่ออัลลอฮฺ แสดงถึง ความต่ำต้อยของการเป็นมนุษย์ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสว่า

 

وَعَلَى اللَّهِ فَلْيَتَوَكَّلِ الْمُؤْمِنُونَ

"...และแด่อัลลอฮฺเท่านั้น บรรดามุอฺมินพึงมอบความไว้วางใจเถิด

(อิบรอฮีม : 11)

فَإِذَا عَزَمْتَ فَتَوَكَّلْ عَلَى اللَّهِ إِنَّ اللَّهَ يُحِبُّ الْمُتَوَكِّلِينَ

"...ครั้นเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจแล้ว ก็จงมอบหมายแด่อัลลอฮ์เถิด แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรักใคร่ผู้มอบหมาย ทั้งหลาย"

(อาลิอิมรอน : 159)

وَمَنْ يَتَوَكَّلْ عَلَى اللَّهِ فَهُوَ حَسْبُهُ إِنَّ اللَّهَ بَالِغُ أَمْرِهِ قَدْ جَعَلَ اللَّهُ لِكُلِّ شَيْءٍ قَدْرًا

"...และผู้ใดมอบหมายแด่อัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงเป็นผู้พอเพียงแก่เขา  แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงบรรลุ ในกิจการของพระองค์โดย แน่นอนสำหรับทุกสิ่งอย่างนั้นอัลลอฮฺทรงกำหนดกฎสภาวะไว้แล้ว"

(อัฏเฏาะลาก : 3)

ฉะนั้น เมื่อผู้ศรัทธาได้ลงมือปฏิบัติกิจการงานใดก็แล้วแต่ หลังจากนั้นให้มอบหมายความสำเร็จกับพระองค์ อัลลอฮฺ ตัวอย่างเช่น ให้เราป้องกัน อุทกภัยให้สุดความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นทำคันกั้นน้ำ ยกของขึ้นที่สูง และอีก ฯลฯ หลังจากนั้นให้มอบหมายต่ออัลลอฮฺ เพราะผลของน้ำท่วมนั้น ไม่ว่าจะมากหรือน้อยนั้น เป็นพระประสงค์ของ อัลลอฮฺทั้งสิ้น

4. อดทนต่อสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ประการนี้เป็นประการที่เชื่อมโยงกับประการแรก เพราะเมื่อเรายอมรับในกำหนดการของอัลลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะ ตะอาลา ในการเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ แล้วนั้น เราก็ต้องอดทนหากว่าที่อยู่อาศัยของเรานั้นจะโดนอุทกภัยหนัก กว่าผู้อื่น  อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสว่า

إِنَّمَا يُوَفَّى الصَّابِرُونَ أَجْرَهُمْ بِغَيْرِ حِسَابٍ

"...แท้จริงบรรดาผู้อดทนนั้นจะได้รับการตอบแทนรางวัลของพวกเขาอย่างสมบูรณ์ โดยไม่อาจคำนวน ได้

(อัซซุมัร : 10)

ซึ่งบางครั้งการโมโห หงุดหงิดในสิ่งที่เราไม่พอใจนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของอารมณ์มนุษย์ แต่สำหรับผู้ศรัทธา ต่ออัลลอฮฺนั้น จะต้องมีสติอยู่ตลอด เวลาในการนึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เพราะแน่นอนสำหรับ ผู้ศรัทธานั้นเขาจะต้องได้รับการทดสอบอย่างแน่นอน ดังที่พระองค์ ทรงตรัสว่า

أَحَسِبَ النَّاسُ أَنْ يُتْرَكُوا أَنْ يَقُولُوا آَمَنَّا وَهُمْ لَا يُفْتَنُونَ وَلَقَدْ فَتَنَّا الَّذِينَ مِنْ قَبْلِهِمْ فَلَيَعْلَمَنَّ اللَّهُ الَّذِينَ صَدَقُوا وَلَيَعْلَمَنَّ الْكَاذِبِينَ

หรือมนุษย์คิดว่าพวกเขาถูกปล่อยให้กล่าวว่า ‘เราได้ศรัทธาแล้ว’ โดยที่พวกเขาจะไม่ถูกทดสอบใด ๆ ขอสาบานว่า แท้จริงเรา ได้ทดสอบบรรดาผู้คนก่อนหน้าพวกเขา ดังนั้น อัลลอฮฺย่อมที่จะรู้ (จำแนก ให้เห็น)ว่าผู้ใดที่สัจจริงและผู้ใดที่โกหก

(อัลอันกะบูต : 2-3)

وَلَنَبْلُوَنَّكُمْ بِشَيْءٍ مِنَ الْخَوْفِ وَالْجُوعِ وَنَقْصٍ مِنَ الْأَمْوَالِ وَالْأَنْفُسِ وَالثَّمَرَاتِوَبَشِّرِ الصَّابِرِينَ

"และแน่นอน เราจะทดสอบพวกเจ้าจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากความกลัว และความหิว และด้วยความสูญเสีย (อย่างใดอย่างหนึ่ง) จากทรัพย์ สมบัติ ชีวิต และพืชผล และเจ้าจงแจ้งข่าวดีแก่ผู้อดทนเถิด"

(ซูเราะฮฺบะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 155)

เมื่อมุสลิมไม่สามารถหลีกหนีการทดสอบได้ แต่พระองค์อัลลอฮฺ ก็ทรงบอกถึงวิธีการอดทน การรำลึกถึงพระองค์ ในการโดนทดสอบ โดนภัยพิบัติว่า

الَّذِينَ إِذَا أَصَابَتْهُمْ مُصِيبَةٌ قَالُوا إِنَّا لِلَّهِ وَإِنَّا إِلَيْهِ رَاجِعُونَ

คือบรรดาผู้ที่เมื่อมีเคราะห์ร้ายมาประสบแก่พวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่า แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ ของอัลลอฮ์ และแท้จริง พวกเราจะกลับไปยังพระองค์

(ซูเราะฮฺบะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 156)

أُولَئِكَ عَلَيْهِمْ صَلَوَاتٌ مِنْ رَبِّهِمْ وَرَحْمَةٌ وَأُولَئِكَ هُمُ الْمُهْتَدُونَ

ชนเหล่านี้แหละพวกเขาจะได้รับคำชมเชย และการเอ็นดูเมตตาจากพระเจ้าของพวกเขาและชนเหล่า นี้แหละคือผู้ที่ได้รับข้อ แนะนำอันถูกต้อง

(ซูเราะฮฺบะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 157)

และที่สำคัญก็คือการอดทนต่อภัยต่าง ๆ นั้น เป็นการลบล้างบาปต่าง ๆ ที่ติดตัวเราอีกด้วย มีรายงานจากท่าน อบูฮุรอยเราะฮฺ เล่าว่า จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

مَا يُصِيبُ الْمُسْلِمَ مِنْ نَصَبٍ وَلَا وَصَبٍ وَلَا هَمٍّ وَلَا حُزْنٍ وَلَا أَذًى وَلَا غَمٍّ حَتَّى الشَّوْكَةِ يُشَاكُهَا إِلَّا كَفَّرَ اللَّهُ بِهَا مِنْ خَطَايَاهُ

ไม่ว่าจะเป็นความเหน็ดเหนื่อยป่วยไข้หม่นหมองโศกเศร้าภัยอันตรายและความกลุ้มใจที่ได้มาประ สบกับ มุสลิมแม้กระทั่งหนาม ที่เขาโดนตำนอกเสียจากว่าอัลลอฮฺจะทรงลบล้างความผิดต่าง ๆ ของเขา ด้วยเหตุต่างๆที่เขาประสบนั้น

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 5318)

มีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ เล่าว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

مَنْ يُرِدْ اللَّهُ بِهِ خَيْرًا يُصِبْ مِنْهُ

บุคคลใดที่อัลลอฮฺประสงค์ให้เขาได้ดีพระองค์จะให้เกิดภัยกับเขา

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 5321 อะหฺมัด : 7194)

5. ขอดุอาอฺต่อพระองค์

แน่นอนเหลือเกินว่า ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นมาก็แล้วแต่ มุสลิมผู้ศรัทธานั้นจะละทิ้งการขอดุอาอฺมิได้เป็นอันขาด เพราะชีวิตของผู้ศรัทธานั้นจะต้อง ผูกพันอยู่กับการขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอยู่ตลอดเวลา อัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสไว้ว่า

وَقَالَ رَبُّكُمُ ادْعُونِي أَسْتَجِبْ لَكُمْ إِنَّ الَّذِينَ يَسْتَكْبِرُونَ عَنْ عِبَادَتِي سَيَدْخُلُونَ جَهَنَّمَ دَاخِرِينَ

และพระเจ้าของพวกเจ้าตรัสว่าจงวิงวอนขอต่อข่าข้าจะตอบรับแก่พวกเจ้าส่วนบรรดาผู้โอหังต่อการ เคารพภักดี ข้านั้นจะเข้าไป อยู่ในนรกอย่างต่ำต้อย

(ฆอฟิรฺ  : 60)

และจากหะดีษของท่านนบี ที่มีรายงานจากนั๊วะมาน อิบนิ บะชีร กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ الدُّعَاءَ هُوَ الْعِبَادَةُ

การขอดุอาอฺคืออิบาดะฮฺ

(บันทึกโดยอะหมัด : 18058 อิบนุมาญะฮฺ : 3826 อบีดาวุด : 1267)

อีกทั้งการขอดุอาอฺนั้น จะทรงเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ร้ายให้เป็นสิ่งที่ดีได้ ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

لَا يَرُدُّ الْقَدَرَ إِلَّا الدُّعَاءُ

ไม่มีสิ่งใดที่สามารถจะหยุดยั่งการกำหนดสภาวะของอัลลอฮฺได้นอกจากการขอดุอาอฺ”

(บันทึกโดยอะหมัด : 21907)

อิมามอัชเชากานียฺ อธิบายว่า “ฮะดีษนี้เป็นหลักฐานว่า อัลลอฮฺจะยกเลิกสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกำหนดไว้แล้ว ว่าจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ ด้วยกับการขอดุอาอฺของเขา”(ตุฮฺฟะตุชชากิรีน หน้า 29)

ฉะนั้นเมื่อเกิดวิกฤติต่าง ๆ การขอดุอาอฺจึงเป็นสิ่งที่ละเลยมิได้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกอุทกภัย หรือผู้ที่ยังไม่ถูกก็ตาม ซึ่งการขอดุอาอฺนั้น เป็นหน้าที่ ของเราทุกคน แต่ผลของการขอดุอาอฺนั้นจะเป็นอย่างไร พระองค์อัลลอฮฺจะทรง ตอบรับทันทีหรือไม่นั้น เป็นสิทธิของพระองค์ทั้งสิ้น มีรายงานจากอบีสะอีด แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะ ลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَا مِنْ مُسْلِمٍ يَدْعُو بِدَعْوَةٍ لَيْسَ فِيهَا إِثْمٌ وَلَا قَطِيعَةُ رَحِمٍ إِلَّا أَعْطَاهُ اللَّهُ بِهَا إِحْدَى ثَلَاثٍ إِمَّا أَنْ تُعَجَّلَ لَهُ دَعْوَتُهُ وَإِمَّا أَنْ يَدَّخِرَهَا لَهُ فِي الْآخِرَةِ وَإِمَّا أَنْ يَصْرِفَ عَنْهُ مِنْ السُّوءِ مِثْلَهَا قَالُوا إِذًا نُكْثِرُ قَالَ اللَّهُ أَكْثَرُ

ไม่มีมุสลิมคนใดที่ได้ขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺด้วยดุอาอฺที่ไม่ประกอบด้วยความผิด (บาป) และการตัดญาติ ขาดมิตรนอกจากอัลลอฮฺ จะทรงรับแก่เขาอย่างแน่นอนด้วยประการหนึ่งจาก 3 ประการต่อไปนี้บางที พระองค์ตอบรับคำวิงวอนของเขานั้นโดยทันทีบางที หน่วงเหนี่ยวเอาไว้ให้เขาในวันอาคิเราะฮฺและ บางทีให้เป็นการขจัดความชั่วร้ายทำนองเดียวกัน ออกไปจากเขา บรรดาศอหาบะฮฺ ถามว่า เช่นนั้น ถ้าหากเราวิงวอนขอมากๆเล่า ท่านร่อซูลตอบว่า อัลลอฮฺย่อมให้มากกว่าอีก

(บันทึกโดยอะหมัด : 10749)

6. ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เมื่อเกิดภัยพิบัตินั้น สิ่งที่ขาดมิได้เป็นอันขาดก็คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในทุก ๆ ด้าน ซึ่งการช่วยเหลือซึ่ง กันและกันนั้นเป็นการบรรเทาทุกข์ ซึ่งกันและกัน และผู้ที่ช่วยเหลือผู้อื่นนั้น อัลลอฮฺก็จะทรงช่วยเหลือเขา ดังที่ มีรายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะฮฺ เล่าว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

مَنْ نَفَّسَ عَنْ مُؤْمِنٍ كُرْبَةً مِنْ كُرَبِ الدُّنْيَا نَفَّسَ اللهُ عَنْهُ كُرْبَةً مِنْ كُرَبِ يَوْمِ اْلقِيَامَةِ ، وَمَنْ يَسَّرَ عَلَى مُعْسِرٍ يَسَّرَ اللهُ علَيْهِ فِي الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ

ผู้ใดปลดเปลื้องความทุกข์ร้อนอย่างหนึ่งจากความทุกข์ร้อนต่างๆของโลกนี้ให้แก่ผู้ศรัทธา อัลลอฮฺจะ ทรงปลดเปลื้องความทุกข์ร้อน อย่างหนึ่งจากความทุกข์ร้อนต่าง ๆ ในวันกิยามะฮฺให้แก่เขาและผู้ใด เอื้ออำนวยความสะดวก (ผ่อนปน) ให้แก่ผู้เดือดร้อน (ขัดสน) คนหนึ่งอัลลอฮฺจะทรงประทานความสะดวก ง่ายดายแก่เขาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า..."

(บันทึกโดยมุสลิม : 2699)

ฉะนั้นเราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสถานการณ์ที่ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อที่ว่าอัลลอฮฺจะทรงตอบแทน ความดีงามให้กับเราทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 26 ตุลาคม 54 เวลา 17.00 .