สิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้สูญเสียความเป็นมุสลิม


โดย มูฮัมหมัด อิบนุ อับดุลวาฮาบ

แปลโดย วะร่อซะตุสซุนนะฮ์

 

بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَانِ الرَّحِيمِ

พึงทราบเถิดว่า ความจริงแล้วสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้สูญเสียความเป็นมุสลิมนั้นมี 10 ประการ :ื่อนไขดังต่อไปนี้  :

ประการแรก :

การตั้งภาคีในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ พระองค์ตรัสว่า : “ความจริงแล้วอัลลอฮ์จะไม่ทรงอภัยโทษในการที่พระองค์ถูกตั้งภาคี แต่อัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษในความผิดอื่นจากนี้สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์” (อันนิซาอ์ : 48)

และพระองค์ตรัสว่า : “ความจริงแล้วบุคคลใดที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ แน่นอนอัลลอฮ์ทรงให้สวนสวรรค์เป็นที่ต้องห้ามสำหรับเขา และที่พำนักของเขาคือขุมนรก และบรรดาผู้อธรรมนั้นไม่มีผู้ที่ช่วยเหลือ” (อัลมาอิดะฮ์ : 72) และส่วนหนึ่งจากการตั้งภาคีคือ การเชือดสัตว์เพื่อทวายให้สิ่งอื่นที่ถูกกราบไหว้ ตัวอย่างเช่น บุคคลหนึ่งเชือดสัตว์เพื่อทวายญิน หรือเพื่อชาวกุโบร

ประการที่สอง :

บุคคลใดที่มีสื่อกลางต่าง ๆ ระหว่างตัวเขากับอัลลอฮ์ โดยที่พวกเขาวิงวอนขอ รวมถึงขอความช่วยเหลือ รวมถึงมอบหมายต่อสื่อกลางนั้น ถือว่าเขานั้นเป็นผู้ที่ปฏิเสธตามมติเอกฉันท์

ประการที่สาม :

บุคคลใดที่ไม่ยืนยันการปฏิเสธศรัทธาต่อบรรดาผู้ที่ปฏิเสธหรือเกิดความสงสัยในการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา หรือให้ความถูกต้องต่อแนวคิดของพวกเขา ถือว่าเขานั้นเป็นผู้ที่ปฏิเสธ

ประการที่สี่ :

บุคคลใดที่เชื่อมั่นว่า ความจริงแล้วแนวทางอื่นจากท่านนะบีย์ ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สมบูรณ์กว่าแนวทางของท่านนะบีย์ และข้อตัดสินอื่นนั้นดีกว่าข้อตัดสินของท่านนะบีย์ เช่น ผู้ที่คิดว่าการตัดสิน (แนวทาง) ของผู้ที่กราบไหว้ต่อสิ่งอื่นนั้นประเสริฐกว่าการตัดสินของท่านนะบีย์ ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ถือว่าเขานั้นเป็นผู้ที่ปฏิเสธ

ประการที่ห้า :

บุคคลใดที่ไม่พอใจสิ่งหนึ่งที่ท่านเราะซูล ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้นำมา – ถึงแม้เขาจะปฏิบัติมันก็ตาม -  ถือว่าเขานั้นเป็นผู้ที่ปฏิเสธ

ประการที่หก :

บุคคลใดที่เย้ยหยันต่อสิ่งหนึ่งที่ท่านเราะซูล ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมนำมาบอกกล่าวในเรื่องศาสนาหรือเยาะเย้ยในเรื่องการตอบแทนผลบุญ และการลงโทษของอัลลอฮ์ ถือเป็นผู้ที่ปฏิเสธ และหลักฐานในเรื่องนี้อัลลอฮ์ ตะอาลาทรงตรัสว่า : “และถ้าหากเจ้าได้ถามพวกเขา แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า แท้จริงพวกเราเป็นเพียงแต่พูดสนุก พูดเล่นเท่านั้น จงกล่าวเถิด (มุฮัมหมัด) ว่าต่ออัลลอฮ์ และบรรดาโองการของพระองค์และเราะซูลของพระองค์กระนั้นหรือ ที่พวกท่านเย้ยหยันกัน ? * พวกท่านอย่าแก้ตัวเลย แน่นอนพวกท่านได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว  หลังจากการมีศรัทธาของพวกท่าน หากเราจะอภัยโทษให้แก่กลุ่มหนึ่งในหมู่พวกเจ้า เราก็จะลงโทษอีกกลุ่มหนึ่ง เพราะว่าพวกเขาเป็นผู้กระทำความผิด” (อัตเตาบะฮ์ 65-66)

ประการที่เจ็ด :

การทำไสยศาสตร์ ดังนั้นบุคคลใดที่กระทำไสยศาสตร์หรือพอใจต่อมัน ถือว่าเขานั้นเป็นผู้ที่ปฏิเสธ และหลักฐานในเรื่องนี้อัลลอฮ์ ตะอาลาทรงตรัสว่า : “...และเขาทั้งสองจะไม่สอนให้แก่ผู้ใดจนกว่าเขาจะกล่าวว่า แท้จริงเราเพียงเป็นผู้ทดสอบเท่านั้น ท่านจงอย่าปฏิเสธการศรัทธาเลย...” (อัลบะเกาะเราะฮ์ : 102)

ประการที่แปด :

ร่วมมือกับบรรดาผู้ปฏิเสธอิสลามและช่วยเหลือพวกเขาในการทำลายบรรดามุสลิม และหลักฐานในเรื่องนี้อัลลอฮ์ ตะอาลาทรงตรัสว่า : “...และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเอาพวกเขามาเป็นมิตรแล้วไซร้ แน่นอนผู้นั้นก็เป็นคนหนึ่งในพวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงแนะนำกลุ่มชนที่อธรรม” (อัลมาอิดะฮ์ : 51)

ประการที่เก้า :

บุคคลใดที่เชื่อว่า มุสลิมนั้นสามารถออกจากบทบัญญัติของมุฮัมหมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ดังที่เคาะฏิรออกจากบทบัญญัติของมูซา อะลัยฮิสลาม ถือว่าเขาเป็นผู้ที่ปฏิเสธ

ประการที่สิบ :
การปฏิเสธศาสนาของอัลลอฮ์ ตะอาลา โดยไม่เรียนรู้ ไม่ปฏิบัติศาสนากิจ และหลักฐานในเรื่องนี้อัลลอฮ์ ตะอาลาทรงตรัสว่า : “และผู้ใดเล่าจะอธรรมยิ่งไปกว่าผู้ถูกเตือนให้รำลึกถึงอายาตทั้งหลายของพระเจ้าของเขา ต่อจากนั้นเขาก็ผินหลังให้กับอายาตเหล่านั้น แท้จริงเราจะเอาโทษบรรดาผู้กระทำผิด” (อัสซะญะดะฮ์ : 22)


ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาในประเด็นที่ว่าด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้เสียอิสลาม ไม่ได้มีข้อแตกต่างอะไรเลย ระหว่างผู้ทำเล่นๆ หรือทำจริงๆ หรือผู้ที่ตกอยู่ในสภาพแห่งความหวาดกลัว นอกจากกรณีผู้ที่ถูกบังคับเท่านั้น

ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อันตรายที่สุดและเกิดขึ้นมากที่สุด ดังนั้น สมควรอย่างยิ่งสำหรับมุสลิมทุกคนที่ระมัดระวังและยับยั้งตนเอง

เราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้ทรงทำให้เราห่างไกลจากสิ่งที่จะทำให้ เราต้องตกอยู่ภายใต้การโกรธกริ้วของพระองค์และการลงโทษที่เจ็บปวดด้วยเถิด

وَصَلَّى اللهُ عَلَى خَيْرِ خَلْقِهِ مُحَمَّدٍ، وَعَلَى آلِهِ وَصَحْبِهِ وَسَلَّمَ

(คัดจาก : มูฮัมหมัด อิบนุ อับดุลวาฮาบ , นะวากิฎุลอิสลาม)


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 11 กันยายน 58 เวลา 19.45 น.