เมื่ออัลลอฮ์เรียกท่านว่า  “ โอ้ผู้ศรัทธา ” (ตอนที่ 6 )

   

  โดย อ.อับดุลลอฮฺ  สุไลหมัด

  

     หากเราสังเกตและพิจารณาทุกครั้งที่อ่านอัลกุรอาน เราจะพบว่าในอัลกุรอานนั้นมีการแบ่งหรือจำแนกประเภทของมนุษย์ออกเป็น 3 จำพวก คือ

(1) มุอฺมินูนหรือมุสลิมูน มนุษย์ที่ศรัทธาและยอมสวามิภักดิ์กับอัลลอฮ์

(2) กาฟิรูน มนุษย์ที่ปฏิเสธศรัทธาและไม่ยอมสวามิภักดิ์กับอัลลอฮ์  และ

(3) มุนาฟิกูน มนุษย์ที่กลับกลอกหน้าไหว้หลังหลอก เสแสร้งแกล้งแสดงว่าศรัทธาต่ออัลลอฮ์ แต่ก็มิได้สวามิภักดิ์กับพระองค์อย่างจริงจัง และจริงใจ ในขณะเดียวกันหากเราสังเกตและพิจารณาต่ออีกสักนิด ก็จะพบว่าอัลกุรอ่านนั้นยังได้จำแนกประเภทของผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ออก เป็นอีก 3 ประเภท คือ

(1)    ظَالِمٌ لِنَفْسِهْ คือผู้ที่อธรรมแก่ตัวเอง ประกอบกรรมชั่วมากกว่ากรรมดี  (2) مُقْتَصِدٌ  ผู้ที่ อยู่ในระดับปานกลาง คือประกอบทั้งกรรมดีและ กรรมชั่วเท่าๆกัน  และ (3) سَابِقٌ بِالْخَيْرَاتِ ผู้ที่รุดหน้าหรืออยู่ในระดับแนวหน้าในการทำความดี บรรดานักวิชาการผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การอธิบาย อัลกุรอาน(มุฟัสสิรูน)ระบุตรงกันว่า บุคคลทั้ง  3 ประเภทนี้คือประชาชาติหรือพสกนิกรของท่านนาบีมูฮำหมัด ผู้อธรรมแก่ตัวเองคือผู้ที่ ฝ่าฝืนกระทำสิ่งที่เป็นมะอฺซิยะห์ (مَعْصِيَةٌ  ) และผู้รุดหน้าหรืออยู่ในระดับแนวหน้าในการทำความดีคือผู้ที่มีความตักวายำเกรง และผู้ที่อยู่ในระดับ ปานกลาง คือ ผู้ที่มีทั้งความดีและความชั่วพอๆกันจึงอยู่ ระหว่างบุคคล 2 ประ เภทขางต้น  และในโองการลำดับที่  208 นี้  พระองค์อัลลอฮ์ทรงมีรับสั่งเรียกบ่าวผู้ศรัทธาว่า

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا ادْخُلُوا فِي السِّلْمِ كَافَّةً وَلَا تَتَّبِعُوا خُطُوَاتِ الشَّيْطَانِ إِنَّهُ لَكُمْ عَدُوٌّ مُبِينٌ

โอ้บรรดาผู้มีศรัทธา พวกเจ้าจงเข้าอยู่ในอิสลามอย่างเคร่งครัดกันทั้งหมดเถิด  และจงอย่าดำ เนินตามก้าวเดินของชัยฏอน เพราะมันคือศัตรู ของพวกเจ้าอย่างชัดเจน

      ใจความโดยสรุปก็คือ พระองค์อัลลอฮ์ทรงประสงค์ให้บ่าวผู้ศรัทธาของพระองค์ทุกประเภท ได้เข้าอยู่ในพระบัญญัติแห่งอิสลามอย่าง เคร่งครัดและโดยพร้อม เพรียงกัน ห้ามนอกลู่นอกทางโดยเด็ดขาด ห้ามหลงใหลหรือเหลวไหล ไปปฏิบัติตามคำยั่วยุชักจูงของชัยฏอนมารร้าย เพราะชัยฏอนคือศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์ที่ จะคอยหลอกล่อและหลอกลวงมนุษย์ให้หลงผิดออกจากแนวทางของอิสลาม 

      นักวิชาการผู้ชำนาญศาสตร์การอธิบายอัลกุรอาน (มุฟัสซิรูน) หลายท่านมีทรรศนะว่า โองการนี้สามารถตีความได้เป็น 2 กรณีหรือ 2 มุมมอง คือ

(1) โองการนี้มีจุดประสงค์และความหมายตามที่ปรากฏในสำนวนโองการเจาะจงเฉพาะแก่บรรดาผู้ศรัทธาเท่านั้น หมายความว่า ผู้ที่มีศรัทธาต่อ  อัลลอฮ์ทุกคนจากทั้ง 3  กลุ่มลักษณะที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น จำเป็นต้องเข้าอยู่ในหลักบัญญัติของอิสลามอย่างเคร่ง ครัดสมบูรณ์ทุกด้าน คือ ต้องมีการศรัทธาและการปฏิบัติศาสนกิจ อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ ต้องน้อมนำ เอาหลักการศาสนาทุกประการมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยไม่ ขาดตกบกพร่อง จะเลือกศรัทธาหรือเลือกปฏิบัติแต่เฉพาะบางข้อ หรือบางประการก็ไม่ได้ จะเลือกเอาแต่เฉพาะสิ่งที่สบอารมณ์หรือถูกใจเท่านั้น ไม่ ได้ หรือจะทำบ้างทิ้งบ้างก็ไม่ได้ เพราะอิสลามคือส่วนเดียวกันทั้งหมดจะแยกออก จากันไม่ได้ จะตัดต่อหรือเพิ่มเติมก็ไม่ได้ จะเอาไปผสมปน เปกับแนวคิดความเชื่อหรือแนวการปฏิบัติของศาสนาอื่นๆก็ไม่ได้อีกเช่นกัน ยกตัวอย่าง เช่น

        จะศรัทธาต่ออัลลอฮ์เท่านั้นโดยไม่ศรัทธาต่อบรรดารอซูลก็ไม่ได้ หรือจะละหมาดอย่างเดียวโดยไม่จ่ายซะกาฮ์หรือไม่ถือศีลอดรอมาฏอน ก็ไม่ได้ หรือจะขอ ละหมาดแค่วันละ 3 เวลาจากทั้งหมด 5 เวลาก็ไม่ได้  หรือจะขอลดจำนวนรอกอะห์ของละหมาดมัฆริบจาก 3 รอกอะห์ให้เหลือ แค่  2 รอกอะห์ก็ไม่ได้ หรือจะเพิ่มจาก 3 ให้เป็น 4 รอกอะห์ก็ไม่ได้เช่นกัน

   ดังนั้นมุสลิมทุกคุนทุกลักษณะจำเป็นจะต้องอยู่ในกรอบของบัญญัติอิสลามอย่างครบถ้วน

มุสลิมประเภทแรก ( ظَالِمٌ لِنَفْسِهْ ) ที่อธรรมกับตัวเอง ชอบที่จะฝ่าฝืน และละเมิดข้อห้ามต่างๆ จงพัฒนาและยกระดับความดีของตัวเอง    ให้สูงขึ้น ให้เป็นคนที่อยู่ในระดับแนวหน้าในเรื่องของคุณธรรมความดี 

ส่วนมุสลิมประเภทที่ 2 ( سَابِقٌ بِالْخَيْرَاتِ ) ที่มีศรัทธาแข็งแกร่งอยู่ในระดับแนวหน้าในเรื่องการทำความดีอยู่แล้ว ก็จงรักษาความดีนีไว้ และจง พยายามให้รุด หน้ามากยิ่งๆขึ้น 

และมุสลิมประเภทที่ 3 ( مُقْتَصِدٌ ) มุสลิมที่มีความดีและความชั่วพอๆกันก็จงพยายามงดและละเลิกความชั่วทั้งหลายให้ได้ จงหมั่นในการเสริม สร้างความดีให้มากยิ่ง ขึ้นเรื่อยๆไปเพื่อ ที่จะได้ก้าวไปเป็นผู้ที่อยู่ในระดับแนวหน้า และ

(2) ส่วนการตีความหรือมุมมองที่สองก็คือ โองการนี้มิได้ มีเนื้อหาที่เจาะจงเฉพาะแต่ บรรดาผู้ศรัทธาเท่านั้น หากแต่มีเนื้อหาและจุดประสงค์ ที่ครอบคลุมถึงบรรดามุนาฟิกูนและกาฟิรูน เช่น ชาวยิวและชาวคริสต์อีกด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม  ในเมื่อโองการอัลกุรอานได้ระบุ ไว้อย่างชัดเจนว่า ( يَا أَيُّهَا الَّذِيْنَ آَمَنُوْا ) คือเป็นรับสั่งเรียกใช้แก่บรรดาผู้มีศรัทธา แล้วจะเกี่ยวข้องหรือ ครอบคลุมถึง พวกมุนาฟิกูนและกาฟิรูน ได้อย่างไร ? นักวิชาการหลายท่าน ก็มีคำตอบและคำอธิบายไว้อย่างหลากหลาย ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้

     กล่าวคือการที่อัลลอฮ์ทรงมีรับสั่งแก่บรรดาผู้ศรัทธา แต่มีความ หมายและจุดประสงค์ที่ครอบคลุมถึงชาวยิวและชาวคริสต์ที่เป็นการฟิรูน ด้วยนั้น ก็เพราะว่าใน เบื้องต้นนั้น ชาวยิวและคริสต์ยังคงมีศรัทธาต่อศาสดามูซาและอีซา และยังคงศรัทธาต่อคัมภีร์เตารอฮ์และอินญีล ถึง แม้จะมีการบิดเบือนในหลายๆข้อบัญญัติก็ก็ตาม และส่วนที่ว่าครอบคลุมถึงพวกมุนาฟิกูนด้วยนั้น ก็เพราะ ว่าพวกมุนาฟิกูนนั้นอ้างและเรียก ตัวเองว่าผู้ศรัทธาถึงแม้ใจจริงจะไม่ได้ศรัทธาตามที่ปากอ้างก็ตาม ดังนั้น จึงไม่เป็นการเสียหายที่จะนับรวมบุคคลเหล่านี้เป็นกลุ่มเป้าหมายด้วย เพราะทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวพันกับเรื่องของการศรัทธาต่อศาสนาอิสลามทั้งสิ้น

     ดังนั้นความหมายโดยรวมตามมุมมองที่สองนี้ก็คือ มนุษย์ทุกคน ทุกลักษณะ ทั้งที่ศรัทธาอยู่แล้วและที่ยังไม่ศรัทธา ทั้งคนดีและคนไม่ดี ทั้งคริสต์และยิว ทั้งที่ศรัทธา จริงและศรัทธาไม่จริง ต้องยอมสิโรราบสวามิภักดิ์ต่ออัลลอฮ์เพียงผู้เดียว มุอฺมินที่ศรัทธาอยู่แล้ว ก็จงรักษาการ ศรัทธาและการปฏิบัติศาสนกิจ ไว้อย่างเคร่งครัดและหนักแน่น มุนาฟิกที่กลับกลอกหน้าไหว้หลังหลอกก็จงยุติและเลิกนิสัยนี้เสีย หันมาซื่อสัตย์จริง จังและจริงใจต่ออิสลาม เคร่งครัดกับ บัญญัติอิสลามอย่างถ่องแท้และจริงจัง ส่วนกาเฟ็รที่ยังไม่ได้ศรัทธา ก็จงเลื่อมใสและเข้าสู่อิสลาม ด้วยความศรัทธาเถิด

       ในช่วงท้ายของโองการ ( وَلاَ تَتَّبِعُوْا خُطُوَاتِ الشَّيْطَانِ إِنَّهُ لَكُمْ عَدُوٌّ مُبِيْنٌ ) อัลลอฮ์มีทรงรับสั่งห้ามมิให้ผู้ที่ศรัทธาต่อพระองค์ปพฤติตัวนอก ลู่นอกทาง โดยการปฏิบัติตามแนวทางอันชั่วช้าและคำยุยงชักจูงของชัย ฏอนมารร้าย เพราะแนวทางของชัยฏอนคือหนทางแห่งความหลงผิด ชัยฏอนมารร้ายนั้นคือศัตรูตัว ฉกาจของมนุษย์ทุกคนโดยเฉพาะกับมุสลิมผู้ศรัทธา ชัยฏอนไม่เคยหวังดีหรือปรารถนาดีกับมนุษย์เลย คอยแต่จะ หลอกล่อหลอกลวงและบงการให้มนุษย์ทำความผิด จนหลงผิดออกจากแนวทางที่เที่ยงตรงของอิสลาม อิบลิสและชัยฏอนที่เป็นสมุนของมัน อาคาดและตามจองล้างจองผลาญมนุษย์ลูกหลานของอาดัมมาโดยตลอด พวกมันเคยสัญญากับพระองค์อัลลอฮ์ว่าพวกมันจะขัดขวาง และกีดกันมนุษย์ทุกวิถีทางให้พ้นจากทางนำ และจะยุยงชักจูงมนุษย์ให้กระทำแต่ความชั่วช้าเสื่อมทราม เพื่อที่จะได้มีบั้นปลายและจุดจบเดียวกับ พวกมัน คืออยู่ในขุมนรกร่วมกัน  พระองค์อัลลอฮ์ทรงกล่าวถึงพวกชัยฏอนไว้ว่า

إِنَّمَا يَأْمُرُكُمْ بِالسُّوءِ وَالْفَحْشَاءِ وَأَنْ تَقُولُوا عَلَى اللَّهِ مَا لَا تَعْلَمُونَ

ชัยฏอนนั้นมีแต่จะยุยงบงการให้พวกเจ้ากระทำความชั่วและสิ่งอันเป็นความลามกสกปรกทั้งหลายเท่านั้น  และจะบงการให้พวก เจ้ากล่าวความ อันเป็นเท็จต่ออัลลอฮ์ในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้ ” บทอัลบะกอเราะฮ์ โองการที่ 169

    ในบทอัลหิจรฺ โองการลำดับที่ 39 - 42 อัลลอฮ์ทรงรับสั่งว่า  อิบลีสและชัยฏอนที่เป็นสมุนของมันนั้นจะไม่สามารถครอบงำหลอกลวงผู้ที่มั่นใน ศรัทธาและ บริสุทธิ์ใจต่อ อัลลอฮ์ได้ ชัยฏอนจะครอบงำและหลอกลวงได้แต่เฉพาะผู้ที่อ่อนแอมีจิตใจอ่อนไหวง่ายไม่มั่นคง ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ อย่างจริงใจและบริสุทธิ์ใจ เท่านั้น

لَأُزَيِّنَنَّ لَهُمْ فِي الْأَرْضِ وَلَأُغْوِيَنَّهُمْ أَجْمَعِينَ (39) إِلَّا عِبَادَكَ مِنْهُمُ الْمُخْلَصِينَ (40) قَالَ هَذَا صِرَاطٌ عَلَيَّ مُسْتَقِيمٌ (41) إِنَّ عِبَادِي لَيْسَ لَكَ عَلَيْهِمْ سُلْطَانٌ إِلَّا مَنِ اتَّبَعَكَ مِنَ الْغَاوِينَ

ข้าขออยืนยัน ข้า (อิบลีส) จะต้องทำให้โลกนี้เป็นสิ่งเพริดแพร้ว (ลวงตา) สำหรับพวก เขา (มนุษย์) และข้าจะทำให้พวกเขาทั้งหมดหลงผิด พระองค์ (อัลลอฮ์) ทรงตรัสตอบว่า นี่คือแนว ทางอันเที่ยงธรรมของข้า และแน่นอนปวงบ่าวของข้านั้น เจ้าจะไม่มีอำนาจครอบงำพวกเขาได้นอก จากผู้ที่คล้อย ตามเจ้าจากมวลผู้หลงผิดเท่านั้น

   สารัตถะสำคัญจากโองการโดยสังเขป

   1.ผู้ศรัทธาทุกคนต้องเข้าอยู่ในอิสลามด้วยความเลื่อมใส เคารพและน้อมนำเอาธรรมบัญญัติแห่งอิสลามมาปฏิบัติโดยเคร่งครัดและอย่างครบ ถ้วนสมบูรณ์  จะเลือกศรัทธาหรือเลือกปฏิบัติแต่เฉพาะส่วนที่ถูกใจไม่ได้

    2.บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา(กุฟฟาร)และผู้กลับกลอกหน้าไหว้หลังหลอก(มุนาฟิก)ก็เข้าอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของโองการนี้เช่นกัน ทั้งหมดจำเป็น ต้องเข้ารับและกลับสู่อิสลามอย่างบริสุทธิ์ใจและเคร่งครัด

    3.องคาพยพหรือหลักการน้อยใหญ่ต่างๆในศาสนาอิสลามล้วนเป็นส่วนเดียวกันทั้งหมด จะแยกขาดจากกันหรือตัดทอนต่อเติมไม่ได้ โดยเด็ดขาด

    4.มุสลิม,มุอฺมินผู้ศรัทธาจะต้องไม่คล้อยตามคำยุยงบงการของชัยฏอนไม่ปฏิบัติตามแนวทางของชัยฏอน เพราะแนวทางของชัยฏอนคือแนว ทางแห่งความหลงผิด

     5.ชัยฏอนคือศัตรูของมนุษย์ มีหน้าที่คอยหลอกลวงและชักจูงมนุษย์ให้หลงผิด และมนุษย์ที่ถูกชัยฏอนครอบงำทำตามคำยุยงของชัยฏอน จะมีจุดจบและบั้นปลายเช่นเดียวกับชัยฏอน




ดาวน์โหลด mp 3 อัลกรุอ่าน  |  ฟัตวา Islam Q.A  |  สำนักข่าวอัลญะซีเราะฮ  |  วีดิโออิสลาม youtubeislam  |  แป้นพิมพ์ภาษาอาหรับ