ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ


โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

 

หะดีษบทที่จะนำเสนอต่อไปนี้นั้นเป็นหะดีษประเภท “ กุดซีย์ ” ซึ่งปรากฏรายงานในบันทึกของอิหม่ามอัลบุคอรีย์ มุสลิมและผู้บันทึกหะดีษระดับแนวหน้าอีกหลายๆท่านดังนี้

มีรายยงานจากอิบนิอับบาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยถ่ายทอด จากรับสั่งของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ว่า

إِنَّ اللَّهَ كَتَبَ الْحَسَنَاتِ وَالسَّيِّئَاتِ ثُمَّ بَيَّنَ ذَلِك فَمَنْ هَمَّ بِحَسَنَةٍ فَلَمْ يَعْمَلْهَا كَتَبَهَا اللَّهُ عِنْدَهُ حَسَنَةً كَامِلَةً وَإِنْ هَمَّ بِهَا فَعَمِلَهَا كَتَبَهَا اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ عِنْدَهُ عَشْرَ حَسَنَاتٍ إِلَى سَبْعِ مِائَةِ ضِعْفٍ إِلَى أَضْعَافٍ كَثِيرَةٍ وَإِنْ هَمَّ بِسَيِّئَةٍ فَلَمْ يَعْمَلْهَا كَتَبَهَا اللَّهُ عِنْدَهُ حَسَنَةً كَامِلَةً وَإِنْ هَمَّ بِهَا فَعَمِلَهَا كَتَبَهَا اللَّهُ سَيِّئَةً وَاحِدَةً

แท้จริงอัลลอฮ์ทรงกำหนดความดีและความชั่ว และทรงแจกแจงไว้อย่างกระจ่างทั้งหมดแล้วดังนั้นผู้ ใดมีเจตนาทำดีประการหนึ่งแม้ยังมิได้ลงมือ กระทำจริงก็ตาม อัลลอฮ์จะทรงบันทึกให้เป็นหนึ่งความดี ที่สมบูรณ์สมนาคุณแก่เขา และหากเขามีเจตนาทำดีพร้อม ลงมือกระทำจริง อัลลอฮ์จะทรงบันทึกให้ เป็น 10 ความดีจนถึง 700 เท่า จนถึงหลายเท่าทวีคูณ และหากเขามีเจตนาทำชั่วประการหนึ่งแต่มิได้ลง มือกระทำจริง อัลลอฮ์จะทรงบันทึกให้เป็นหนึ่งความดีที่สมบูรณ์สมนาคุณแก่เขา และหากเขามีเจตนา ทำชั่วประการหนึ่งพร้อมลงมือกระทำด้วย อัลลอฮ์จะทรงบันทึกให้เป็นเพียง หนึ่งความผิด (บาป) เท่านั้น

รายงานโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

คำอธิบาย

หากเราอ่านหะดีษบทนี้ให้ผ่านไปโดยมิได้พิจารณาอะไรมากมายนัก ก็คงจะรู้สึกและคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ของคนที่คิดดีทำดีต้องได้รับผลบุญและความดีตอบแทน และส่วนคนที่คิดไม่ดีและทำไม่ดีก็ต้องได้รับบาปรับ กรรมอย่างสาสมเช่นกัน แต่ถ้าเราสังเกตและพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนอีกหน่อย ก็จะเห็นความแตกต่างบางประ การจากความเข้าใจเดิม ๆ นั่นก็คือการได้รับผลบุญและความ ดีตอบแทนทั้งๆที่ไม่ได้ทำความดี ทั้งๆที่คิดไม่ดี หรือทั้ง ๆ ที่คิดจะทำบาป ก็บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า “ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ”

เราเคยรู้และเข้าใจกันมานานแสนนานแล้วว่า คนที่คิดไม่ดีก็มักจะทำไม่ดีด้วย ดังนั้นคนที่คิดไม่ดีก็ไม่น่าจะได้รับ ความดีอันใดตอบแทน แต่ในหะดีษบทนี้กับระบุไว้อย่างชัดเจนว่า แม้คนที่คิดไม่ดีก็ยังมีสิทธิ์ได้รับความดี ดังนั้น กุศลหรือความดีที่เกิดขึ้นจากการคิดไม่ดีหรือการคิดจะทำบาปจึงเป็นความดีที่เกินคาดหรือแทบ จะเหลือเชื่อ นั่นเอง ที่บอกว่าเหลือเชื่อก็เพราะว่าไม่เชื่อไม่ได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าหะดีษบทนี้ จะเปิดโอกาสหรือเปิดช่องให้เราเป็นคนคิดไม่ดีได้

จากหะดีษบทข้างต้นจะสังเกตได้ว่าศาสนาตั้งเงื่อนไขสำคัญไว้ว่า การคิดไม่ดีจะกลายเป็นความ ดีขึ้นมาได้นั้น ต้องไม่นำไปสู่การปฏิบัติจริงหรือการลงมือกระทำจริง และถ้าหากถึงขั้นลงมือกระทำด้วยเมื่อใดก็จะถูกบันทึกเป็น ความผิดหรือเป็นบาปหนึ่งบาปทันที ที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าเป็นความ ดีทีเกินคาดหรือเป็นความดีที่เหลือเชื่อ นั้น มิได้มีเพียงแค่กรณีนี้หรือหะดีษบทนี้บทเดียวเท่านั้นแต่ด้วยความโปรดปรานและกรุณาธิคุณของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อันหาที่สุดมิได้นั้น พระองค์ทรงประทานผลบุญและความดีอีกมากมายให้กับผู้ที่พระองค์ ทรงประสงค์

หลายครั้งที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวถึงไว้ว่า ขนาดเจ้าตัวหรือเจ้าของบัญชีเมื่อ เห็นบัญชีของตัวเองแล้วก็ยังอดที่จะแปลกใจหรือฉงนสงสัยไม่ได้ว่า ความดีที่ถูกบันทึกไว้นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ? ความดีเหล่านั้นมาจากที่ไหนกัน ? ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมีความดีได้มากมายขนาดนั้น มันช่าง น่าอัศจรรย์เหลือเกิน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ผู้มีวาจาสัจได้ กล่าวถึงเรื่องราวเหล่านี้ไว้

ทั้งนี้เพื่อเป็นแรงเสริมและกำลังใจให้กับคนที่คิดดีและทำดีทั้งหลาย และเพื่อเป็นบทเรียนที่สอนให้มนุษย์เราไม่ ท้อแท้และหมดความหวังในการคิดดีและทำความดี และเพิ่มความรักและศรัทธาที่แกร่งกล้าต่ออัลลอฮ์ ซุบฮานะ ฮูวะตะอาลา และศาสนาของพระองค์ให้มากยิ่งขึ้น ให้สมกับความกรุณาและความโปรดปรานของพระองค์ที่ทรงมี และประทานให้อย่างหาที่เปรียบมิได้

และอดไม่ได้อีกเช่นเคย ที่จะต้องหยิบยกตัวอย่างจากคำสอนของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่กล่าวถึงความดีที่เกินคาดเหล่านี้ เพื่อให้ผู้อ่านได้สามารถมองเห็นภาพและเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจน มากยิ่งขึ้น เช่น หะดีษจากท่านอาบีฮุรอยเราะฮ์  ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ اللَّهَ لَيَرْفَعُ الدَّرَجَةَ لِلْعَبْدِ الصَّالِحِ فِي الْجَنَّةِ فَيَقُولُ يَا رَبِّ أَنَّى لِي هَذِهِ ؟
فَيَقُولُ بِاسْتِغْفَارِ وَلَدِكَ لَكَ

แน่นอนยิ่งนัก อัลลอฮ์ จักทรงเลื่อนฐานานุศักดิ์ของบุรุษหนึ่งในสวรรค์ให้สูงยิ่งๆขึ้น จนเขาเอ่ยถาม ด้วยความฉงนว่าโอ้พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ความดีอันอัศจรรย์เหลือเชื่อนี้เกิดขึ้น กับข้า ฯ ได้อย่างไร ? พระองค์จะทรงตรัสตอบว่า ทั้งหมดนั่นล้วนเป็นผลจากการขออภัยโทษของ บุตรท่าน ให้แก่ท่าน

รายงานโดยอะหมัดและอิบนุมาญะห

จากหะดีษบทข้างต้นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวถึงความดีที่เกิด ขึ้นและถูกบันทึกลงไว้ในบัญชีโดยที่เจ้าของบัญชีเองก็ไม่รู้ตัว เป็นความดีที่เกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อและอัศจรรย์ เกินคาด เจ้าของบัญชีก็ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะได้รับความดีเหล่านี้ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอย่างประหลาด ใจว่า เขาจะมีความดีทั้งหมดนี้ได้อย่างไรเมื่อเขาเองไม่ได้ทำ ? และในที่ สุดความสงสัยก็คลี่คลายลงเมื่อได้รับ คำตอบว่า ความดีอันอัศจรรย์เหลือเชื่อเหล่านั้นเกิดจากความดีของผู้อื่นทั้งสิ้น เช่นความดีที่เกิดจากผู้เป็นบุตรที่ ขออภัยโทษจากพระผู้เป็นเจ้าให้เป็นต้น

และอีกกรณีหนึ่งที่เป็นตัวอย่างของความดีที่เกินขาด ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

ในวันกิยามะห์มีชายคนหนึ่งได้รับบัญชีที่เต็มไปด้วยความดีมากมายที่เขาเองไม่เคยทำ และไม่เคย รู้จักความดีเหล่านั้นมาก่อนเสียด้วยซ้ำ เขาจึงเอ่ยถามขึ้นว่า ความดีมากมายเหล่านี้มาจากไหนกัน ?” แล้วเขาก็ได้รับคำตอบว่า นั่นคือความดีที่เจ้าได้รับจากคนที่นินทาเจ้าโดยที่เจ้าไม่รู้ตัว

รายงานโดยอัลอัสบิฮานีย์ จากหะดีษของอาบูอุมามะห์ จากอัดตัรฆีบฯของอัลมุนษิรีย์ เล่มที่ 3 หน้า 115

ตัวอย่างสุดท้ายการมีเพศสัมพันธ์กับภรรยา หลายคนคาดไม่ถึงว่าจะกลายเป็นความดีได้  ด้วยความเข้าใจและ ความรู้สึกที่ว่า การหลับนอนและมีเพศสัมพันธ์กับภรรยานั้นคือการสนองความต้องการทางเพศและอารมณ์ ความใคร่ จึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องบาปบุญและกุศลความดีใดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะว่าอารมณ์ความใคร่ที่เป็นไปตามครรลองของศาสนา และด้วยเจตนาที่ดีจะกลายเป็นความดีที่มีกุศลตอบ แทนให้อย่างมากมายมหาศาล ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็เคยชี้แจงทำความเข้าใจกับเหล่าสาวก ที่เคยสงสัยไว้ว่า

การมีเพศสัมพันธ์กับสตรีที่หะลาล (ภรรยา) ถือเป็นกุศล

รายงานโดยมุสลิมและอาบูดาวู้ดจากท่านอาบีซัรรฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮ

ในบางโอกาสท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็กล่าวว่า

การป้อนอาหารใส่ปากภรรยาเป็นกุศล

รายงานโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิมจากท่านสะอัดบินอาบีวักก็อซ

ผลบุญและความดีที่เกิดจากการคิดดีและทำดีนั้นมีอย่างมากมายและสามรถได้มาอย่างง่าย ๆ หลายความดีที่ได้ ผลบุญมาโดยเพียงแค่คิดและตั้งใจจะทำ ไม่ทันที่จะลงมือทำก็ได้ความดีแล้ว และอีกหลาย ๆ ความดีที่ไม่เคยคิด จะทำก็ยังมีโอกาสได้รับความดี ความดีที่น่าอัศจรรย์เหล่านี้ คนที่คิดดีและทำดีเท่านั้นจึงจะโชคดีมีโอกาสได้รับ มากกว่าผู้อื่น แต่ก็อย่าหลงดีใจไปว่าความดีเหล่านี้เกิดขึ้นง่ายและได้มาอย่างง่าย ๆ เลยมองข้ามและดูถูกความดี เล็ก ๆ น้อยอย่างอื่น คอยจ้องดักหาโอกาสทำเฉพาะความดีสำคัญๆตามวาระและเทศกาลต่างๆเท่านั้น เพราะที่ถูก ต้องและสมควรก็คือ ต้องหมั่นเก็บเล็กผสมน้อย คิดและทำความดีทุกอย่างที่สามารถทำได้โดยไม่คอยฤกษ์คอย โอกาส นานวันขึ้นความดีก็จะมีมากขึ้นเอง

ขอให้สังวรและจำไว้เสมอว่า ความดีย่อมล่วงเลยและหลุดมือเสมอสำหรับคนที่มัวแต่รอคอยฤกษ์ยาม การคิดดีมักนำไปสู่การทำดีเสมอ การได้คิดดีและทำดีคือ ความสมบูรณ์และมงคลแห่งชีวิตของมุสลิม ศาสนาอิสลามโดยพระองค์อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และศาสนทูตของพระองค์ใช้ให้มุสลิมทุกคนเป็นคน คิดดีและทำดีอยู่เสมอ และสัญญาจะตอบแทนความดีให้โดยง่ายและอย่างมากมาย เพียงแค่คิดและประสงค์ จะทำดีก็พร้อมจะตอบแทนความดีให้แล้ว  แต่ก็ไม่วายที่ยังจะมีคนที่ชอบคิดไม่ดีและทำไม่ดีอยู่ร่ำไป

สารัตถะสำคัญจากบทหะดีษโดยสรุป

  1. สิ่งที่เป็นความดีและความชั่วทั้งหมดล้วนถูกระบุและแจกแจงไว้อย่างชัดเจนแล้ว
  2. กิริยาคือภาษาของหัวใจ ดังนั้นมุสลิมต้องให้ความสำคัญกับจิตใจและการนึกคิด หัวใจดี,จิตใจดี กิริยาและ วาจาก็จะดีตามไปด้วย  แต่ถ้าหัวใจไม่ดี,จิตใจไม่ดีกิริยาและวาจาที่แสดงออกมาก็จะไม่ดีไปด้วยเช่นกัน
  3. มุสลิมต้องตระหนักและสำนึกในความกรุณาและความโปรดปรานของอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อันหา ที่เปรียบ มิได้นั้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นกำลังใจผลักดันให้เขาหมั่นคิดดีและทำดี
  4. การตั้งใจและปรารถนาจะทำความดีถือเป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่งสำหรับมุสลิม พระองค์อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะทรงบันทึกการตั้งใจดีนั้นให้เป็นความดีหนึ่งความดีทันที แม้จะยังมิได้ลงมือกระทำ จริงก็ตาม ทั้งนี้เพื่อสมนาคุณและตอบแทนแก่การมีเจตนาดี
  5. การตั้งใจและปรารถนาจะทำความดีพร้อมทั้งลงมือกระทำตามที่ตั้งใจไว้ อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะทรงบัน ทึกความดีตอบแทนให้ถึง 10 ความดีและอาจถึง 700 ความดีหรือมากกว่านั้นอีกหลายๆเท่า
  6. การตั้งใจและปรารถนาจะทำความผิดบาปโดยมิได้ลงมือกระทำตามที่ตั้งใจไว้ อัลลออ์ ซุบฮานะฮูวะตะ อาลา จะยังไม่เอาผิดจนกว่าจะลงมือกระทำจริง อีกทั้งจะบันทึกให้เป็นความดีอีกหนึ่งความดีเพื่อสมนาคุณ ตอบแทนที่เขาไม่ลงมือกระทำ สนองเจตนาชั่วๆนั้น
  7. การประสงค์และตั้งใจทำความผิดบาปพร้อมทั้งลงมือกระทำจริงด้วยนั้น อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จะทรงเอาผิดทันที แต่จะทรงบันทึกให้เป็นเพียงแค่ 1ความผิดเท่านั้น

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 17 พฤษภาคม 55 เวลา 22.40 .