หน้าหลัก  บรรพชนผู้ศรัทธ  | ชีวะประวัติโดยสรุปของท่านอะบูบักร์ อัศศิดดิก


 


ชีวะประวัติโดยสรุปของ

ท่านอะบูบักร์ อัศศิดดิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ


 โดย  อ.อับดุลลอฮ์ สุไลหมัด

 

 

ชื่อ-ชื่อสกุล

ท่านอะบูบักร์มีชื่อตามตระกูลว่า อับดุลลอฮ์ อิบนุ อุษมาน อิบนุ อามิร อิบนุ อัมร์ อัลกุรอชีย์ อัตตัยมีย์ (เป็นชาวเผ่ากุร็อยช์โดยสืบสายสกุลจากตัยม์ อิบนุ มุรเราะฮ์ ต้นตระกูลของท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) อุษมานบิดาของอะบีบักร์มีชื่อเรียกที่คุ้นเคยอีกชื่อหนึ่งว่า “อะบูกุฮาฟะฮ์”  มารดาชื่อนางซัลมาหรืออุมมุลค็อยร์ บินติ ซ็อคร์ เป็นลูกผู้พี่ของอุษมานผู้เป็นสามี

ฉายานาม

ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ มีฉายาว่า (الصِدِّيْقُ ) แปลว่า ผู้ตั้งอยู่ในความสัตย์หรือผู้เชื่อในความจริงโดยไม่ระแวงหรือกังขาสงสัยแม้แต่น้อย เป็นฉายาที่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ประทานให้ ตามนัยยะของอายะฮ์ที่ 33 ซูเราะฮ์อัซซุมัร อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงมีรับสั่งว่า :

وَالَّذِي جَاءَ بِالصِّدْقِ وَصَدَّقَ بِهِ أُولَئِكَ هُمُ الْمُتَّقُونَ

และผู้นำสัจธรรมมา (คือท่านเราะซูล) และผู้ที่เชื่อศรัทธาต่อสัจธรรมนั้น(คือท่านอะบูบักร์) พวกเขาเป็นผู้ยำเกรง"สิ่งดังกล่าวทั้งหมด

และท่านอะบูบักร์ยังมีอีกหนึ่งฉายาว่า (الْعَتِيْقُ ) แปลว่า ผู้ได้รับการปลดปล่อย ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคยกล่าวกับอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า :ที่ : (36)

أَنْتَ عَتِيقُ اللَّهِ مِنَ النَّارِ فَيَوْمَئِذٍ سُمِّيَ عَتِيقًا

ท่านคือผู้ได้รับการปลดปล่อยของ อัลลอฮ์จากไฟนรก นับแต่นั้นมา อัลอะตี๊ก จึงกลายเป็นฉายาของอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ” บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องความประเสริฐของบรรดาเศาะฮาบะฮ์ : (3688)

เกิด

ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เกิดที่นครมักกะฮ์ เมื่อปี ค.ศ. 573  หลังปีประสูติของท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ประมาณ 3 ปี ในครอบครัวที่มีฐานะและสกุลรุนชาติ อุษมานบิดาของอะบูบักรเป็นพ่อค้าที่มีฐานะและความร่ำรวยในระดับต้นๆ ของชาวมักกะฮ์

บุคลิกส่วนตัว

ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นคนผิวขาว สูงโปร่ง ผอม แก้มตอก หน้าผากโหนก นิสัยสุขุม กล้าหาญ อดทน สมถะเรียบง่าย ใจบุญชอบช่วยเหลือผู้ยากไร้ ไม่ชอบความฟุ้งเฟื้อหรูหรา ไม่เคยประพฤติตัวเสเพลเกเร ไม่เคยแตะต้องสุราและสิ่งมึนเมาต่าง ๆ

รับอิสลาม

ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เข้ารับอิสลามเมื่ออายุได้ 37 ปี  เป็นชายคนแรกที่เข้ารับอิสลาม และก่อนหน้านี้ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ดำเนินชีวิตอย่างบริสุทธิ์ตามแนวทางของท่านนะบีย์อิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง จึงไม่เคยกราบรูปสักการะใด ๆ เลย ไม่เคยดื่มสุรา ไม่เคยเล่นการพนันหรือข้องเกี่ยวอบายมุขใด ๆ ทั้งสิ้น มีรูปแบบการดำเนินที่คล้ายคลึงกับท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นอย่างยิ่ง

เกียรติประวัติและผลงาน

1. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ  เป็นคนที่ดีที่สุดของประชาชาตินี้ รองจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า :

كُنَّا نُخَيِّرُ بَيْنَ النَّاسِ فِي زَمَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَنُخَيِّرُ أَبَا بَكْرٍ، ثُمَّ عُمَرَ بْنَ الخَطَّابِ، ثُمَّ عُثْمَانَ بْنَ عَفَّانَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمْ

 

พวกเราเคยเรียงลำดับคนดีในสมัยของท่านนะบีย์  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เราเลือกให้ท่านอะบูบักร์เป็นคนดีที่สุด จากนั้นคือท่านอุมัร จากนั้นคือท่านอุษมาน ตามลำดับ บันทึกโดยบุคอรีย์  หมวดที่ว่าด้วยเรื่องความประเสริฐของบรรดาเศาะฮาบะฮ์ : (3655)”

และในบันทึกของอะบูดาวุดระบุว่า ท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า  พวกเรากล่าวกันในขณะที่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังมีชิวีตอยู่ว่า :

أَفْضَلُ أُمَّةِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بَعْدَهُ أَبُو بَكْرٍ، ثُمَّ عُمَرُ، ثُمَّ عُثْمَانُ، رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمْ أَجْمَعِينَ

 

ผู้ที่ประเสริฐที่สุดของประชาชาตินี้ รองจากท่านนะบีย์  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม คือ อะบูบักร์ จากนั้นคือ อุมัร จากนั้นคืออุษมาน บันทึกโดยอะบูดาวุด หมวดที่ว่าด้วยเรื่องของซุนนะฮ์ : (4628)

2. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นคนแรกจากจำนวนสิบคนที่ได้รับการแจ้งข่าวดีจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่าเป็นชาวสวรรค์อย่างแน่นอน (العشرة المبشرون بالجنة ) ท่านอับดุรเราะห์มาน อิบนุ เอาฟ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่าท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :ว่า :

أَبُو بَكْرٍ فِي الْجَنَّةِ وَعُمَرُ فِي الْجَنَّةِ  وَعَلِيٌّ فِي الْجَنَّةِ وَعُثْمَانُ فِي الْجَنَّةِ وَطَلْحَةُ فِي الْجَنَّةِ وَالزُّبَيْرُ فِي الْجَنَّةِ.. إلخ

อะบูบักร์ได้อยู่ในสวรรค์ อุมัรได้อยู่ในสวรรค์ อุษมานได้อยู่ในสวรรค์ อาลีได้อยู่ในสวรรค์ ฏ็อลฮะฮ์อยู่ในสวรรค์  อัสซุบัยรฺอยู่ในสวรรค์ .........”  บันทึกโดยอะหฺมัด,อาบูดาวูด,อัดติรมิซีย์และอิบนุมาญะฮ์

3. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นสหายคนสนิทของเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตั้งแต่เยาว์วัย คบหาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอด และได้รับเกียรติสูงสุดจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยเป็นเพียงคนเดียวที่ถูกเลือกให้เป็นผู้ร่วมเดินทางอพยพออกจากมักกะฮ์ และเหตุการณ์ระหว่างการหลบซ่อนตัวในถ้ำบนยอดเขาเษาร์ ก็ถูกระบุไว้ในอัลกุรอาน อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงมีรับสั่งว่า :

แม้นพวกเจ้าจะไม่ช่วยเขาก็ตาม แน่นอนนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงช่วยเขามาก่อนแล้ว ขณะที่พวกปฏิเสธศรัทธาได้ขับไล่เขาออกไป โดยที่เขาเป็นคนที่สองในสองคน(คือท่านนะบีย์กับท่านอะบูบักร์) ขณะที่ทั้งสองอยู่ในถ้ำ นั้น เขากล่าวแก่สหายของเขา(คืออะบูบักร์) ว่า ท่านอย่าเศร้าใจไปเลย แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับพวกเรา”  ซูเราะฮ์อัดเตาบะฮ์ อายะฮ์ที่ 40

ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นสหายที่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สนิทและรักชอบมากที่สุด ท่านอัมรุ์ อิบนุลอาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เคยถามท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า “ใครคือผู้ที่ท่านรักชอบมากที่สุด ?” ท่านเราะซูลตอบว่า “อาอิชะฮ์” อัมร์ถามต่อว่า “แล้วที่เป็นผู้ชายละครับ ?” ท่านตอบว่า “อะบูบักร์พ่อของอาอิชะฮ์”  บันทึกโดยมุสลิม

4. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นชายคนแรกที่เข้ารับอิสลามกับท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และเป็นผู้ชักชวนให้บุคคลสำคัญหลายคนได้เข้ารับอิสลามตาม เช่น ท่านอุษมาน อิบนุ อัฟฟาน ท่านอัสซุบัยร์ อิบนุ เอาวาม ท่านฏ็อลฮะฮ์ อิบนุ อุบัยดิลลาฮ์ ท่านอับดุรเราะห์มาน อิบนุ เอาฟ์  ท่านซะอด์ อิบนุ อะบีย์วักก็อศ และอีกหลาย ๆ คน

5. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ  เป็นผู้นำขบวนฮัจญ์ (อะมีรุลฮัจญ์) เป็นคนแรกและครั้งแรก ในปี ฮ.ศ. ที่ 9 ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้มอบให้ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นผู้นำและดูแลความเรียบร้อยขบวนฮุจญาจญ์ ท่านอะบูฮุรอยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ในปีที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มอบหมายให้ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นหัวหน้าคณะหรืออะมีรุลฮัจญ์นั้น ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ส่งข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งออกไปประกาศให้กุฟฟารในเมืองมักกะฮ์ทราบทั่วกันว่า

أَنْ لاَ يَحُجَّ بَعْدَ الْعَامِ مُشْرِكٌ وَلاَ يَطُوفَ بِالْبَيْتِ عُرْيَانٌ

นับจากปีนี้ ห้ามมุชริกทุกคนทำฮัจญ์อีกต่อไป และห้ามคนเปลือยกายฏอวาฟอาคารกะอฺบะฮ์โดยเด็ดขาดบันทึกโดยอะหมัด,อัลบุคอรีย์และมุสลิม

6. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นผู้ที่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม วางพระทัยให้นำละหมาดแทน ในระหว่างที่ท่านป่วยหนัก ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า ในขณะที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ป่วยหนัก บิลาลได้แจ้งให้ท่านทราบตามปกติว่าได้เวลาละหมาดแล้ว ท่านกล่าวขึ้นว่า

 

مُرُوْا أَبَا بَكْرٍ فَلْيُصَلِّ بِالنَّاسِ

พวกท่านจงใช้อะบูบักร์(คือบอกและเชิญ) ให้เขานำละหมาดแทน

ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สั่งถึง 3 ครั้ง  บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

7. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นเคาะลีฟะฮ์คนแรก กล่าวคือ หลังจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สิ้นพระชนม์แล้ว ประชาชนชาวอันศอรและมุฮาญิรีน  ร่วมปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำและผู้ปกครองดูแลความสงบเรียบร้อยต่าง ๆ ต่อจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในเบื้องต้นมีการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมหลายคน แต่ท้ายสุดทุกฝ่ายก็มีมติเห็นชอบและสนับสนุนให้ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นเคาะลีฟะฮ์ ผู้นำและผู้ปกครองดูแลความสงเรียบ ร้อยของบ้านเมืองและประชาชนต่อจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า “โอ้อะบูบักร์ ท่านนั้นได้ รับความไว้วางพระทัยจากท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้นำละหมาดแก่พวกเรา แล้วไฉนเลยพวกเราจะไม่ไว้ วางใจท่านให้เป็นผู้นำของเราในเรื่องการปกครอง (ดุนยา) ของพวกเรา ท่านจงยื่นมือมาเถิด เราจะให้สัตยาบรรณสวามิภักดิ์เชื่อฟังท่าน ” และนับจากนั้นเป็นต้นมา ประชาชนทุกหมู่เหล่าพากันเรียกท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า خَلِيْفَةُ رَسُوْلِ اللهِ เคาะลีฟะฮ์ของท่านเราะซูลุลลอฮ์.

8. ท่านอะบูบักร์  เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นผู้จัดกองทัพปราบปรามผู้กระด้างกระเดื่องขัดขืนไม่ชำระซะกาฮ์ (مَانِعِي الزَّكَاةِ ) เช่น การส่งคอลิด อิบนุ อัลวะลีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ พร้อมกองทัพไปปราบกลุ่มของมาลิก อิบนุ นุวัยเราะฮ์และก็อยส์ อิบนุ อาศิมจากเผ่าบะนีตะมีม และพวกกบฏศาสนาและอ้างตนเป็นศาสดา ( المُرْتَدِّيْن وَالْمُتَنَبِّئِيْنَ ) เช่น

(1) ส่งท่านอิกริมะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ พร้อมกองทัพไปปราบมุซัยลิมะฮ์ อิบนุ ษุมามะฮ์อัลกัซซ้าบ ที่เมืองยะมามะฮ์

(2) ส่งท่านหุซัยฟะฮ์ อิบนุ เมียะห์ศอน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ พร้อมกองทัพไปปราบละกีฏ อิบนุ มาลิก อัลอัซฺดีย์ในเมืองอัมมาน

(3) ส่งท่านมุฮาญิร อิบนุ อะบีอุมัยยะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ พร้อมกองทัพไปปราบสมุนและบริวานของอัลอัสวัดอัลอันซีย์ที่เยเมน และ

(4) ส่งท่านคอลิด อิบนุ อัลวะลีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ พร้อมกองทัพไปปราบฏุลัยฮะฮ์ อิบนุ คุวัยลิดอัลอะซะดีย์

9. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นผู้แรกที่รวบรวมอัลกุรอานเป็นเล่มสมบูรณ์ ทั้งนี้ในช่วงรัชสมัยของเคาะลีฟะฮ์อะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ นั้น บรรดาเศาะฮาบะฮ์ที่จดจำอัลกุรอานอย่างแม่นยำได้เสียชีวิตในสงครามหลายคน ท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ วิตกและเกรงว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้อาจเกิดความสับสนหรือความคาดเคลื่อนขึ้นกับการอ่านอัลกุรอานได้ในอนาคต จึงเสนอให้เคาะลีฟะฮ์อะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบรวบรวมอัลกุรอานเป็นเล่มที่สมบูรณ์ เบื้องต้นท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ปฏิเสธข้อเสนอของท่านอุมัร โดยให้เหตุผลว่าตนเองไม่หาญกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยทำไว้ก่อน แต่เมื่ออุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นให้ฟัง ท่านเคาะลีฟะฮ์อะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จึงคล้อยตามและเห็นด้วยในที่สุด จึงมีคำสั่งให้ท่านซัยด์ อิบนุ ษาบิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เศาะฮาบะฮ์ทีความเชี่ยวชาญแม่นยำที่สุดในขณะนั้นเป็นผู้รวบรวมและคัดเป็นเล่มจนเสร็จสมบูรณ์

10. ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เป็นผู้ทุ่มเท เสียสละและบริจาคทรัพย์ในหนทางของอัลลอฮ์มากที่สุด เช่นในวันที่ท่านเราะซูลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อพยพหนีออกจากมักกะฮ์ ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ก็นำเงินที่เก็บออมไว้ทั้งหมดติดตัวมาด้วยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการเดินทางของตัวเองและท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ท่านอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม รณรงค์เชิญชวนให้พวกเราบริจาค ฉันตั้งใจว่าวันนี้จะต้องบริจาคให้มากกว่าอะบูบักร์ให้จงได้ ฉันรีบนำห่อเงินมาที่ท่านเราะซูลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แต่ปรากฏว่า ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ มาถึงก่อนหน้าฉันแล้ว ในมือถือถุงเงินใบใหญ่ ท่านเราะซูลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถามฉันว่า “อุมัรเอ๋ย เอาเงินมาบริจาคแล้วเหลืออะไรไว้ให้ครอบครัวบ้างหรือเปล่า ?” ฉันตอบว่า “ยังมีเหลืออีกครึ่งหนึ่งครับ” ท่านหันไปถามอะบูบักร์บ้าง อะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ตอบว่า “ฉันขอบริจาคทั้งหมด ไม่ขอเหลืออะไรไว้ จะขอเหลือแต่อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์เท่านั้นไว้ให้กับครอบครัว” บันทึกโดยอัตติรมิซีย์

เสียชีวิต :

ท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เสียฃีวิตในปีฮิจเราะห์ที่ 13 ตรงกับคืนวันอังคารที่ 21 (วันจันทร์มืดลง)เดือนญุมาดัลอาคิเราะฮ์ รวมอายุได้ 63 ปี ดำรงตำแหน่งเคาะลีฟะฮ์เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 2 ปี 3 เดือน 11 วัน ศพของท่านอะบูบักร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ถูกฝังในห้องของอาอิชะฮ์ผู้เป็นบุตรี  ถัดจากหลุมศพของท่านเราะซูลุลลอฮ์  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

 


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 21 พ.ย. 58 เวลา 11.00 น.