ทำไมจำนวนผู้หญิงในนรกถึงมากกว่าผู้ชาย ?


โดย  มุหัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด

แปลโดย : อับดุลอาซีซ  สุนธารักษ์

 

คำถาม ทำไมจำนวนผู้หญิงในนรกถึงมากกว่าผู้ชาย ?

คำตอบ  มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของพระองค์อัลลอฮฺ

มีการยืนยันจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า ผู้หญิงนั้นเป็นส่วนมากของชาวนรก

عن عِمْرَانَ بْنِ حُصَيْنٍ عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: «اطَّلَعْتُ فِي الْجَنَّةِ فَرَأَيْتُ أَكْثَرَ أَهْلِهَا الْفُقَرَاءَ وَاطَّلَعْتُ فِي النَّارِ فَرَأَيْتُ أَكْثَرَ أَهْلِهَا النِّسَاء»

รายงานจากท่านอิมรอน บิน หุศัยนฺ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านกล่าวว่า : “ฉันมองไปยังสวรรค์ ฉันได้เห็นส่วนมากของชาวสวรรค์คือคนยากจน และฉันก็ได้มองไปยังนรก ฉันจึงเห็นส่วนมากของชาวนรกเป็นผู้หญิง

(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 3241 และมุสลิม : 2737)

ส่วนสาเหตุดังกล่าว ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยถูกถามถึงมันและได้อธิบายคำตอบไว้ว่า :

عَنْ عَبْد ِاللَّهِ بْنِ عَبَّاسٍ قال قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «أُرِيتُ النَّارَ فَلَمْ أَرَ مَنْظَرًا كَالْيَوْمِ قَطُّ أَفْظَعَ وَرَأَيْتُ أَكْثَرَ أَهْلِهَا النِّسَاءَ» قَالُوا :  بِمَ يَا رَسُولَ اللَّهِ؟ قَالَ : «بِكُفْرِهِنَّ» قِيلَ : يَكْفُرْنَ بِاللَّهِ ، قَالَ : «يَكْفُرْنَ الْعَشِيرَ وَيَكْفُرْنَ الإِحْسَانَ، لَوْ أَحْسَنْتَ إِلَى إِحْدَاهُنَّ الدَّهْرَ كُلَّهُ ثُمَّ رَأَتْ مِنْكَ شَيْئًا قَالَتْ مَا رَأَيْتُ مِنْكَ خَيْرًا قَطُّ»

จากท่านอิบนุ อับบาส เราะฏิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า: ท่านรอสูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  กล่าวว่า  “นรกถูกเสนอให้ฉันเห็น ซึ่งฉันไม่เคยเห็นสภาพที่มหันต์เท่ากับวันนั้นเลย และฉันเห็นส่วนมากของ ชาวนรกเป็นผู้หญิง” พวกเขากล่าวว่า  เพราะเหตุใดหรือโอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ? ท่านตอบว่า : "เพราะการปฏิเสธของพวกนาง" มีคนกล่าวว่า : พวกนางปฏิเสธอัลลอฮฺหรือ? ท่านตอบว่า : “พวกนางเนรคุณต่อสามีและปฏิเสธต่อความดีงาม หากท่านได้ทำความดีต่อคนหนึ่งคนใดจากพวก นางตลอดชีวิต ต่อจากนั้นนางได้เห็นสิ่งไม่ดีเพียงอย่างหนึ่งจากท่าน นางจะกล่าวว่า ฉันไม่เคยเห็น สิ่งดีงามอันใดจากท่านเลย

(บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ : 1052)

عَنْ أَبِي سَعِيدٍ الْخُدْرِيِّ، قَالَ خَرَجَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فِي أَضْحًى ـ أَوْ فِطْرٍ ـ إِلَى الْمُصَلَّى، فَمَرَّ عَلَى النِّسَاءِ فَقَالَ ‏"‏ يَا مَعْشَرَ النِّسَاءِ تَصَدَّقْنَ، فَإِنِّي أُرِيتُكُنَّ أَكْثَرَ أَهْلِ النَّارِ ‏"‏‏.‏ فَقُلْنَ وَبِمَ يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ ‏"‏ تُكْثِرْنَ اللَّعْنَ، وَتَكْفُرْنَ الْعَشِيرَ، مَا رَأَيْتُ مِنْ نَاقِصَاتِ عَقْلٍ وَدِينٍ أَذْهَبَ لِلُبِّ الرَّجُلِ الْحَازِمِ مِنْ إِحْدَاكُنَّ ‏"‏‏.‏ قُلْنَ وَمَا نُقْصَانُ دِينِنَا وَعَقْلِنَا يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ ‏"‏ أَلَيْسَ شَهَادَةُ الْمَرْأَةِ مِثْلَ نِصْفِ شَهَادَةِ الرَّجُلِ ‏"‏‏.‏ قُلْنَ بَلَى‏.‏ قَالَ ‏"‏ فَذَلِكَ مِنْ نُقْصَانِ عَقْلِهَا، أَلَيْسَ إِذَا حَاضَتْ لَمْ تُصَلِّ وَلَمْ تَصُمْ ‏"‏‏.‏ قُلْنَ بَلَى‏.‏ قَالَ ‏"‏ فَذَلِكَ مِنْ نُقْصَانِ دِينِهَا

จากอบู สะอีด อัล-คุดรีย์ กล่าวว่า :  ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ได้ออกไปที่ มุศ็อลลา ในวันอีดิลอัฏฮา หรือ อีดิลฟิฏรฺ (หลังจากละหมาดเสร็จ) ท่านก็เดินไปที่กลุ่มผู้หญิง แล้วกล่าวว่า "โอ้บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกเธอจงบริจาคกันให้มากเถิด เพราะฉันเห็นว่าพวกเธอส่วนมากเป็นชาวนรก” พวกนางถามว่า เพราะเหตุใดหรือ โอ้เราะสูลุลลอฮฺ? ท่านตอบว่า “เพราะพวกเธอชอบสาปแช่ง และเนรคุณต่อสามี  ฉันไม่เคยเห็นผู้ใดบกพร่องทั้งปัญญาและศาสนาในเวลาเดียวกันมากไปกว่าพวกเธอเลย”  พวกนางถามต่อว่า โอ้รอสูลุลลอฮฺความบกพร่องทางศาสนาและปัญญาของพวกเราเป็นเช่นใดหรือ?  ท่านตอบว่า "ก็การเป็นพยานของหญิงคนหนึ่งเท่ากับครึ่งในการเป็นพยานของผู้ชายไม่ใช่หรือ?" พวกนางตอบว่า "ใช่"  ท่านกล่าวว่า “นี่แหละคือความบกพร่องทางปัญญา และหญิงมีเลือด ประจำเดือนนั้นไม่ต้องละหมาดและไม่ต้องถือศีลอดมิใช่หรือ?” นางตอบว่า ใช่  ท่านกล่าวว่า “นี่แหละคือความบกพร่องทางศาสนาของนาง

(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ : 304)

عن جَابِرِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ قَالَ: شَهِدْتُ مَعَ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ الصَّلاةَ يَوْمَ الْعِيدِ، فَبَدَأَ بِالصَّلاةِ قَبْلَ الْخُطْبَةِ بِغَيْرِ أَذَانٍ وَلا إِقَامَةٍ، ثُمَّ قَامَ مُتَوَكِّئًا عَلَى بِلالٍ، فَأَمَرَ بِتَقْوَى اللَّهِ وَحَثَّ عَلَى طَاعَتِهِ، وَوَعَظَ النَّاسَ، وَذَكَّرَهُمْ، ثُمَّ مَضَى حَتَّى أَتَى النِّسَاءَ، فَوَعَظَهُنَّ وَذَكَّرَهُنَّ فَقَالَ : «تَصَدَّقْنَ فَإِنَّ أَكْثَرَكُنَّ حَطَبُ جَهَنَّمَ»، فَقَامَتِ امْرَأَةٌ مِنْ سِطَةِ النِّسَاءِ سَفْعَاءُ الْخَدَّيْنِ، فَقَالَتْ : لِمَ يَا رَسُولَ اللَّهِ ؟ قَالَ : «لأَنَّكُنَّ تُكْثِرْنَ الشَّكَاةَ وَتَكْفُرْنَ الْعَشِيرَ» قَالَ : فَجَعَلْنَ يَتَصَدَّقْنَ مِنْ حُلِيِّهِنَّ يُلْقِينَ فِي ثَوْبِ بِلالٍ مِنْ أَقْرِطَتِهِنَّ وَخَوَاتِمِهِنَّ

ท่านญาบิรฺ บิน อับดิลลาฮฺ เล่าว่า : ฉันเคยร่วมละหมาดในวันอีดพร้อมกับท่านรอสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ท่านจึงเริ่มการละหมาดอีดก่อนคุฏบะฮฺ โดยที่ไม่มีทั้งอะซานและอิกอมะฮฺ ต่อจากนั้น (เมื่อเสร็จจากละหมาด) ท่านได้ยืนขึ้น โดยเกาะตัวบิลาล ท่านสั่งใช้ผู้คนให้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ พูดส่งเสริมปลุกใจให้เชื่อฟังพระองค์ และท่านได้แนะนำ ตักเตือนประชาชน เมื่อกล่าวเสร็จแล้ว ท่านได้เดินไปที่กลุ่มผู้หญิง จึงได้กล่าวเตือน แนะนำพวกเธอ และ กล่าวว่า “พวกเธอจงบริจาคกัน ให้มากเถิด เพราะพวกเธอส่วนใหญ่เป็นเชื้อเพลิงในนรก” มีผู้หญิงคนหนึ่งจากบรรดาผู้หญิงที่ดีได้ขึ้น ยืนขึ้น ที่แก้มทั้งสองของเธอแดงระเรื่อ และกล่าวว่า : เพราะเหตุใดหรือ โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮฺ? ท่านเราะสูลจึงตอบว่า “เพราะพวกเธอขี้บ่น และเนรคุณต่อสามี” ท่านญาบิรฺกล่าวว่า พวกเธอได้เริ่ม บริจาคเครื่องประดับของพวกเธอ อันได้แก่ตุ้มหู และแหวน โดยที่พวกเธอโยนไปที่ผ้าของบิลาล

(บันทึกโดยมุสลิม : 885)

ดังนั้น เป็นที่สมควรยิ่งสำหรับน้องสาวมุสลิมะฮฺทั้งหลาย ที่ได้รับทราบหะดีษข้างต้นแล้ว ในการที่พวกเธอจะ ปฏิบัติตนเหมือนกับบรรดาเศาะหาบะฮฺผู้หญิงทั้งหลายเหล่านั้น ซึ่งเมื่อพวกนางรู้แล้วพวกนางก็ลงมือทำความ ดีทันที และจะเป็นสาเหตุให้ห่างไกลจากการเป็นส่วนหนึ่งของผู้หญิงส่วนมากในชาวนรก ดั่งที่ระบุในหะดีษข้างต้น

การตักเตือนของเราต่อน้องสาวทั้งหลายคือ ให้ขะมักเขม้นในการยึดมั่นต่อหลักการอิสลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การละหมาด และการออกห่างจากสิ่งที่อัลลอฮฺตะอาลาสั่งห้ามไว้ โดยเฉพาะในเรื่องการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺใน รูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นและระบาดในหมู่ผู้หญิง เช่น การวอนขอต่อสิ่งต่างๆ อื่นไปจากอัลลอฮฺตะอาลา การไปหาหมอดู นักไสยศาสตร์ โหรทำนาย เป็นต้น

ขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺโปรดให้พวกเราและพี่น้องทุกคน ห่างไกลจากไฟนรก และสิ่งที่เป็นสาเหตุต่างๆ สู่นรก ทั้งที่เป็นคำพูดและการกระทำ ด้วยเถิด

ที่มา : http://islamqa.info/ar/ref/21457


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 7 ธันวาคม 56 เวลา 16.30 น.