เราะมะฎอน เทศกาลแห่งการกิน และลดความอ้วนหรือ ?


โดย อิสตะกิม ยะอฺกู๊บ

จริงหรือ เราะมะฎอนเข้ามาทีไร ชุดที่ใส่ก็หลวมไปถนัดตา!

เราะมะฎอนได้มาบรรจบครบอีกรอบปี

บรรดาคุณพี่คุณป้าคุณน้ากระทั่งคุณน้องตัวจิ๋ว (ก็ขยันขันแข็งไปกับผู้ใหญ่ด้วย) ต่างมุมานะในการตระเตรียม ซื้อ-ขาย หากจะเรียกขานว่า  นี่คือ มหกรรมแห่งตลาดเราะมะฎอนก็ดูไม่ผิดนัก  เดือนนี้จึงมิใช่เดือนแห่งการอด (จากการกิน) เพียงอย่างเดียวแต่เป็นเดือนแห่งความอิ่มหนำสำราญ (ท้อง) กันถ้วนหน้า ?

เราะมะฎอนได้มาบรรจบครบอีกรอบปี

เดือนที่เปี่ยมไปด้วยด้วยอาหารคาว-หวานนานาชนิด ผลไม้นานาพันธุ์เรียงรายไว้อย่างสง่า มีมาให้เลือกทาน กันแบบไม่ซ้ำใคร  หากเราลองใช้หัวใจพิจารณาให้ลึกๆ จะเห็นได้ว่า มีความสุข (ความดีอกดีใจ) ที่ผู้ถือศีลอด พึงได้รับอยู่สองประการคือ เมื่อได้ละศีลอด และเมื่อได้พบพระพักตร์ของอัลเลาะห์ในวันกิยามะห์ ทุกผู้ศรัทธา ต่างเฝ้าฝันที่จะบรรลุในสองประการด้วยความมุ่งมั่นอย่างหนักแน่นและเก็บเกี่ยวคุณงามความดี อย่างที่ไม่ปล่อย ให้เล็ดลอดไปได้แม้แต่วินาทีเดียว

ในทางกลับกันสามัญมุสลิม (ไม่น้อยเลยนะ ที่ให้ความสำคัญกับประการแรกโดยใช้เวลาคิดแต่เรื่องอาหารละ ศีลอด ดุจวาระแห่งชาติ) เลือกที่จะมีความสุขในเวลาละศีลอดด้วยอาหารที่ถูกใจเว่อร์ (อาจเพราะมีสารพัด อาหารให้เลือกทาน) สิ่งที่น่ากลัวมากมาย มักตามติดมาเสมอ คือ อาหารถูกทานไม่หมด เหลือทิ้งไว้ให้เสียดาย จึงขอสรุปในประเด็นแรกเลยว่า การให้ความสำคัญของชาวเราะมะฎอนในบางคนก็คงไม่พ้นจากการกิน กิน แล้วก็กินกินได้อีก

เราะมะฎอนได้มาบรรจบครบอีกรอบปี...

ยังมีพี่น้องของเราอีกบางคนที่ถวายแรงกาย แรงใจ กับเรื่องน้ำหนักกายอย่างสุดกำลัง กระทั่งยอมให้ผลบุญแห่ง การถือศีลอด ลดหย่อนไป บางคนถึงกับดีใจเหมือนได้รับโบนัสแห่งปีที่น้ำหนัก ได้หายไป (ตั้งหลาย...กรัม) อัสตัฆฟิรุลเลาะห์! (ย้ำว่า ไม่ใช่ทุกคนนะ) หากมองตามความเป็นจริง การถือศีลอด น้ำหนักก็ลดได้อยู่ ไหนจะรอบ พุงที่เหลือน้อยลงไป (บางคนที่ไม่มีพุงก็ยังลดได้อีก) เพราะในช่วงท้ายของการถือศีลอดแต่ละวัน เจ้าไขมัน (ที่น่ารำคาญในหลาย ๆ คน) จะถูกผู้ทรงอำนาจเผลาผลาญมันไป ทำให้ผอมลงได้จริง แต่ถามว่ามันจะลด ได้จริงทุกขณะหรือไม่ในเมื่อใครหลายคนหลังจากที่ได้อดเกือบสิบห้าชั่วโมง อินชาอัลเลาะห์ คือการรับประทาน อาหาร ที่มันจะมาทดแทนจากการอดดังกล่าว

นับได้ว่าร่างกายขาดไปเท่าไรส่วนเติมเต็มก็มากมายไม่น้อยไปกว่ากัน ซ้ำร้ายการเติมในบางคนก็เต็มจนล้นปรี่ (เนื่องจากทานทุกอย่างที่ขวางหน้า) กลายเป็นว่าน้ำหนักที่จะลดลง กลับเพิ่มขึ้นอย่างใจหายก็เดือนนี้แหละแต่ เดือนเราะมะฎอนไม่ผิดนะ... เจตนาแรกสำหรับบางคนที่คิดจะลด (น้ำหนัก) ก็เลยลดความดีอกดีใจ และผลบุญ จากการถือศีลอด ไปอย่างไม่ต้องตะขิดตะขวงใจ โบนัสที่ได้รับ อาจเป็นโรคภัยไข้เจ็บที่แฝงตัว จากความ ไม่รู้จักพอก็เป็นได้ ขออัลเลาะห์ ให้เราห่างไกลจากคุณลักษณะดังกล่าวนี้ด้วยเถิด


เราะมะฎอนได้มาบรรจบครบอีกรอบปี...

ทำไมนะ...เวลาหลังละหมาดอัศรีของทุกวัน ผู้คนต่างสาละวนอยู่กับการจับจ่าย(เกินพอดี) ราวจะกักตุนอาหาร เช่นผู้ประสบอุทกภัย

ทำไมนะ...การอดในช่วงกลางวันไม่ได้เพิ่มความอด-ทน  มันรังแต่จะเพิ่มการทน-อด ไปวัน ๆ

ทำไมนะ...การอดอาหารของเรา ไม่ได้ส่งผลควบคุมการทานอาหารหลังการละศีลอด ทั้งที่ในเดือนปกติ เราทาน อาหารสามมื้อต่อวัน พอเข้าเดือนเราะมะฎอน บางครั้งเราจัดไปถึงสี่มื้อต่อวันหรือมากกว่านั้น

ทำไมนะ...เราไม่เก็บเกี่ยวประโยชน์อันสูงสุดแห่งเราะมะฎอนด้วยการรังสรรค์โรงเรียนแห่งการขัดเกลา โรงเรียนแห่งอิบาดะห์ สู่โรงเรียนแห่งชีวิต(บ่าวผู้ภักดี)ในเวลาที่เหลือก่อนเราะมะฎอนจะจากเราไปในเร็ววัน

ทำไมนะ...เจตนาแรกของการถือศีลอดหรือการมีลมหายใจเข้าสู่เราะมะฎอน จึงไม่ได้เป็นไปเพื่ออัลเลาะห์

ทำไมนะ...เราไม่เพิ่มพูนความดีให้เหมือนท่านนบีและบรรดาสหายของท่านที่ต่างทุ่มเทอย่างสุดใจ ทั้งพวกเขาให้ ความพิเศษกับเดือนนี้  มากกว่าความพิเศษที่เรามอบให้กับการรอคอยใครบางคน

ทำไมนะ...ชีวิตพวกเขาจึงไม่อยากมีสิ่งรอบกายดั่งที่เรามีเช่นทุกวันนี้ แล้วทำไมเราในวันนี้จึงไม่อยากมีในสิ่ง ที่พวกเขามี

ทำไมนะ...ทำไม   และทำไม!

เราะมะฎอนได้มาบรรจบครบอีกรอบปี...

คิดว่าตัวเราคงให้คำตอบแก่หัวใจเราเองได้ดีที่สุด (เพราะเราต่างมีเหตุมีผลของแต่ละคนไป ที่สำคัญต้องให้ความ ยุติธรรมกับคำตอบนะ) อีกทั้งเราต้องเสาะหาที่ไปที่มาแห่งการปล่อยปละละเลยประการดังกล่าวอย่างน่าสลด หดหู่ใจ  มาเถิด...ใช้เวลาที่เหลืออยู่ ตั้งมั่นด้วยจิตอันสูงส่ง ให้เราะมะฎอนดูแลหัวใจ และทุ่มหัวใจให้จงหนักใน การดูแลเราะมะฎอนอย่างพิถีพิถัน  เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิต  เปลี่ยนวิถีเดิม ๆ ในสิบเอ็ดเดือน ที่ผ่าน  ได้ลิ้มรสหวานแห่งเราะมะฎอนอย่างอิ่มเอม ดังที่ท่านนบี  สหายของท่าน  และชนคนดีในยุคแรก เคยรับ รสหวาน ชนิดที่ไม่มีน้ำตาลยี่ห้อใดในโลกเทียมทาน รวมไปถึงมดตัวกระจิริด กระทั่งมนุษย์ที่คิดว่าตัวโต ไม่เคย แม้แต่สัมผัส ในความหวานฉ่ำแห่งเราะมะฎอนเฉกเช่นพวกเขา  ดื่มด่ำรสชาติแห่งการเข้าใกล้ผู้ให้รับรู้-สัมผัส  อย่างเต็มอรรถรสเฉกเช่นพวกเขา


ขอให้การถือศีลอดและการใช้ชีวิตตลอดเดือนเราะมะฎอนของเราเป็นไปด้วยการเชื่อฟังอัลเลาะห์ เพื่อการยืน หยัดบนดีน-ศาสนาแห่งสัจธรรม  ในอีกสิบเอ็ดเดือนที่เหลือ และตลอดไป อินชาอัลเลาะห์


แล้วเราจะได้รู้ว่าความหวานซ่านแห่งเราะมะฎอนที่เราต่างมุ่งหวังจะน้อมรับอย่างสุดใจเพื่อก้าวสู่การ เป็นผู้ศรัทธา อย่างสุดจริง

ทำให้...ไม่ว่าตลาดเราะมะฎอนจะคึกคักเพียงใด   ไม่ว่าชุดที่ใส่จะหลวมลง   ไม่ว่ารอบเอวจะน้อยกว่าที่เป็นอยู่ ก็มิอาจเข้ามามีพื้นที่ในห้วงความคิด   ไม่มีค่า   และไม่ควรจะมีอีกต่อไป!

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 16 กรกฎาคม 56 เวลา 22.30 .