มากกว่า 1000 ซุนนะฮฺในวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง

บทที่ว่าด้วยซุนนะฮฺต่าง ๆ ในการละหมาดยามค่ำคืน


 โดย คอลิด อัลฮุซัยนาน

แปลโดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

أَفْضَلُ الصِّيَامِ بَعْدَ رَمَضَانَ شَهْرُ اللَّهِ الْمُحَرَّمُ ، وَأَفْضَلُ الصَّلَاةِ بَعْدَ الْفَرِيضَةِ صَلَاةُ اللَّيْلِ

การถือศีลอดที่ประเสริฐที่สุดรองมาจากการถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนนั้น คือ การถือศีลอดในเดือน ต้องห้าม (ซุลเกาะหฺดะฮฺ , ซุลฮิจญะฮฺ , มุหัรร็อม , เราะญับ) ของอัลลอฮฺ และการละหมาดที่ประเสริฐที่สุด รองมาจากการละหมาดฟัรฎูนั้น คือ ละหมาดซุนนะฮฺยามค่ำคืน

(บันทึกโดยมุสลิม)

1. จำนวนที่ประเสริฐที่สุดในการละหมาดยามค่ำคืน : คือ 11 ร่อกาอะฮฺ หรือ 13 ร่อกาอะฮฺ โดยละหมาดใน ลักษณะยืนนาน ๆ ดังหะดีษที่ว่า :

كَانَ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّي إِحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً ، كَانَتْ تِلْكَ صَلَاتَهُ

ปรากฎว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ละหมาด (ในยามค่ำคืน)11 ร่อกาอะฮฺ การละหมาดของ ท่านเป็นแบบนี้...”

(บันทึกโดยบุคอรียฺ)

ในอีกสายรายงานหนึ่งว่า :

يُصَلِّي بِاللَّيْلِ ثَلَاثَ عَشْرَةَ رَكْعَةً

...ท่านละหมาดในยามค่ำคืน 13 ร่อกาอะฮฺ..."

(บันทึกโดยบุคอรียฺ)

2. เป็นซุนนะฮฺให้ผู้ที่ละหมาดในยามค่ำคืนนั้น จะต้องถูฟัน แปรงฟัน หลังจากนั้นให้อ่าน 10 อายะฮฺสุดท้ายของซูเราะฮฺอาลิอิมรอน เริ่มจากอายะฮฺที่ 190 :

إِنَّ فِي خَلْقِ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ وَاخْتِلَافِ اللَّيْلِ وَالنَّهَارِ لَآيَاتٍ لِأُولِي الْأَلْبَابًِ

แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดิน และการที่กลางวันและกลางคืนตามหลังกันนั้น แน่นอนมีหลายสัญญาณสำหรับผู้มีปัญญา"

(อาลิอิมรอน : 190ฺ)

อ่านจนจบซูเราะฮฺ

3. เป็นซุนนะฮฺให้ผู้ที่ละหมาดในยามค่ำคืนนั้น กล่าวดุอาอฺที่มีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ว่า :

اللَّهُمَّ لَكَ الْحَمْدُ أَنْتَ قَيِّمُ السَّمَوَاتِ وَالْأَرْضِ وَمَنْ فِيهِنَّ ، وَلَكَ الْحَمْدُ أَنْتَ نُورُ السَّمَوَاتِ وَالْأَرْضِ وَمَنْ فِيهِنَّ ، وَلَكَ الْحَمْدُ أَنْتَ الْحَقُّ ، وَوَعْدُكَ الْحَقُّ ، وَلِقَاؤُكَ حَقٌّ ، وَقَوْلُكَ حَقٌّ ، وَالْجَنَّةُ حَقٌّ ، وَالنَّارُ حَقٌّ ، وَالنَّبِيُّونَ حَقٌّ , وَمُحَمَّدٌ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَقٌّ , وَالسَّاعَةُ حَقٌّ ، اللَّهُمَّ لَكَ أَسْلَمْتُ وَبِكَ آمَنْتُ وَعَلَيْكَ تَوَكَّلْتُ وَإِلَيْكَ أَنَبْتُ وَبِكَ خَاصَمْتُ وَإِلَيْكَ حَاكَمْتُ ، فَاغْفِرْ لِي مَا قَدَّمْتُ وَمَا أَخَّرْتُ وَمَا أَسْرَرْتُ وَمَا أَعْلَنْتُ ، أَنْتَ الْمُقَدِّمُ وَأَنْتَ الْمُؤَخِّرُ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ ، أَوْ لَا إِلَهَ غَيْرُكَ

โอ้อัลลอฮฺ การสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของพระองค์ พระองค์ท่านทรงบริหารชั้นฟ้าและแผ่นดิน ตลอดจน ผู้ที่อยู่ในนั้น การสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของพระองค์ พระองค์คือรัศมีแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดิน ตลอดจนผู้ที่ อยู่ในนั้น การสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงสัจจะ สัญญาของพระองค์เป็นความจริง การพบกับพระองค์ก็เป็นความจริง ดำรัสของพระองค์คือความจริง สวนสวรรค์มีจริง นรกมีจริง บรรดานบีทั้งหลายอยู่บนความจริง ท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมอยู่บนความจริง และวันสิ้นโลกนั้นคือความจริง โอ้อัลลอฮฺ ข้าพระองค์ยอมจำนนต่อพระองค์ ศรัทธาต่อพระองค์ มอบหมายต่อพระองค์ และยังพระองค์นั้นที่ข้าพระองค์จะกลับไปสู่ ด้วยพระองค์ท่าน ข้าพระองค์ โต้เถียงกัน และยังพระองค์ท่าน ข้าพระองค์ตัดสิน ดังนั้นขอพระองค์ทรงอภัยโทษให้กับข้าพระองค์ ในสิ่งที่ข้าพระองค์ได้กระทำมาก่อนแล้ว และในสิ่งที่ข้าพระองค์ได้กระทำในภายหลัง ไม่มีพระเจ้าอื่น ใดที่ถูกเคารพนอกจากพระองค์ท่าน หรือไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากพระองค์ท่าน"

(บันทึกโดยบุคอรียฺ มุสลิม , สำนวนนี้ของอิหม่ามบุคอรียฺฺ)

4. เป็นซุนนะฮฺให้เริ่มละหมาดในยามค่ำคืนนั้น ด้วยการละหมาดซุนนะฮฺ 2 ร่อกาอะฮฺแบบเบา ๆ (ไม่ต้องยืนนาน ๆ) เพื่อสร้างความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ก่อนที่จะยืนละหมาดนาน ๆ หลังจากนี้ ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

إِذَا قَامَ أَحَدُكُمْ مِنَ اللَّيْلِ ، فَلْيَفْتَتِحْ صَلَاتَهُ بِرَكْعَتَيْنِ خَفِيفَتَيْنًِ

เมื่อคนใดในพวกท่านละหมาดในยามค่ำคืน จงประเดิมด้วยการละหมาดของเขา 2 ร่อกาอะฮฺแบบเบา ๆ"

(บันทึกโดยมุสลิม)

5. เป็นซุนนะฮฺให้เริ่มละหมาดโดยกล่าวดุอาอฺอิฟติตะฮฺ ที่มีรายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ว่า :

اللَّهُمَّ رَبَّ جِبْرِيلَ ، وَمِيكَائِيلَ ، وَإِسْرَافِيلَ ، فَاطِرَ السَّمَوَاتِ وَالْأَرْضِ وَعَالِمَ الْغَيْبِ وَالشَّهَادَةِ ، أَنْتَ تَحْكُمُ بَيْنَ عِبَادِكَ فِيمَا كَانُوا فِيهِ يَخْتَلِفُونَ ، اهْدِنِي لِمَا اخْتُلِفَ فِيهِ مِنَ الْحَقِّ بِإِذْنِكَ إِنَّكَ تَهْدِي مَنْ تَشَاءُ إِلَى صِرَاطٍ مُسْتَقِيمٍ

โอ้อัลลอฮฺ พระเจ้าแห่งญิบรีล มีกาอีล และอิสรอฟีล พระองค์คือผู้ทรงบันดาลบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับและสิ่งที่เปิดเผย พระองค์คือผู้พิพากษาระหว่างบ่าวของพระองค์เมื่อพวกเขา ขัดแย้งกัน ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์ได้รับทางนำที่แท้จริงเมื่อเกิดความขัดแย้งด้วยอนุมัติ ของพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงให้ทางนำแก่บุคคลที่พระองค์ประสงค์สู่แนวทางที่เที่ยงตรง

(บันทึกโดยมุสลิม)

6. เป็นซุนนะฮฺให้ยืนละหมาดนาน ๆ

سُئِلَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، أَيُّ الصَّلَاةِ أَفْضَلُ ؟ قَالَ : طُولُ الْقُنُوتِ

ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ถูกถามว่า : ละหมาดแบบไหนที่เป็นความประเสริฐยิ่ง ? ท่านนบีตอบว่า : ให้ยืนนาน ๆ

(บันทึกโดยมุสลิม)

ความหมายของคำว่า กุนูต หมายถึง การยืน

7. ซุนนะฮฺให้กล่าวขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺเมื่ออ่านถึงอายะฮฺที่กล่าวถึงการลงโทษ โดยกล่าวว่า :

أَعُوْذُ بِاللهِ مِنْ عَذَابِ اللهِ

ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากการลงโทษของพระองค์

และให้ขอความเมตตาเมื่ออ่านถึงอายะฮฺที่กล่าวถึงความเมตตาของอัลลอฮฺ โดยกล่าวว่า :

اَللَّهُمَّ إِنِّيْ أَسْأَلُكَ مِنْ فَضْلِهِ

โอ้อัลลอฮฺ ความจริงแล้วข้าพระองค์ ขอความโปรดปรานจากพระองค์ท่านด้วยเถิด

และให้กล่าวสรรเสริญต่ออัลลอฮฺเมื่ออ่านถึงอายะฮฺที่กล่าวถึงความบริสุทธิ์ต่ออัลลอฮฺ ดังหะดีษที่ว่า :

بَيْنَ كُلِّ أَذَانَيْنِ صَلاَةٌ ، بَيْنَ كُلِّ أَذَانَيْنِ صَلاَةٌ ، بَيْنَ كُلِّ أَذَانَيْنِ صَلاَةٌ ، قَالَ فِي الثَّالِثَةِ لِمَنْ شَاءَ

...ท่านนบีได้อ่านอัลกุรอ่านไปเรื่อย ๆ เมื่ออ่านถึงอายะฮฺที่มีเนื้อหาการสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ ก็จะกล่าว (ซุบฮานัลลอฮฺ) สรรเสริญต่ออัลลอฮฺ และเมื่ออ่านถึงอายะฮฺที่มีเนื้อหาให้ขอความเมตตาต่ออัลลอฮฺ ท่านก็จะขอความเมตตาต่ออัลลอฮฺ และเมื่ออ่านถึงอายะฮฺที่มีเนื้อหาให้ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ก็จะกล่าวขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ...

(บันทึกโดยมุสลิม)

สาเหตุที่จะทำให้ตื่นขึ้นละหมาดในยามค่ำคืน :

1. หมั่นขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ

2. ไม่นอนดึก

3. นอนพักผ่อนเล็กน้อยในตอนกลางวัน

4. ละทิ้งการทำสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺ

5. ให้ตนเองมีความมุ่งมั่น เพียรพยายามที่จะลุกขึ้นละหมาดในยามค่ำคืน


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 5 กันยายน 56 เวลา 21.20 น.