เมื่ออัลลอฮ์เรียกท่านว่า “ โอ้ผู้ศรัทธา ”
(ตอนที่ 10)



โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

เนื้อหาของบทความ เมื่ออัลลอฮ์เรียกท่านฯ ตั้งแต่อันดับที่ 7 เป็นต้นมา ได้มีโอกาสนำเสนอเรื่องของการเสีย สละ (ญิฮาด) และการบริจาคทาน (ซอดะเกาะฮ์) ที่ไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทนและโดยไม่มีเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ แอบแฝง ซึ่งอิสลามถือว่าเป็นคุณธรรมสูงสุดประการหนึ่งเพราะเกิดจากการเสียสละโดยแท้จริง การบริจาคทาน ทุกกรณีไม่ว่าจะเพื่อสนับสนุนและค้ำจุนศาสนาหรือเพื่อการสังคมสงเคราะห์ก็ตาม เป็นกล ไกสำคัญในการ ผลักดันให้สังคมที่เต็มไปด้วยการกดขี่ขูดรีดและเอารัดเอาเปรียบ สังคมที่หลายๆคนคิดกันว่า ใครดีใครได้ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ให้กลายเป็นสังคมที่มีความเห็นอกเห็นใจมีการเอื้อเฟื้อเกื้อกูล,อุปถัมภ์สนับสนุน จุนเจือกันและกัน ด้วยวิธีการทางนิติกรรมที่ชอบธรรมต่างๆ เช่น การยกให้,การซื้อและขาย,การให้เช่า,ให้ยืมฯลฯ อันจะนำมาซึ่งความเป็นปกติสุขในการดำเนินชีวิตอย่างที่ทุกคนปรารถนา

ศาสนาอิสลามเล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นของการทำนิติกรรมต่าง ๆ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบ และวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตของมนุษย์ จึงอนุญาตให้มุสลิมสามารถทำนิติกรรมต่างๆได้ เช่นมุสลิมสามารถ ซื้อขาย,แลกเปลี่ยน,เช่า,ขอยืม,จำนำหรือจำนองได้โดยอิสระแต่อิสลามก็กำหนดระเบียบ และกติกาข้อควรระวัง ต่างๆไว้อย่างรอบครอบและรัดกุมเพื่อให้การทำนิติกรรมทุกประเภทดำเนินไปอย่าง ชอบธรรมและอย่างยุติธรรม ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ

เพราะมีนิติกรรมหลายประเภทตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้เป็นไปอย่างไม่ชอบธรรมและไม่ยุติธรรม เช่น การกู้ยืม และการจำนำ เพราะมีแต่การเอารัดเอาเปรียบและการฉวยโอกาสกอบโกยเรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้ยากไร้ทั้งหลาย ซึ่งสวนทางและตรงกันข้ามกับคุณธรรม การเอื้อเฟื้อเกื้อกูลโดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทนที่อิสลามต้องการสร้าง ให้เกิดขึ้นในทุกๆสังคม

คำว่า ( الرِّبـَا ) หรือดอกเบี้ยในหลักนิติศาสตร์อิสลาม มีนิยามและความหมายทางวิชาการที่กว้าง ขวางและครอบ คลุมมาก ซึ่งพอจะสรุปสั้นๆได้ว่า ดอกเบี้ย หมายถึงเงินหรือสิ่งตอบแทนที่บุคคลหนึ่งต้องมอบให้แก่อีกบุคคลหนึ่ง เพื่อการที่ได้ใช้เงินของบุคคลนั้น (ด้วยวิธีกู้ยืมหรือจำนำ) หรือเพื่อทดแทนการผัด ผ่อนหรือการไม่ชำระหนี้คืน ดอกเบี้ยจึงเป็นวิธีสร้างรายได้และกอบโกยผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนหรือคนรวยที่ไม่ต้องลงทุนลงแรง แต่อย่างใด จึงแตกต่างกับอาชีพสุจริตโดยทั่วไป เพราะสร้างปัญหาและส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของสังคม ดังที่ทราบกันดี เศรษฐกิจของหลายประเทศที่เคยเติบโตอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพต้องล่มสลายเพราะระบบ ดอกเบี้ย ดังนั้นจึงเป็นความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่อัลลอฮ์จะทรงมีรับสั่งห้ามการเรียกเก็บดอกเบี้ยทุกกรณี หลังจากที่ทรงแนะนำและชี้แจงถึงคุณค่าของการบริจาคและเสียสละ โดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทนในโองการลำดับ ก่อนๆที่ผ่านมา  และในโองการลำดับที่ 278 นี้ ทรงมีรับสั่งห้ามการเรียกเก็บดอกเบี้ยทุกกรณีไว้ว่า

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ وَذَرُوا مَا بَقِيَ مِنَ الرِّبَا إِنْ كُنْتُمْ مُؤْمِنِينَ

โอ้บรรดาผู้มั่นในศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด และจงละทิ้งดอกเบี้ยที่ยังเหลืออยู่ (ยังไม้ได้เก็บจากลูกหนี้) หากพวกเจ้าเป็นผู้มั่นในศรัทธา

ในโองการนี้อัลลอฮ์ทรงสั่งใช้ผู้ศรัทธา 2 ประการ คือ

ประการที่หนึ่ง    [  اِتَّقُوْا اللهَ ]    “ จงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด ” อัลลอฮ์ทรงมีรับสั่งให้ผู้มั่นในศรัทธาต่อพระองค์มี ความยำเกรง (ตักวา) ต่อพระองค์ หลายคนอาจตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่าเมื่อผู้ศรัทธาคือผู้ที่ยำเกรง ต่ออัลลอฮ์ และเพราะเหตุใดอัลลอฮ์จึงสั่งใช้ให้ยำเกรงอีก ? หรือว่าผู้ศรัทธามิได้มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ ?

คำตอบก็คือ การที่อัลลอฮ์ทรงสั่งใช้ให้ผู้ศรัทธายำเกรงนั้นมิได้หมายความว่าเขาไม่มีความตักวายำเกรง ต่อพระองค์ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของคำสั่ง คือ ใช้ให้รักษาความตักวายำเกรงนี้ไว้ตลอดไป หากเป็นผู้ที่มีความ ยำเกรงที่สมบูรณ์อยู่แล้ว และให้เพิ่มความยำเกรงให้มากยิ่งๆขึ้นหากมีความยำเกรงที่ยังไม่สมบูรณ์ คล้ายกับกรณี ที่ทรงสั่งใช้ผู้ศรัทธาให้ศรัทธาต่อพระองค์ เช่นในบทอันนิซาอฺ โองการที่ 136อัลลอฮ์ทรงสั่งใช้ผู้ศรัทธาว่า

“ โอ้บรรดาผู้มั่นในศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงศรัทธาต่ออัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์เถิด ”

และเหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อผู้ศรัทธาถูกเตือนให้มีความยำเกรง ก็จะเกิดเป็นสำนึกเสมอว่า เมื่อตนเอง เป็นผู้มีตักวายำเกรงต่ออัลลอฮ์ ตนต้องเป็นผู้ที่ยินดีและพร้อมสนองรับสั่งของอัลลอฮ์ตลอดเวลา  ดังนั้นจึงเป็น การง่ายที่ผู้ศรัทธาจะปฏิบัติตามคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามที่อัลลอฮ์ประทานลงมา

ประการที่สอง   [  وَذَرُوْا مَا بَقِيَ مِنَ الرِّبَا  ]  “ จงละทิ้งดอกเบี้ยที่ยังเหลืออยู่ “  อัลลอฮ์ทรงสั่งห้ามผู้ศรัทธาเอา ดอกเบี้ยทุกกรณี แม้กระทั่งส่วนที่ลูกหนี้ค้างชำระอยู่ก็ตาม นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ การอธิบายอัลกุรอาน หลายท่านระบุว่า โองการนี้เป็นโองการสุดท้ายที่ประทานลงมาเกี่ยวกับการห้ามเอาดอกเบี้ย เนื่องจากก่อนหน้า นี้อัลลอฮ์ทรงประทานโองการเกี่ยวกับดอกเบี้ยเป็นการเบื้องต้นเป็นระยะ ๆ และอย่างมีวาระขั้นตอน คล้ายกับกรณี การประทานโองการห้ามบริโภคเหล้าและสิ่งมึนเมาต่าง กล่าวคือ ในช่วงแรกๆของการประกาศบัญญัติอิสลาม มีการประทานโองการเกี่ยวกับดอกเบี้ย ชี้แจงพิษภัยและผลเสียของดอกเบี้ย แต่ยังมิได้ห้ามเอาดอกเบี้ยแต่ อย่างใด  โองการแรกที่ประทานลงมา คือ

وَمَا آتَيْتُمْ مِنْ رِبًا لِيَرْبُوَ فِي أَمْوَالِ النَّاسِ فَلَا يَرْبُو عِنْدَ اللَّهِ

และสิ่งที่เจ้าจ่ายออกไปจากทรัพย์สิน (ปล่อยเงินกู้) เพื่อให้มัน (ดอกเบี้ย) เพิ่มขึ้นในทรัพย์สินของมนุษย์ (ลูกหนี้) มันจะไม่เพิ่มพูน ณ ที่อัลลอฮ์โดยเด็ดขาด

บทอัรรูม โองการที่ 39

เมื่อเราพิจารณาแล้วจะเห็นว่า โองการนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับโองการแรกที่ประทานลงมาเกี่ยวกับเรื่องเหล้า คือเริ่มต้นด้วยการบอกกล่าวว่าเป็นพฤติกรรมที่มีแพร่หลายในชีวิตประจำวันของคนในสังคม โองการแรกที่ อัลลอฮ์ทรงมีรับสั่งถึงเรื่องเหล้าคือ

وَمِنْ ثَمَرَاتِ النَّخِيلِ وَالْأَعْنَابِ تَتَّخِذُونَ مِنْهُ سَكَرًا وَرِزْقًا حَسَنًا

จากผลอินทผาลัมและผลองุ่น พวกเจ้าสามารถนำมาปรุงเป็นของมึนเมาและเป็นอาหารที่ดีได้

บทอันนะห์ลุ โองการที่ 67    

จากนั้นทรงประทานอีกโองการเพื่อชี้แจงให้ผู้ศรัทธาทราบและเห็นพิษภัยและผลเสียที่มีอย่างมากมายในเหล้า มีมากกว่าประโยชน์ เพื่อให้ผู้ศรัทธาได้พิจารณาและตัดสินใจด้วยตัวเองว่าสมควรจะดื่มกินเหล้าอีกหรือไม่ อย่างไร ?  อัลลอฮ์ทรงรับสั่งว่า

قُلْ فِيهِمَا إِثْمٌ كَبِيرٌ وَمَنَافِعُ لِلنَّاسِ وَإِثْمُهُمَا أَكْبَرُ مِنْ نَفْعِهِمَا

จงกล่าวเถิดว่า ในทั้งสอง (เหล้าและการพนัน) นั้นมีโทษมหันต์และมีคุณประโยชน์หลายอย่างแก่มนุษย์ แต่โทษของมันทั้งสองนั้นมีมากกว่าคุณของมัน

บทอัลบะกอเราะฮ์  โองการที่ 219

เมื่อผู้ศรัทธาทราบเช่นนั้นก็ต้องเลือกสิ่งที่มีคุณมากกว่าอย่างแน่นอน  เช่นเดียวกันอัลลอฮ์ทรงแจ้งในกรณีของ ดอกเบี้ยว่าพระองค์จะทรงพิโรธและกริ้วโกรธผู้เอาดอกเบี้ย ผู้ศรัทธาที่ยำเกรงย่อมต้องหลีกเลี่ยงและยุติการ เอาดอกเบี้ย เพราะจะทำให้อัลลอฮ์ทรงพิโรธกริ้วโกรธเขา อัลลอฮ์ทรงประทานโองการที่กล่าว ถึงการเอาผิด ชาวยิวในอดีต และการลงโทษด้วยการบัญญัติห้ามไม่ให้บริโภคสิ่งที่เคยหะลาลสำหรับชาวยิว สาเหตุเพราะ ชาวยิวทำตัวเป็นปรปักษ์ต่อแนวทางของอัลลอฮ์ ชอบกดขี่เอารัดเอาเปรียบ และเก็บดอกเบี้ยจากคนจนผู้ยากไร้  โองการดังกล่าวนั้นคือ

فَبِظُلْمٍ مِنَ الَّذِينَ هَادُوا حَرَّمْنَا عَلَيْهِمْ طَيِّبَاتٍ أُحِلَّتْ لَهُمْ وَبِصَدِّهِمْ عَنْ سَبِيلِ اللَّهِ كَثِيرًا (160) وَأَخْذِهِمُ الرِّبَا وَقَدْ نُهُوا عَنْهُ وَأَكْلِهِمْ أَمْوَالَ النَّاسِ بِالْبَاطِلِ

และเนื่องเพราะความอธรรมจากชาวยิว เราจึงได้กำหนดห้ามสิ่งดีๆที่เคยอนุมัติแก่พวกเขา และเนื่อง เพราะพวกเขาขัดขวางแนวทางของอัลลอฮ์อย่างมากมาย และเนื่องเพราะพวกเขาเอาดอกเบี้ยและ ยักยอกคดโกงทรัพย์ของผู้คนโดยมิชอบ  “

บทอันนิซาอฺ โองการที่ 160-161

ในโองการนี้กล่าวเพียงแค่ว่า การเอาดอกเบี้ยของชาวยิวเป็นความผิดร้ายแรง เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำ ให้อัลลอฮ์ทรงพิโรธและลงโทษพวกเขา โดยมิได้กล่าวถึงการห้ามเอาดอกเบี้ยแก่ประชาชนผู้ศรัทธาในสมัย หรือยุคของท่านนาบีมูฮำหมัดแต่อย่างใด ผู้ศรัทธาที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์จะสามารถพิจารณาและตัดสิน ได้เองตนเองว่า การเอาดอกเบี้ยเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี และมีผลเสียมากกว่าผลดี ผู้เอาดอกเบี้ยจะถูก อัลลอฮ์พิโรธ โกรธกริ้ว และอาจถูกเอาผิดและลงโทษเหมือนชาวยิวในอดีตก็เป็นได้

จากนั้นอัลลอฮ์ทรงประทานโองการที่ห้ามเอาดอกเบี้ยในบางกรณีหรือเฉพาะบางลักษณะเท่านั้น ยังไม่ห้ามเอา ดอกเบี้ยทั้งหมด เช่นห้ามเอาดอกเบี้ยแบบทบต้น คือห้ามเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระไปรวมทบกับเงินต้นและรวมคิด ดอกเบี้ยไปด้วยกันต่อไป เพราะเป็นการขูดรีดและเอารัดเอาเปรียบลูกหนี้มากเกินไป อัลลอฮ์ทรงรับสั่งห้ามไว้ว่า

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَأْكُلُوا الرِّبَا أَضْعَافًا مُضَاعَفَةً

โอ้ผู้มั่นในศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าอย่าเอาดอกเบี้ยทบรวมหลายเท่า (คือดอกทบต้น)

บทอาลิอิมรอน โองการที่ 130

ในกรณีของเหล้าอัลลอฮ์ก็ประทานโองการที่มีบัญญัติห้ามดื่มเหล้าจนเมาขาดสติแล้วไปละหมาด ซึ่งเป็นการห้าม ดื่มเหล้าในบางโอกาสเท่านั้น หากยังไม่ได้ละหมาดก็สามารถดื่มเหล้าได้ หรือถ้ายังมึนเมาขาดสติพูดจาไม่เป็น ภาษา ไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องละหมาด อะไรทำนองนี้ อัลลอฮ์รับสั่งว่า

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَقْرَبُوا الصَّلَاةَ وَأَنْتُمْ سُكَارَى حَتَّى تَعْلَمُوا مَا تَقُولُونَ

โอ้ผู้มั่นในศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าอย่าเข้าใกล้การละหมาดในสภาพที่พวกเจ้าไม่ส่างเมา จนกว่าพวกเจ้า จะรับรู้ในสิ่งที่พวกเจ้าพูดเสียก่อน  “  

บทอันนิซาอฺ โองการที่ 43 

จนกระทั่งผู้ศรัทธาทุกคนมีความเข้มแข็ง  สามารถปฏิบัติตามข้อบัญญัติห้ามเอาดอกเบี้ยและห้ามดื่มเหล้าได้ใน ระดับที่ดีขึ้นมากแล้ว พระองค์อัลลอฮ์จึงประทานโองการที่เป็นบัญญัติห้ามเอาดอกเบี้ยและห้ามดื่มเหล้าโดยเด็ด ขาดลงมา ซึ่งเป็นโองการอันดับสุดท้ายตามที่นักวิชาการได้ระบุไว้ กล่าวคือ ห้ามเอาดอกเบี้ยทุกชนิด และทุก กรณีและผู้ฝ่าฝืนคือผู้มีความผิดร้ายแรง การเอาดอกเบี้ยเป็นบาปใหญ่มหันต์โทษ ผู้ที่ไม่ละเลิกการเอาดอกเบี้ย อัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์จะประกาศทำสงครามด้วย หลังจากที่อัลลอฮ์ทรงสั่งห้ามเอาดอกเบี้ย โดยเด็ดขาด ทรงรับสั่งคาดโทษผู้ที่ไม่ละเลิกหรือยุติการเอาดอกเบี้ยทุกกรณีไว้ว่า

فَإِنْ لَمْ تَفْعَلُوا فَأْذَنُوا بِحَرْبٍ مِنَ اللَّهِ وَرَسُولِهِ وَإِنْ تُبْتُمْ فَلَكُمْ رُءُوسُ أَمْوَالِكُمْ لَا تَظْلِمُونَ وَلَا تُظْلَمُونَ

ดังนั้นหากพวกเจ้าไม่ปฏิบัติตามนี้พวกเจ้าจงตระหนักถึงสงครามกับอัลลอฮ์และศาสนทูต ของ พระองค์เถิด และหากพวกเจ้าสำนึกผิดพวกเจ้ามีสิทธิเพียงแค่เงินต้นเท่านั้น ทั้งนี้พวกเจ้าจักได้ไม่เอา เปรียบและไม่ถูกเอาเปรียบ

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا إِنَّمَا الْخَمْرُ وَالْمَيْسِرُ وَالْأَنْصَابُ وَالْأَزْلَامُ رِجْسٌ مِنْ عَمَلِ الشَّيْطَانِ فَاجْتَنِبُوهُ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ

โอ้ผู้มั่นในศรัทธาเอ๋ย เหล้า,การพนัน,การบูชาเส้นสรวง และการเสี่ยงติ้วทำนาย ล้วนเป็นสิ่งสกปรก จากการกระทำของเหล่าชัยฏอนทั้งสิ้น ดังนั้นพวกเจ้าจงหลีกห่างเถิด เพื่อพวกเจ้าจักได้รับความสำเร็จ  “  

บทอัลมาอิดะฮ์ โองการที่  90 

นักวิชาการบางท่านกล่าวว่า สำหรับกรณีของเหล้านั้นยังมีอีกโองการหนึ่งที่เป็นบัญญัติห้ามโดยเด็ดขาด และเป็น โองการที่ประทานเป็นอันดับสุดท้ายจริง ๆ จะอย่างไรก็ตามเนื้อหาและสาระสำคัญของบทความนี้จะพยายาม นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการเอาดอกเบี้ย เป็นสำคัญ ซึ่งในความตั้งใจจริงแล้วอยากจะนำเสนอเนื้อหา ของสาเหตุการประทานโองการและสารประโยชน์เชิงฟิกฮ์ ให้ได้มากที่สุด แต่ด้วยข้อจำกัดของหน้ากระดาษ คงต้องอนุญาตท่านสมาชิกและผู้อ่านที่เคารพทุกท่านเอาไปคุยกันในอันดับต่อไป  อินชาอัลลอฮ์

สารัตถะสำคัญจากโองการโดยสรุป

1.การตักวายำเกรงต่ออัลลอฮ์เป็นหน้าที่และภารกิจสำคัญของผู้ศรัทธาทุกคน

2.อิสลามห้ามเอาดอกเบี้ยทุกกรณี แม้ลูกหนี้จะสมัครใจหรือเต็มใจจ่ายดอกเบี้ยให้ก็ตาม

3.การบัญญัติห้ามเอาดอกเบี้ยมีการประทานโองการบัญญัติลงมาอย่างเป็นวาระและขั้นตอน เพื่อให้ผู้ศรัทธามี โอกาสในการเตรียมตัวเตรียมใจในการปฏิบัติตามบัญญัติห้าม

4.ผู้ที่ไม่ยุติและละเลิกการเอาดอกเบี้ยถือเป็นคนบาปมีความผิดร้ายแรง เป็นศัตรูกับอัลลอฮ์และรอซูล

5.ผู้ที่ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินมีสิทธิเรียกคืนเฉพาะเงินต้นเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทั้งเจ้าหนี้ละลูกหนี้ ไปพร้อม ๆ กัน ไม่เอาเปรียบผู้อื่นและไม่ถูกผู้อื่นเอาเปรียบ

อินชาอัลลอฮฺ อ่านต่อตอนที่ 11


 ย้อนกลับ ตอนที่ 9                                                                                               ถัดไป ตอนที่ 11

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 7 มีนาคม 56 เวลา 00.10 น.