รอมฎอน เดือนแห่งการถือศีลอด


โดย  อ.ชากิีรีน บุญมาเลิศ

เดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่ 9 ของเดือนอาหรับ และเป็นเดือนที่อัลลอฮฺ อัซซะวะญั้ลได้กำหนดให้บรรดามุสลิม ถือศีลอด และการถือศีลอดนั้นเป็นหลักการหนึ่ง ของหลักการอิสลาม 5 ประการ ดังนั้นเมื่อเข้ารอมฎอน มุสลิมจึง มีเงื่อนไขเกี่ยวกับถือศีลอดดังต่อไปนี้ :

1.จะต้องมีสติปัญญา   

2.บรรลุศาสนภาวะ    

3.เป็นผู้ที่มีสุขภาพดี  

4.เป็นผู้ที่ไม่ได้เดินทาง

5.สตรีที่มีเลือดประจำเดือน    

6.ไม่มีเลือดหลังจากการคลอดบุตร

การถือศีลอด คือ การตั้งเจตนา (อันนียะห์) และงดการกิน การดื่ม การสูบบุหรี่ และการมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่อรุณ ทอแสง จนถึงดวงอาทิตย์ตก.

ความประเสริฐของการถือศีลอด

ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

قال الله عزوجل: كُلُّ عَمَلِ ابْنِ آدَمَ لَهُ إِلَّا الصِّيَامَ فَإِنَّهُ لِي وَأَنَا أَجْزِي بِهِ ، وَالصِّيَامُ جُنَّةٌ ، فَإِذَا كَانَ يَوْمُ صَوْمِ أَحَدِكُمْ ، فَلَا يَرْفُثْ وَلَا يَصْخَبْ وَلَا يَجْهَلْ فَإِنْ شَاتَمَهُ أَحَدٌ أَوْ قَاتَلَهُ فَلْيَقُلْ : إِنِّي صَائِمٌ مَرَّتَيْنِ وَالَّذِي نَفْسِي  مُحَمَّدٍ بِيَدِهِ لَخُلُوفُ فَمِ الصَّائِمِ ، أَطْيَبُ عِنْدَ اللَّهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ مِنْ رِيحِ الْمِسْكِ ، وَلِلصَّائِمِ فَرْحَتَانِ يَفْرَحُهُمَا : إِذَا أَفْطَرَ فَرِحَ بِفِطْرِهِ ، وَإِذَا لَقِيَ رَبَّهُ فَرِحَ بِصَوْمِهِ

ความว่า “อัลลอฮฺ ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงสูงส่งได้ตรัสว่า งานทุกอย่างของมนุษย์นั้นเป็นของเขานอก จากการถือศีลอดที่แท้จริงแล้วมันเป็นของข้าด้วย โดยข้าจะตอบแทนมันให้แก่เขาด้วย การถือศีลอด นั้นเป็นเกราะช่วยป้องกันความชั่ว ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าอยู่ในวันถือศีลอด เขาจงอย่าพูดจาหยาบคาย อย่าส่งเสียงดัง และอย่าเป็นคนโง่ ถ้ามีใครมาด่าเขาหรือมาว่าเขา ก็จงบอกไปว่า ฉันถือศีลอด ฉันถือศีลอด ขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตของมูฮัมหมัดอยู่ในอุ้งพระหัตถ์ของ พระองค์ กลิ่นปากของผู้ที่ถือศีลอด นั้น ณ. ที่อัลลอฮฺในวันกิยามะดีกว่ากลิ่นชมดเชียง สำหรับผู้ถือ ศีลอดจะดีใจ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเขาละศีลอด เขาก็จะดีใจกับการละศีลอดของพวกเขา  ครั้งที่สอง เมื่อเขาพบผู้อภิบาลของเขา เขาก็จะดีใจกับการถือศีลอดของเขา

บันทึกโดย อะฮฺหมัด มุสลิม และอันนะซาอียฺ

ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน

รายงานจากอะบูหุรอยเราะห์ ว่าท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวเมื่อเดือนรอมฎอนมาถึงว่า

قَدْ جَاءَكُمْ شَهْرٌ مُبَارَكٌ رَمَضَانُ ، افْتَرَضَ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ عَلَيْكُمْ صِيَامَهُ ، تُفْتَحُ فِيهِ أَبْوَابُ الْجَنَّةِ ، وَتُغْلَقُ فِيهِ أَبْوَابُ الْجَحِيمِ ، وَيُغَلُّ فِيهِ الشَّيَاطِينُ ، فِيهِ لَيْلَةٌ خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ شَهْرٍ ، مَنْ حُرِمَ خَيْرَهَا فَقَدْ حُرِمَ

ความว่า “เดือนแห่งความสิริมงคลได้มายังพวกเจ้าแล้ว อัลลอฮฺได้กำหนดการถือศีลอดแก่พวกเจ้า ในเดือนนี้ประตูสวรรค์จะถูกเปิด ประตูนรกจะถูกปิด และซาตานจะถูกล่าม ในเดือนนี้มีอยู่คืนซึ่งดีกว่า พันเดือน ผู้ที่ถูกห้ามจากความดีของคืนนั้น แน่นอนเขาก็ถูกห้าม (จากความดีทั้งมวล)”

บันทึกโดย อะฮฺหมัด อันนะซาอียฺและอัลบัยฮะกีย

รายงานจากอะบีหุรอยเราะห์ ว่าท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

الصَّلَوَاتُ الْخَمْسُ ، وَالْجُمُعَةُ إِلَى الْجُمُعَةِ ، وَرَمَضَانُ إِلَى رَمَضَانَ ، مُكَفِّرَاتٌ مَا بَيْنَهُمَا إِذَا اجْتُنِبَتِ الْكَبَائِرُ

ความว่า “บรรดาการละหมาดห้าเวลา วันศุกร์ไปถึงวันศุกร์ และเดือนรอมฎอนไปถึงรอมฎอน จะลบล้างความผิดที่อยู่ในช่วงระหว่างนั้น หากเขาห่างไกลจากบาปใหญ่

บันทึกโดยมุสลิม

รายงานจากอะบีหุรอยเราะห์ร่อฎิยั้ลลอฮุอันฮุ ว่าท่านร่อซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

مَنْ صَامَ رَمَضَانَ إيمَانًا وَاحْتِسابًا غُفِرَ لَهُ ما تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ

ความว่า “ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธา และหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ อัซซะวะญั้ล  เขาจะได้รับอภัยโทษความผิดที่เคยทำมาก่อน

บันทึกโดย อะฮฺหมัด และบรรดาเจ้าของหนังสือสุนัน

การงานที่ควรกระทำในช่วงเดือนรอมฎอน

- การละหมาดกิยามุรอมฎอน หรือละหมาดตะร่อเวี๊ยะห์

เป็นที่ทราบกันดีว่าในเดือนรอมฎอนนั้นมีซุนนะ ให้บรรดามุสลิมละหมาดกิยามุรอมฎอน ซึ่งถือว่าเป็นซุนนะให้ ปฏิบัติได้ทั้งชายและหญิง โดยให้กระทำหลังละหมาดอิชาแล้ว และค่อยละหมาดวิตร์ วิธีการละหมาดให้ทำทีละ 2 ร่อกะอัต ส่วนเวลาของการละหมาดกิยามุรอมฎอนนั้น ยาวจนไปถึงย่ำรุ่ง

ท่านร่อซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

مَنْ قَامَ رَمَضَانَ إِيْمَانًا وَاحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ

ความว่า “ผู้ใดที่ยีนละหมาดในเดือนรอมฎอนด้วยความศรัทธาและหวังผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ อัซซะวะญั้ล เขาจะได้รับอภัยโทษความผิดที่เคยทำมาก่อน

- การละหมาดวิตร์

จากการตรวจสอบฮะดีษที่รายงานเกี่ยวกับเรื่องการละหมาดกิยามุรอมฎอนในหลายๆแหล่ง ปรากฏว่าท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ละหมาดวิตร์ด้วย และยังมีการดุอาอฺกุนูตด้วย  ซึ่งถือเป็นแบบอย่างให้แก่เรา ที่จะต้องนำมาปฏิบัติด้วย และถ้าตรวจสอบไปให้ลึกๆก็จะพบว่าดุอาอฺกุนูตที่อ่านในการละหมาดวิตร์นั้นก็คือ อัลลอฮุมมะดินีฟีมันหะดัยตฺ.....ที่พวกเราได้ยินกันคุ้นหูนั้นแหละ

- ส่งเสริมให้อ่านอัลกุรอานมากๆและทบทวนอัลกุรอาน

- ให้มีความใจบุญ บริจาคเงินช่วยเหลือคนยากจน ในหนทางของอัลลอฮฺ อัซซะวะญั้ล

อัลบุคคอรียฺ ได้บันทึกรายงานจาก อิบนิ อับบาสร่อฎิยั้ลลอฮุอันฮุมาว่า ปรากฏว่าท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม เป็นคนที่ใจบุญที่สุดในหมู่มนุษย์ และญิบรีลได้ลงมาพบกับท่านในทุก ๆ คืนของเดือนรอมฎอน เพื่อมาทบทวนอัลกุรอานกับท่าน

- ขอดุอาอฺขณะละศีลอด และถือศีลอด

ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

ثَلَاثَةٌ لَا تُرَدُّ دَعْوَتُهُمْ الْإِمَامُ الْعَادِلُ وَالصَّائِمُ حَتَّى يُفْطِرَ وَدَعْوَةُ الْمَظْلُومِ

มีอยู่ 3 คน ที่การขอพรของพวกเขาจะไม่ถูกปัดคือ คนที่ถือศีลอดจนกว่าจะละศีลอด อีหม่ามที่ ยุติธรรม และคนที่ถูกข่มเหง

ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าว่า

إِنَّ لِلصَّائِمِ عِنْدَ فِطْرِهِ لَدَعْوَةً مَا تُرَدُّ

สำหรับผู้ที่ถือศีลอดนั้น ขณะที่เขาละศีลอด การขอพรของเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ

ขณะละศีลอดท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคยกล่าวบทขอพรว่า

ذَهَبَ الظَّمَأُ وَابْتَلَّتِ الْعُرُوْقُ وَثَبَتَ الأَجْرُ إِنْ شَاءَ اللهُ

ความว่า “ความกระหายได้มลายไปแล้ว เส้นสายต่าง ๆ ได้เปียกชุ่มแล้ว และผลตอบแทนก็ปรากฏแล้ว หากอัลลอฮฺตะอาลาทรงประสงค์

- ส่งเสริมให้แสวงหาคืนอัลก็อดร์

คืนอัลก็อดร์เป็นคืนที่ประเสริฐยิ่งของปี อัลลอฮฺ อัซซะวะญั้ลได้กล่าวว่า

إِنَّا أَنْزَلْنَاهُ فِي لَيْلَةِ الْقَدْرِ (1) وَمَا أَدْرَاكَ مَا لَيْلَةُ الْقَدْرِ (2) لَيْلَةُ الْقَدْرِ خَيْرٌ مِنْ أَلْفِ شَهْرٍ (3)

ความว่า ”แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืนอัลก็อดร์ (1) อะไรเล่าจะทำให้เจ้ารู้ว่าคืนอัลก็อดร์  คืออะไร ? (2) คืนอัลก็อดร์ดียิ่งกว่าพันเดือน  (3)

(ซูเราะห์อัลก็อดร์อายะที่1-3)

ด้วยเหตุนี้ จึงส่งเสริมให้มุสลิมแสวงหาคืนดังกล่าวท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมพยายามจะแสวงหาใน สิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน เมื่อย่างเข้าสิบคืนสุดท้ายท่านได้ทำกลางคืนให้มีชีวิตชีวาโดยการปลุก ครอบครัวขึ้นมาทำอิบาดะห์อย่างขมักเขม้น และงดการมีเพศสัมพันธ์ต่อภรรยา

ส่วนคืนอัลก็อดร์นั้น ตามหลักฐานแล้วจะเป็นคืนครี่ แล้วก็ยังมีอยู่จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ท่านหญิงอาอีชะห์ ร่อฎิยั้ล ลอฮุอันฮา เคยถามว่า โอ้ท่านร่อซูลของอัลลอฮฺ จงบอกให้ดิฉันทราบเถิด หากดิฉันทราบว่าคืนไหนเป็นคืน อัลก็อดร์ ดิฉันจะกล่าวขออะไรในคืนนั้น ท่านตอบว่า เธอจงกล่าวอย่างนี้

الَّلهُمَّ إِنَّكَ عَفُوٌّ تُحِبُّ العَفْوَ فَاعْفُ عَنِّي

ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงพระองค์ท่านเป็นผู้ทรงอภัยโทษ พระองค์ทรงรักการอภัยขอพระองค์ ได้โปรดทรงอภัยโทษให้ฉันด้วย

- การเอี๊ยะติก๊าฟ ( การเข้าไปพำนักในมัสยิดโดยตั้งเจตนาเพื่ออัลลอฮฺอัซซะวะญั้ล)

บรรดานักวิชาการได้มีมติว่า การเอี๊ยะติก๊าฟนั้นมีบทบัญญัติให้กระทำได้ความจริงท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัมเคยทำเอี๊ยะติก๊าฟ10 วัน10 คืนในทุกๆเดือนของรอมฎอน (ในช่วงท้ายของรอมฎอน) ในปีสุดท้ายก่อน ที่ท่านจะเสียชีวิตท่านได้เอี๊ยะติก๊าฟ20 วัน20 คืน

อิหม่ามบุคคอรีย ฺอะบูดาวู๊ด และอิบนุมาญะอฺได้บันทึกรายงานว่า บรรดาศ่อฮาบะฮฺของท่าน ภรรยาของท่าน ได้ร่วมทำเอี๊ยะติก๊าฟพร้อมกับท่านด้วย และหลังจากที่ท่านได้ถึงแก่กรรมก็ยังมีการทำอยู่เรื่อยๆ


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 18 กรกฎาคม 56 เวลา 17.30 .