เพียงแค่นี้ก็มีสิทธิเป็นชาวสวรรค์ได้แล้ว


โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

รายงานจากญาบิริบนิอับดิลลาฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า มีชายนิรนามคนหนึ่งถามท่านรอซูลุลลอฮ์ ว่า

أَرَأَيْتَ إِذَا صَلَّيْتُ الصَّلَوَاتِ الْمَكْتُوبَاتِ وَصُمْتُ رَمَضَانَ وَأَحْلَلْتُ الْحَلاَلَ وَحَرَّمْتُ الْحَرَامَ وَلَمْ أَزِدْ عَلَى ذَلِكَ شَيْئًا أَأَدْخُلُ الْجَنَّةَ ؟ قَالَ :  نَعَمْ قَالَ : وَاللَّهِ لاَ أَزِيدُ عَلَى ذَلِكَ شَيْئًا

โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ โปรดบอกให้ฉันทราบด้วยว่า หากฉันละหมาดฟัรฏูตามที่ถูกกำหนด และถือศีลอดเดือนรอมาฏอน ทำแต่สิ่งที่หะลาล ละเลิกสิ่งต้องห้ามทั้งหลายอย่างเคร่งครัด และฉันจะไม่ ทำอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากนี้อีกแล้ว ฉันจะได้เข้า สวรรค์หรือไม่ ? ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่าใช่  ได้เข้าสวรรค์ ชายคนนั้นกล่าวย้ำอีกครั้งว่า ขอสาบาน ต่ออัลลอฮ์ ฉันจะ ไม่ทำอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากนี้อีกแล้ว

(บันทึกโดยมุสลิม)

คำอธิบาย :

หะดีษบทนี้เป็นโอวาทสำคัญบทหนึ่งของท่านรอซูลลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งนักวิชาการระดับ อาวุโสหลายท่านได้ให้คำอธิบายไว้ 2 แนวทางหรือ 2 ทรรศนะ เพราะเนื้อหาของหะดีษบทนี้ได้กล่าวถึงผลงาน เพียง 4 ประการเท่านั้นที่เมื่อมุสลิมคนใดทำแล้วจะได้เข้าสวรรค์ของ อัลลอฮ์ ตะอาลา จึงอาจเป็นเหตุทำให้เกิด ความสงสัยและความเข้าใจผิดได้ว่า ภารกิจสำคัญอื่น ๆ เช่นเรื่องซะกาฮ ์และฮัจย์นั้นไม่สำคัญหรือ ไม่จำเป็น อีกต่อไป  บรรดานักวิชาการจึงได้อธิบายความหมายและจุดประสงค์ของหะดีษไว้เป็น 2 แนวทาง ดังนี้

คำอธิบายแรก  การที่เนื้อหาของบทหะดีษนี้ได้กล่าวถึงแต่เฉพาะเพียง 4 กรณี คือ (1) การละหมาด ฟัรฏู 5 เวลา (2) การถือศีลอดเดือนรอมาฏอน (3) การทำและใช้แต่สิ่งที่หะลาลเป็นที่อนุมัติตามหลักการศาสนา และ (4) ละเลิก สิ่งหะรอมต้องห้ามทุกประการ เพราะว่าหะดีษบทนี้เป็นบทโอวาท ของท่านรอซูลลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะซัลลัม ที่ได้กล่าวไว้ในช่วงแรกๆของการประกาศบัญญัติอิสลาม คือก่อนที่จะมีบัญญัติเรื่องซะกาฮ์ และเรื่อง ฮัจย์และภารกิจสำคัญอื่น ๆ ดังนั้นท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงตอบไปเพียงเรื่องที่จำเป็น ในขณะนั้นเท่านั้น

คำอธิบายที่สอง  การที่เนื้อหาของหะดีษกล่าวถึงเพียง 4 ประการนี้ เพราะว่าทั้ง 4 ประการนี้นั้นเป็นภารกิจเบื้อง ต้นที่มุสลิมทุกคนจำเป็นต้องรับ ผิดชอบอย่างเท่าเทียมและเหมือนๆกัน กล่าวคือ มุสลิมทุกคน ทั้งคนรวยและ คนจน ทั้งหญิงและชาย ต้องรับผิดชอบการละหมาดฟัรฏู 5 เวลา เหมือน ๆ กัน ต้องถือศีลอดเดือนรอมาฏอน เหมือนๆกัน ต้องกินต้องใช้สิ่งที่หะลาลเหมือน ๆ กัน ห้ามกินห้ามใช้สิ่งที่หะรอมเหมือน ๆ กัน

ซึ่งทั้ง 4 กรณีนี้จะแตกต่างจากภารกิจสำคัญประการอื่น ๆ เช่น เรื่องการจ่ายซะกาฮ์และการทำฮัจย์ เพราะเป็นภาร กิจและข้อบังคับสำหรับมุสลิม ผู้มีฐานะเท่านั้น มุสลิมที่ยากจนที่ขาดโอกาสและไม่มีฐานะ ไม่ต้องรับผิดชอบใน ภารกิจ 2 ประ การนี้ ดังนั้นท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม จึงกล่าวถึงเพียง 4 ประการนี้เท่านั้น และงดที่จะกล่าวถึงภารกิจหรือประการอื่นๆด้วย ทั้งนี้อาจเพราะ ว่า 4 ประการที่กล่าวถึงนี้ก็มีเนื้อหา และจุดประ สงค์ที่ครอบคลุมหลักการพื้นฐานเบื้อง ต้นส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดแล้ว

เมื่อมุสลิมทุกคน ทั้งรวยและจน ทั้งหญิงและชาย ละหมาดฟัรฏู 5 เวลาครบทุกวัน ถือศีลอดเดือนรอมาฏอนครบ ตลอดทั้งเดือน ทำและใช้แต่สิ่ง ที่หะลาล ละเลิกสิ่งที่หะรอมอย่างเคร่งครัด แน่นอนมุสลิมคนนั้นย่อมมีโอกาสได้ เข้าสวรรค์ของอัลลอฮ์ ตะอาลา ตามที่ท่านรอซูลุลลอฮ์  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกไว้โดยไม่ต้อง สงสัย

แต่สำหรับมุสลิมที่มีฐานะนั้นยังจะต้องรับผิดชอบภารกิจการจ่ายซะกาฮ์และการทำฮัจย์เพิ่มขึ้นอีก จึงจะถือว่าพ้น ความรับผิดชอบและได้เข้าสวรรค์ ของอัลลอฮ์ ตะอาลา ตามที่มีระบุในหะดีษบทอื่นๆ แม้จะไม่มีระบุไว้ในหะดีษ บทนี้ก็ตาม

บทเรียนจากหะดีษ :

1- มุสลิมที่ดีต้องละหมาดฟัรฏูวันละ 5 เวลาอย่างเคร่งครัด


2- มุสลิมที่ดีต้องถือศีลอดเดือนรอมาฏอนอย่างเคร่งครัด


3- มุสลิมที่ดีต้องทำและใช้แต่สิ่งที่หะลาลศาสนาอนุมัติให้อย่างเคร่งครัด


4- มุสลิมที่ดีต้องละเลิกทุกสิ่งที่ศาสนาบัญญัติห้ามอย่างเคร่งครัด


5- มุสลิมที่ดีต้องเชื่อและศรัทธาว่าสวรรค์นั้นมีจริง


6- มุสลิมที่ดีต้องสนใจและให้ความสำคัญกับผลงาน


7- มุสลิมที่ดีต้องไม่เพิ่มเติมในหลักการศาสนาทั้งข้อห้ามและข้อใช้


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 16 กรกฎาคม 55 เวลา 21.00 น.