ทำไมมุสลิมต้องตามพวกเขาลงรูแย้ั ตอนที่ 2


 โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

  

ประการที่สอง : การน้อมรับในคำพูดของชาวคริสต์มากกว่าคำตรัสของอัลลอฮฺ และคำกล่าวของท่าน ร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

อิทธิพลจากคำพูด หรือหลักความคิดต่าง ๆ ของยิวและคริสต์นั้นกำลังมีผลให้มุสลิมหลายคนยึดถือในการดำ เนินชีวิต จนกระทั่งในบางครั้งไปน้อมรับคำพูดหรือแนวคิดมากกว่าคำสอนของอัลลอฮฺ และร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมเสียอีก

- ยิวและคริสต์นั้นพยายามที่จะทำให้มุสลิมะฮฺถอดฮิญาบออกจากศรีษะ แต่งกายยั่วยวน โป๊เปลือยต่อเพศตรงข้าม

ซึ่งมุสลิมะฮฺเป็นจำนวนมากที่ฮิญาบหลุดจากศรีษะไปนานแล้ว จะสวมอีกทีก็ปีละ 2 ครั้งในวันอีดทั้งสอง หลายคนกลัวจะเป็นคนแปลกหน้าในสังคม กลัวจะไม่ทันสมัย โดยลืมนึกไปว่าอัลลอฮฺ ตะอาลาทรงมีรับสั่งว่า :

يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ قُل لِّأَزْوَاجِكَ وَبَنَاتِكَ وَنِسَاءِ الْمُؤْمِنِينَ يُدْنِينَ عَلَيْهِنَّ مِن جَلَابِيبِهِنَّ ذَٰلِكَ أَدْنَىٰ أَن يُعْرَفْنَ فَلَا يُؤْذَيْنَ وَكَانَ اللَّهُ غَفُورًا رَّحِيمًا

โอ้นบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภรรยาของเจ้า บุตรสาวของเจ้า และบรรดาผู้หญิงของผู้ศรัทธา ให้พวก นางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก เพื่อที่พวกนางจะไม่ถูกรบกวน.......

(อัลอะหฺซาบ : 59)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวว่า :

وَشَرُّ نِسَائِكُمُ الْمُتَبَرِّجَاتُ الْمُتَخَيِلاتُ وَهُنَّ الْمُنَافِقَاتُ لا يَدْخُلُ الْجَنَّةَ مِنْهُنَّ ، إِلا مِثْلُ الْغُرَابِ الأَعْصَمِ

...และบรรดาสตรีที่เลวที่สุดในหมู่พวกท่าน คือบรรดาสตรีที่อวดโฉม เป็นผู้ที่เย่อหยิ่ง อวดดีในการ แต่งกาย นางเหล่านั้นคือมุนาฟิก (ผู้กลับกลอก) โดยพวกนางจะไม่ได้เข้าสวรรค์ นอกเสียจาก (ถูกลงโทษ) ประหนึ่งอีกาดำ (ชนิดที่มีตีนสีแดง)”

(บันทึกโดยบัยฮากียฺ , ซุนันอัลกุบรอ : 82/7 อัลบานียฺ , เศาะเหี๊ยะหฺอัลญามิอฺ : 3330 ซิลซิละฮฺ อัศเศาะฮีฮะฮฺ : 1849)

นี่คือคำสั่ง คือบทบัญญัติจากอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่สั่งใช้แก่มุสลิมะฮฺทุกท่าน แต่มุสลิมะฮฺหลายคนไปยึดคำพูดของ ยิวและคริสต์ ที่ต้องการให้ผู้หญิงแต่งกายโป๊เปลือย ยั่วยวน โชว์เครื่องประดับต่าง ๆ เป็นต้น

- ยิวและคริสต์นั้นพยายามที่จะทำให้มุสลิมะฮฺนั้นเรียกร้องสิทธิต่อตนเอง ในการมีอิสระเสรีในการ ทำงานนอกบ้าน มีบทบาทกับสังคมภายนอก เรียกร้องสิทธิเท่ากับผู้ชาย

ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้มุสลิมะฮฺหลายคนละทิ้งหลักการที่ถูกต้องไป ลืมไปว่าเหตุการณ์การล่วงละเมิดทางเพศ การข่มขืน จี้ปล้นที่เกิดขึ้นกับสตรีเพราะอะไร ? การต้องยุ่งกับการทำงานจนต้องกลับบ้านดึก ๆ คนเดียว เดินทางคนเดียว หรือการต้องปะปนกับผู้ชายในที่ทำงานตลอดทั้งวัน อิสลามไม่ได้บอกว่าผู้ชายดีกว่าผู้หญิง แต่อย่างใด แต่อัลลอฮฺผู้ทรงสร้างมนุษย์มานั้น พระองค์ทรงทราบดีถึงภาระหน้าที่ สรีระร่างกายที่แตกต่างกันของ ผู้ชายและผู้หญิง ดังนั้นหน้าที่จึงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามความเหมาะสม และถ้าหากว่าแต่ละคน ไม่รู้หน้าที่ของตนเองที่แท้จริงแล้ว สังคมก็จะเกิดช่องว่างของปัญหา พ่อแม่ไม่มีเวลาเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนลูก ๆ เป็นต้น อัลลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า :

وَالْمُؤْمِنُونَ وَالْمُؤْمِنَاتُ بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاءُ بَعْضٍ يَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَيَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَيُقِيمُونَ الصَّلَاةَ وَيُؤْتُونَ الزَّكَاةَ وَيُطِيعُونَ اللَّهَ وَرَسُولَهُ أُولَئِكَ سَيَرْحَمُهُمُ اللَّهُ إِنَّ اللَّهَ عَزِيزٌ حَكِيمٌ

และบรรดามุอฺมินชาย และบรรดามุอฺมินหญิงนั้น บางส่วนของพวกเขาต่างเป็นผู้ช่วยเหลืออีกบางส่วน ซึ่งพวกเขาจะกำชับใช้ให้ปฏิบัติในสิ่งที่ชอบและห้ามปรามในสิ่งที่ไม่ชอบ และพวกเขาจะดำรงไว้ซึ่ง การละหมาดและจ่ายซะกาต และภักดีต่ออัลลอฮฺ และร่อซูลของพระองค์ ชนเหล่านี้แหละ อัลลอฮฺจะทรงเอ็นดูเมตตาพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ

(อัต-เตาบะฮฺ: 71)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

وَالْمَرْأَةُ رَاعِيَةٌ فِي بَيْتِ زَوْجِهَا

....และสตรีคือผู้ดูแลภายในบ้านสามีของนาง ...

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 853 )

ฉะนั้นมุสลิมะฮฺจะต้องไม่หลงไปตามความคิดของยิวและคริสต์ในการที่จะให้สตรีเรียกร้องความเสมอภาค เพราะอัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงทำให้สตรีประเสริฐเหมือนบุรุษอยู่แล้ว  อัลลลอฮ ตะอาลา ตรัสว่า :

إِنَّ الْمُسْلِمِينَ وَالْمُسْلِمَاتِ وَالْمُؤْمِنِينَ وَالْمُؤْمِنَاتِ وَالْقَانِتِينَ وَالْقَانِتَاتِ وَالصَّادِقِينَ وَالصَّادِقَاتِ وَالصَّابِرِينَ وَالصَّابِرَاتِ وَالْخَاشِعِينَ وَالْخَاشِعَاتِ وَالْمُتَصَدِّقِينَ وَالْمُتَصَدِّقَاتِ وَالصَّائِمِينَ وَالصَّائِمَاتِ وَالْحَافِظِينَ فُرُوجَهُمْ وَالْحَافِظَاتِ وَالذَّاكِرِينَ اللَّهَ كَثِيرًا وَالذَّاكِرَاتِ أَعَدَّ اللَّهُ لَهُمْ مَغْفِرَةً وَأَجْرًا عَظِيمًا

แท้จริง บรรดาผู้นอบน้อมชายและหญิง บรรดาผู้ศรัทธาชายและหญิง บรรดาผู้ภักดีชายและหญิง บรรดาผู้สัตย์จริงชายและหญิง บรรดาผู้อดทนชายและหญิง บรรดาผู้ถ่อมตัวชายและหญิง บรรดาผู้บริจาคทานชายและหญิงบรรดาผู้ถือศีลอดชายและหญิง บรรดาผู้รักษาอวัยวะเพศของ  พวกเขาที่เป็นชายและหญิง บรรดาผู้รำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมากที่เป็นชายและหญิงนั้น อัลลอฮฺจะทรง เตรียมไว้แก่พวกเขาซึ่งการอภัยโทษและผลบุญอันมหาศาล

(อัล-อะหฺซาบ: 35)

- ยิวและคริสต์นั้นพยายามที่จะทำให้การดำเนินชีวิตของมุสลิมนั้นออกจากหลักการศาสนา

เป็นอีกแนวทางซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นคนในระดับผู้นำ หรือประชาชน หรือวัยหนุ่มสาวของมุสลิมก็ตาม ที่ต้องตกเป็นทาสของความคิดเช่นนี้ โดยนำเรื่องศาสนานั้นให้อยู่เฉพาะมัสญิด หรือวันอีดเท่านั้น ส่วนในการดำเนินชีวิตนั้นจะไปนำความคิดแบบชาวยิว หรือชาวคริสต์มาปฎิบัติกัน

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงเตือนเราเอาไว้ว่า :

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَتَّخِذُوا الْيَهُودَ وَالنَّصَارَىٰ أَوْلِيَآءَ

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย สูเจ้าอย่าได้ถือเอาพวกยิวและคริสต์เป็นวะลียฺ (มิตรรักผู้ใกล้ชิด) ”

(อัล-มาอิดะฮฺ : 51)

อิบนุ กะษีร ได้อธิบายโองการที่ว่า :

وَمَنْ يَبْتَغِ غَيْرَ الإسْلَام دِيناً فَلَنْ يُقْبَلَ مِنْهُ وَهُوَ فِي الْآخِرَةِ مِنَ الْخَاسِرِينَ

และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอื่นไปจากศาสนาอิสลามแล้ว ศาสนานั้นจะไม่ถูกรับจาก พระองค์เป็นอันขาด และในปรโลกเขาจะอยู่ในหมู่ผู้ที่ขาดทุน

(อาลิอิมรอน : 85)

อิบนุ กะษีร ได้อธิบายว่า :  และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอื่นไปจากศาสนาอิสลามแล้ว ศาสนานั้น จะไม่ถูกรับจากพระองค์เป็นอันขาด...” ความหมายของอายะฮฺนี้คือ บุคคลใดที่ออกไปหาแนวทางอื่นนอก เหนือจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงบัญญัติไว้ สิ่งนั้นจะไม่ถูกตอบรับเป็นอันขาด (อิบุกะษีร , ตัฟสีรกุรอ่านนุลอะซีม เล่มที่ 2 อธิบายซูเราะฮฺอาลิอิมรอน อายะฮฺที่ : 85)


 ย้อนกลับ ตอนที่ 1                                                                             ถัดไป ตอนที่ 3


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 14 มกราคม 57 เวลา 22.20 น.