เยาวชนทำตัวเหลวไหล  ต้องโทษที่ผู้ใหญ่นั่นแหละ !!!


 โดย  อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

بسم الله الرحمن الرحيم   ،    الحمد لله رب العالمين   ،   والصلاة والسلام على رسول الله   ،   أما بعد   :

 ท่านพี่น้องผู้ร่วมศรัทธาที่เคารพทุกท่าน ถ้าท่านอยากทราบว่าอนาคตของสังคมในอีกสิบปีหรือยี่สิบปีข้างหน้า จะเป็น อย่างไร ท่านก็ลอง พิจารณาและ สังเกตเยาวชนที่เป็นลูกหลานของท่านในปัจจุบันนี้ว่าเป็นอย่างไร ท่านก็จะทราบคำตอบ เพราะพวกเขาในอีก สิบปีหรือยี่สิบปีข้าง หน้าจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ รับผิดชอบสังคม และถ้าหากว่าท่านอยากทราบ ว่าเยาวชนลูก หลานของท่านเป็น อย่างไร ท่านก็ลองมอง และพิจารณาสังเกต ดูเพื่อนฝูงและสภาพปัจจัยแวดล้อม ทางสังคมของเยาวชนว่าเป็นอย่างไร ท่านก็จะทราบ คำตอบด้วยตัวท่านเอง โดยไม่ต้องสงสัย และคอยถามคำถามนี้ กับผู้อื่นอีกต่อไป คนโบราณเคยสอนพวกเราไว้ เสมอว่า ( คบคนเช่นใด ย่อมเป็นคนเช่นนั้น ) และท่านรอซูลลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม   ก็เคยมีบทโอวาทแนะนำวิธีสังเกต นี้ไว้เช่นกัน  ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

الْمَرْءُ عَلَى دِينِ خَلِيلِهِ فَلْيَنْظُرْ أَحَدُكُمْ مَنْ يُخَالِلْ

"คนทั่วไปมักนิยมและคล้อยตามจารีต -ความประพฤติ - ของผู้เป็นสหาย ดังนั้นพวกเจ้าจงพิจารณา ให้ดีก่อนว่ากำลังจะคบค้ากับผู้ใดเป็นสหาย" 

บันทึกโดยอะหมัด

   ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านคงทราบดีว่า เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่,ผู้ปกครองและ ครูอาจารย์ทั้งหลายที่จะต้องมี ส่วนร่วมในการ สร้างฐานแห่งความเป็นตัวอย่างด้านคุณธรรมและจริยธรรมที่ดี และมั่นคงอย่างมีคุณภาพให้ แก่เยาวชนที่กำลัง เจริญเติบโต เพราะเยาวชนนั้นพร้อมที่จะซึมซับ เอาแบบอย่าง ที่อยู่รอบๆตัวพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ซึมซับเข้าสู่จิตสำนึกที่เริ่มกระหาย ต่อการเรียนรู้,ทดลอง และการเอาอย่าง จากสิ่งยั่วเย้าต่างๆนานาที่อยู่รอบตัว ผนวกกับการจดจำและการมีปฏิภาณไหวพริบที่กำลังเบ่งบานอยู่ในตัว ของเยาวชน ทั้งนี้เพื่อภายภาคหน้ายามเมื่อเยาวชนในฐานะผู้ที่โตมาเป็นผู้ใหญ่ต้องพูดกับ คนรุ่นใหม่บ้าง เขาจะได้พูดและ กล่าวถึงความมีคุณภาพที่ควบคู่กับ คุณธรรม ที่คนรุ่นเก่ารุ่นก่อนได้สร้างและปลูกฝังให้แก่พวก เขาจนกลายเป็นรากและฐาน ที่มั่นคงอย่างเต็มภาคภูมิ  

การเป็นตัวอย่างที่ดีนั้นมีคุณค่าอย่างมากในการสร้างสรรค์จิตสำนึกที่ดีและการมีคุณภาพในตัวเองของเยาวชน ซึ่งปรัชญา และสัจธรรม แห่งอิส ลามเชื่อว่า (( การปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีนั้นมีคุณค่าและอิทธิพลมาก กว่าการพร่ำสอน )) เยาวชนเปรียบเสมือนฟองน้ำที่แห้งสนิท เมื่อถูกโยนลงไปในน้ำสกปรก โสโครกและ เน่าเหม็น เมื่อเราหยิบฟองน้ำนั้นขึ้นมาก็จะมีสิ่งสกปรก ปฏิกูลเน่าเหม็นติดขึ้นมาด้วย และเมื่อบีบมือ ลงบนฟองน้ำก็จะมีน้ำ สีดำเน่ามีกลิ่นเหม็นไหล ออกมา แต่ถ้าเราวางฟองน้ำแห้งนั้นลงบนน้ำที่ ใสสะอาด และบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งโสโครกปฏิกูล เราจะบีบฟองน้ำนั้นกี่ครั้งก็จะมีแต่น้ำที่ใส สะอาดและบริสุทธิ์ไหลรินออกมา

      เยาวชนที่เติบโตมากับการได้ยินและพบเห็นแต่ตัวอย่างที่ไม่ดี เห็นการโกหกพกลมของผู้ใหญ่ ได้ยินการ นินทาให้ร้าย การอิจฉาริษยา ทะเลาะเบาะแว้ง การเอารัดเอาเปรียบ ชิงดีชิงเด่น ทุจริตคดโกง สูบบุหรี่ ติดกัญชา ค้ายาเสพติด เล่นการพนัน พัวพันอบายมุข ฯลฯ จากผู้ใหญ่ที่น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ พวกเขาได้ จิตสำนึกพื้นฐานของเยาวชนจะซึมซับและรับเอาแต่เฉพาะเรื่องไม่ดีงามเหล่านั้น ครั้นเมื่อเติบโตขึ้นเข้าสู่ช่วงวัย ที่จะต้องมีบทบาทและหน้าที่ในสังคม แน่นอนเยาวชนก็จะต้องเอาสิ่งที่พวกเขาถูกหล่อหลอมและปลูกฝังมา ในช่วงวัยเด็กมาแสดงเป็นบทบาทของพวกเขาเองในวงสังคม  อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผสมปนเปกับวัฒนธรรม ที่เหลวแหลกใหม่ๆที่นับวัน จะทะลักเข้ามาจากพวกฝรั่งตะวันตกและมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งจะทำให้เยาวชน ต้องจมปลักกับสิ่งและเรื่องไม่ดีมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็น ว่านับวันเยาวชนยิ่งไม่สามารถจะแยกแยะได้ว่า อันใดคือ ความดีและอันใดคือความไม่ดี แยกไม่ออกว่าสิ่งใดใสสะอาดและสิ่งใดขุ่นมัว 

เพราะเยาวชน คุ้นเคยและชินชากับการได้ยินได้เห็นแต่เฉพาะตัวอย่างที่ไม่ดีเท่านั้น สิ่งดีๆทั้งหลายอาจกลายเป็น เรื่องแปลกหรือตลกสำหรับ เยาวชนสมัยนี้ไป แล้วก็ได้ เพราะคนรุ่นก่อน (รุ่นพ่อรุ่นแม่) ไม่เคยทำตัวอย่างที่ดี ให้เห็น ไม่เคยบอกให้รู้เลยด้วยซ้ำว่าความดีเป็น อย่างไร คนดีต้องทำตัวอย่างไร แล้วเราจะกล้าเรียก หรือบอกว่าเป็นธรรมกับเยาวชนแล้วหรือ เมื่อเราในฐานะผู้ใหญ่กว่าจะพูดว่า( เดี๋ยวนี้เด็กไม่เอาไหน เด็กสมัยนี้ชอบดื้อรั้นกับผู้ใหญ่ )  ( เด็กสมัยนี้ทำตัว เกเรเสเพล ชอบก่อแต่เรื่องไม่ดี ) ( เด็กสมัยนี้ โคตร ............... ) หรือ ( เด็กสมัยนี้ แม่ง ............... ) สารพัดคำตำหนิและก่นด่าที่หลุดมาจาก ปากของผู้ใหญ่ ที่ไม่ได้มีอะไรมากกว่าเด็กนอก จากความอาวุโส และอายุที่มากกว่า แต่นิสัยใจคอ คำพูดคำจา หรือกิริยามารยาท เกือบจะไม่แตกต่างอะไรกัน เท่าใดเลย อาจจะแตกต่างกันตรงที่เด็กสมัยนี้ มีการพัฒนาในเรื่องความดื้อเกเร ที่ล้ำหน้าและรุนแรงแนบเนียนมากกว่าผู้ใหญ่ในสมัยก่อนเท่านั้นเอง

  จะสาธยายต่ออีกก็เกรงว่าจะยืดเยื้อมากความเกินไป และที่สำคัญเกรงว่าหลายๆท่านจะเข้าใจผิดไปว่าพูดเข้า ข้างเด็กมากเกินไปหรือแก้ตัว แทนเด็กอย่าง ออกนอกหน้า เปลี่ยนบรรยากาศหันมาศึกษาทบทวนกระบวนการ ตัรบียะห์แบบอิสลาม ที่ภาษาคนสมัยใหม่เขา ชอบเรียกกันว่า ( การเลี้ยงลูกตามทฤษฏีธรรมา ภิบาล )

     เป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กหรือเยาวชนนั้น คือจุดเริ่มต้นของสังคมและเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด การกำหนด ทิศทางให้กับเยาวชนต้อง อาศัย องค์ประกอบจาก หลายๆส่วน จากพ่อแม่,ครูอาจารย์และจากสังคมรอบตัวเด็ก การเลี้ยงดูของพ่อแม่ การอบรมสั่งสอนของครูอาจารย์ ตลอดจน การปฏิบัติตนของทั้งพ่อแม่และ ครูล้วนมี อิทธิพลต่อพัฒนาการทางพฤติกรรมที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ของเยาวชนโดย ไม่ต้องสงสัย นักจิตวิทยาการศึกษาระบุว่า  ( การอบรมเลี้ยงดูและการปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างเป็นจุดเริ่มต้นของ การพัฒนา บุคลิกภาพของเด็ก โดยเฉพาะด้านจริยธรรม )  เพราะว่าพฤติกรรมของเยาวชนทุกช่วงวัย ทั้งวัยเด็กและวัยหนุ่มต้องมีการพัฒนาที่ต่อ เนื่องและอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับวุฒิภาวะและการเจริญ เติบโตของเยาวชน

ดังนั้นการกำหนดทิศทางให้กับเยาวชนจึงจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ซึ่งก็มีแต่เฉพาะกระบวน การตัรบียะห์อิสลา มียะห์ หรือการเลี้ยง ลูกด้วยทฤษฏีธรรมภิบาลแบบอิสลามเท่านั้น ที่ผู้มีเกียรติคงทราบดีว่าโบราณเปรียบ  เด็กเหมือนผ้าขาวที่สะอาด และบริสุทธิ์ ถ้าเรามีอารมณ์และจินตนา การที่ดี มีอุปกรณ์ดินสอและพู่กันที่ดี สีที่ใช้แต้มระบายมีคุณภาพดี และด้วยทักษะฝีมือที่ดี  ภาพหรือผล งานที่ปรากฏบนผ้าขาวผืนนั้นก็จะงดงามและมีคุณค่า เป็นที่หมาย ปองของผู้พบเห็น ในด้านตรงกันข้าม เมื่อไม่มีอารมณ์และจินตนาการ อุปกรณ์ไม่ครบ สีด้อยคุณภาพฝีมือไม่ได้มาตรฐาน ผลงานที่ปรากฏเป็นภาพ ออกมาก็จะไม่ งดงามและจะทำให้ผ้าที่ขาวสะอาดต้องดู หม่นหมอง เสียราคาอีกต่างหากด้วย  ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทรงเคยชี้แนะไว้ว่า ผู้ใหญ่นั่นแหละคือ ผู้ที่จะเป็น ฟันเฟืองหรือกลไก หลักในการ กำหนดทิศทางให้กับเยาวชน  เยาวชนจะดีมีคุณภาพหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งหรือครึ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับฝีมือและวิธีจัด การของผู้ใหญ่  ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

كُلُّ مَوْلُودٍ يُولَدُ عَلَى الْفِطْرَةِ فَأَبَوَاهُ يُهَوِّدَانِهِ أَوْ يُنَصِّرَانِهِ أَوْ يُمَجِّسَانِه

"ทารกทุกคนถือกำเนิดมาอย่างบริสุทธิ์ พ่อและแม่ของเด็กนั่นแหละที่จะทำให้เด็กกลายเป็นยิว หรือคริสต์หรือพวกบูชาไฟ"

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์  

       การตัรบียะห์แบบอิสลามเน้นให้เด็กและผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลางควบคู่กันไป ในขณะที่ทฤษฏีการเรียนรู้สมัย ใหม่ชอบที่จะให้จัดการเรียนการสอน ที่เน้นเด็กเป็น ศูนย์กลางเพียงฝ่ายเดียว การตัรบียะห์แบบอิสลาม เน้นความมีคุณภาพและสักยะภาพของเยาวชนในทุกๆด้านอย่าง เหมาะสม ในอันดับแรก เยาวชนต้องได้รับการ ปลูกฝังด้านความเชื่อศรัทธา ( อะกีดะห์ ) ที่ถูกต้อง จากนั้นจึงเริ่มให้มีพัฒนาการด้าน พฤติกรรมทั้งสี่ด้าน คือด้านความรู้ ด้านเหตุผล ด้านทรรศนะคติและด้านพฤติกรรมเชิงจริยธรรม  เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่าระบบ ธรรมาภิบาลแบบอิสลามนั้น เน้นด้านความรู้ที่ควบคู่กับคุณธรรมและจริยธรรม ไปพร้อมๆกัน

ทั้งนี้เพราะวิทยาการและความรู้จะช่วยสร้างพัฒนาการ ด้านพุทธพิสัยสติปัญญา,ความคิดความอ่านและการ มีเหตุมีผล และคุณธรรมกับจริยธรรม จะช่วยสร้างพัฒนา การด้านเจตพิสัยหรือการมี สำนึกดีชั่ว เพราะจริยธรรม เป็นหลักการที่จะช่วยให้บุคคลมีความรูสึกผิดชอบชั่วดี และเป็นแนว ทางในการช่วยตัดสินใจของบุคคลในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการ เช่น ช่วยให้ตัดสินใจ ได้ว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี หรือทำอย่างไรจึงจะดีเป็นต้น

        พัฒนาการด้านจริยธรรมของเด็กในขั้นแรกต้องมีการควบคุมจากภายนอก  เช่น พ่อ,แม่และครูผู้สอนต้อง คอยบอกคอยย้ำเตือน ต่อมา เมื่อเด็กมีจริยธรรม ในระดับที่สูงมากขึ้นแล้ว เด็กจะสามารถควบคุมพฤติกรรม ของตนเองได้โดยไม่ต้องมีการบอกกล่าวย้ำเตือนอีก ต่อไป ดังนั้นการสร้างพัฒนาการของพ่อ,แม่และ ครูให้แก่เด็กนั้นควรมุ่งให้เกิดปัญญาและสำนึก รวม ทั้งการฝึกฝนให้เด็กได้มีการปฏิบัติ อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง การสร้างพัฒนาให้แก่เด็กที่ล้มเหลวส่วนมาก เกิดจากการขาดความต่อเนื่อง ซึ่งตัวอย่างในเรื่องนี้ที่เห็นได้ชัดเจน ที่สุดก็คือการเข้า ค่ายอบรมภาคฤดูร้อน

อีกสาเหตุที่ทำให้พัฒนาการเชิงพฤติกรรมด้านจริยธรรมของเด็กไม่ก้าวหน้า คือขาดการสาธิต หรือเป็นตัวอย่าง ของผู้ปกครอง พ่อ,แม่ไม่เคย ละหมาดให้ลูกเห็น ลูกจะติดละหมาดได้อย่างไร พ่อสูบบุหรี่แล้วจะห้ามลูกเตือน ลูกไม่ให้ สูบบุหรี่ได้อย่างไร ครูผู้ชายนุ่งกางเกงบอลข้าสั้น เตะฟุตบอลแล้ว  จะสอนให้นักเรียนนุ่งกางเกง ขายาวปิดเอาเราะห์ได้อย่างไร ครูผู้หญิงยังดัดผม,ป้ายตา,ทาปากใส่ชุดรัดรูป แล้วจะสอนให้นัก เรียนหญิงคลุม หิญาบได้อย่างไร ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ผู้เป็นยิ่งกว่าพ่อและแม่ของผู้ศรัทธา ผู้เป็นยิ่งกว่าบรมครู ได้เคยชี้แนะแนวทางการเลี้ยงดูเยาวชนด้วยโอวาทและการสาธิต เป็นตัวอย่าง เช่น ครั้งหนึ่งท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีโอกาสนั่งร่วมรับประทานอาหารกับเยาวชน คือ ท่านอุมัรบุตรอาบีสะละมะห์  ซึ่งแน่นอน ด้วยความเป็นเด็กจึงรีบร้อนกินอาหารก่อนที่จะกล่าว บิสมิลลาฮ์ และยังยื่นมือไปหยิบอาหาร ที่ชอบก่อน ซึ่งถือว่าไม่มีมารยาทและไม่สุภาพ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เห็นเหตุการณ์ตลอด แต่มิได้ตำหนิรุนแรง หรือตีมือไล่ไม่ให้กินด้วยเหมือนที่พ่อแม่ หลาย ๆ คน ทำ แต่ท่านกล่าวอบรม ด้วยความมีอัธยาศัย และอย่างนุ่มนวลว่า

يَا غَُلاَمُ سَمِّ اللَّهَ وَكُلْ بِيَمِينِكَ وَكُلْ مِمَّا يَلِيكَ

"อุมัรเอ๋ย  เวลาหนูจะกินอาหาร  หนูต้องกล่าวบิสมิลลาฮ์ด้วยทุกครั้ง หนูต้องใช้มือขวาเท่านั้นหยิบ อาหาร และต้องกินอาหารที่วาง อยู่ด้านหน้าหนูก่อน"

และท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็กล่าวบิสมิลลาฮ์และหยิบอาหารที่วางอยู่ข้างหน้า ด้วยมือขวา ให้ดูเป็นตัวอย่าง 

    พฤติกรรมเชิงจริยธรรมของเด็กที่ประสบความสำเร็จส่วนมากเป็นเพราะปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเด็ก และปัจจัยแวดล้อม ซึ่งได้แก่ การเลี้ยงดูของพ่อและแม่ การอบรมสั่งสอนของครูอาจารย์และบรรยากาศของ สังคมรอบตัวเด็ก เมื่ออยากมีเยาวชนที่เป็นบุตรและธิดา ที่ดีของ พ่อแม่ เป็นลูกศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์ เป็นคนดีของสังคม เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ ก็จำเป็นต้องสร้างเยาวชนที่เป็น บ่าวที่ดีของอัลลอฮ์ เป็นอุมมะห์ผสกนิกรที่ดีของ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้ได้เสียก่อน โดยต้องเริ่มลงมือวาง แผนตั้งแต่เนิ่นๆก่อนแต่งงาน อยากได้ลูกดีลูกซอและห์ ต้องสรรหาภรรยาที่จะเป็นแม่ที่ดีให้แก่ลูก ต้องเลี้ยงลูก เอง ดูแลลูกเอง ปลุกปั้นและสร้างด้วยมือของเราเอง  เราจึงจะ ได้อย่างที่ใจคิด  อินชาอัลลอฮ์

     สุดท้ายนี้ ขอให้คุณพ่อและคุณแม่ทุกคนช่วยกันจดจำไว้ว่า เราไม่ใช่นกกาเหว่าที่ไข่แล้วฟักเองไม่ได้ ต้องให้แม่กาฟักไข่แทนเลี้ยงลูก แทนลูกเราประพฤติตัว ไม่ดีไม่เหมาะสม เราอย่ารีบโทษชาวบ้านหรือโทษ เพื่อนฝูงของลูก ให้โทษตัวเองก่อน เพราะลูกของเราคือคนที่สืบ สันดานของเรา ลูกเราเปลี่ยนไปจะโทษ คนอื่นไปทำไม มันไม่ได้ประโยชน์อะไร ต้องโทษพ่อโทษแม่ที่เป็นคนใกล้ตัวเด็กก่อนจึงจะถูก


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com