2,000 กว่าชีวิตเป็นสิทธิ์ของใคร ?


 โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

ดาวน์โหลดไฟล์ :

     Over 2,000 lives .pdf

ปัจจุบันสังคมโลกนั้นมีแต่ความวุ่นวาย ปั่นป่วน มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สังคม เศรษฐกิจ สภาพแวด ล้อมต่าง ๆ ปัญหาภัยธรรม ชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรม ปัญหาการเข่นฆ่า การข่มขืน ลักขโมย ทุจริต คอรัปชั่น แก่งแย่งชิงดี อิจฉาริษยา และ ฯลฯ ถึงแม้ว่าโลกมนุษย์นั้นจะพัฒนาทางด้าน วัตถุไปมากแค่ใหนก็ตาม แต่ทางด้านจิตใจของมนุษย์นั้นตกต่ำลง ซึ่งถ้าจะนำไปเปรียบเทียบ กับยุคญาฮิลียะฮฺ ก็คงไม่ต่างกันมากนัก ยุคญาฮิลียะฮฺมีการดื่มเหล้ากันมากมาย ปัจจุบันก็มีการดื่มทุกหนแห่ง ยุคญาฮิลียะฮฺมีการ เปลือยกาย ยุคปัจจุบันก็มีการเปลือยกาย ยุคญาฮิลียะฮฺมีการก่อสงคราม ยุคปัจจุบันก็มีการก่อสงคราม ยุคญาฮิ ลิยะฮฺ มีการปล้นแย่งชิง ปัจจุบันก็มีการปล้น แย่งชิง และยุคญาฮิลิยะฮฺนั้นมีการฆ่าเด็กทารก และที่น่าสลดใจก็คือ ปัจจุบันก็มีการฆ่าเด็กทารกเช่นกัน

ในยุคปัจจุบันมีการค้นพบซากศพของเด็กทารกประมาณ 2,000 กว่าศพ (วัลลอฮุอะอฺลัม) ที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้ดูแล เรื่องศพของวัดนั้นได้ นำมาจากคลินิกทำแท้งเถื่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ เศร้าสลดใจอย่างยิ่ง ที่สังคมปัจจุบัน การผิดประเวณีมีกันอย่างมากมายจนถึงกับต้องตั้งครรถ์ และจบที่การทำแท้ง แน่นอนเหลือเกินว่าการทำแท้งนั้น มาจากการผิดประเวณีของวัยรุ่น นักศึกษา และผู้ที่ยังไม่ต้องการมีครอบครัวแต่ต้องการ สนองอารมณ์ทางเพศ กับคนรักอย่างเดียว ซึ่งการผิดประเวณีนั้นเป็นสิ่งที่ชั่วช้า เลวทรามอย่างยิ่งในอิสลาม พระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะ ฮูวะ ตะอาลา ทรงมีรับสั่งว่า

وَلَا تَقْرَبُوا الزِّنَا إِنَّهُ كَانَ فَاحِشَةً وَسَاءَ سَبِيلًا

"และจงอย่าเข้าใกล้การละเมิดประเวณี แท้จริงมันเป็นการลามกและหนทางที่ชั่วร้ายยิ่ง"

(อัลอิสรออฺ : 32)

อิสลามได้สั่งห้ามเข้าใกล้การผิดประเวณีอย่างเด็ดขาด รวมไปถึงสิ่งที่จะนำไปสู่การผิดประเวณีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ เป็น การมองเพศตรงข้าม ด้วยความปราถนา การสัมผัส การนึกคิด การอยู่กันลำพังสองต่อสองกับเพศตรงข้าม เป็นต้น ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้นั้นจะเป็นสาเหตุที่จะนำไปสู่ การผิดประเวณี การตั้งครรถ์ และอาจนำไปสู่การทำแท้ง ก็เป็นได้

และเช่นเดียวกันการทำแท้งนั้น ก็คือ การสังหารชีวิตหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดมามีชีวิต เพื่อไม่ให้เป็นทารกอยู่ในครรถ์รอ ระยะเวลาคลอด เพื่อไม่ ให้เป็นภาระรับผิดชอบเลี้ยงดู อันเนื่องมาจากต้องการเพียงแค่ทำซินา แต่เกิดผิดพลาด ขึ้นมาจึงต้องทำแท้ง ฉะนั้นสิ่งดังกล่าวจึงเป็นบาปใหญ่ มหันต์ เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะ ฮูวะตะอาลา ดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า

وَلَا تَقْتُلُوا أَوْلَادَكُمْ مِنْ إِمْلَاقٍ نَحْنُ نَرْزُقُكُمْ وَإِيَّاهُمْ وَلَا تَقْرَبُوا الْفَوَاحِشَ مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَمَا بَطَنَ وَلَا تَقْتُلُوا النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللَّهُ إِلَّا بِالْحَقِّ ذَلِكُمْ وَصَّاكُمْ بِهِ لَعَلَّكُمْ تَعْقِلُونَ

และอย่าฆ่าลูกของพวกเจ้า  เนื่องจากความยากจน เราเป็นผู้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า และแก่พวก เขา และจงอย่าเข้าใกล้บรรดา สิ่งชั่วช้า ทั้งที่เปิดเผยและที่ปกปิด และอย่าฆ่าชีวิตที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ นอกจากด้วยสิทธิ์อันชอบธรรมเท่านั้น นั่นแหละที่พระองค์ ได้ทรงสั่งเสียมันไว้แก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวก เจ้าจะได้ใช้ปัญญา

(อัลอันอาม : 151)

     ฉะนั้นคนที่ทำแท้งนั้นอยู่ในความผิดบาปใหญ่ 2 ข้อหาด้วยกัน ประการที่หนึ่งก็คือ การผิดประเวณี ส่วนประการ ที่สองก็คือ การสังหารชีวิต หนึ่ง หรือการฆ่าลูกตนเอง ซึ่งไม่ว่าจะเป็น พ่อของเด็ก แม่ของเด็ก รวมถึงหมอทำแท้ง นั้น พวกเหล่านี้ก็คืออาชญากรทั้งสิ้น ซึ่งการที่จะสังหาร ชีวิตหนึ่งชีวิตใด ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ตรงนี้เป็นหน้าที่ ของพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทั้งสิ้น ซึ่งระยะเวลาของมนุษย์แต่ละคน ผู้ใดจะเสียชีวิตเมื่อใด ตอน ไหน ที่ไหน จะร่ำรวย หรือยากจน อยู่ ณ ที่พระองค์อัลลอฮฺ เพียงผู้เดียวเท่านั้น

     ดังนั้นซากศพ 2,000 กว่าชีวิตนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องทำแท้งปลิดชีพทารกอย่างเหี้ยมโหด โดยสา เหตุที่ว่า มีลูกจะยากจน ยังไม่พร้อมจะมี และ ฯลฯ ซึ่งเป็นการก่ออาชญากรรมทั้งสิ้น เพราะสิทธิตรงนี้นั้นเป็นหน้า ที่ของพระองค์อัลลอฮฺ แต่เพียงผู้เดียว แต่เรื่องราว ที่เกิดขึ้นนี้นั้นพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงทราบไว้แล้ว ว่าเด็กเหล่านี้จะถูกทำแท้ง ขอย้ำว่าพระองค์ทรงทราบเรื่องราว ทุกเรื่องไม่ว่าจะเกิด ขึ้นมาแล้ว หรือยังไม่เกิด ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้แล้วทั้งสิ้น ณ ที่พระองค์ ดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า

أَلَمْ تَعْلَمْ أَنَّ اللَّهَ يَعْلَمُ مَا فِي السَّمَاءِ وَالْأَرْضِ إِنَّ ذَلِكَ فِي كِتَابٍ إِنَّ ذَلِكَ عَلَى اللَّهِ يَسِيرٌ

เจ้า มิรู้ดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน แท้จริงสิ่งนั้นอยู่ในบันทึก แล้ว (อยู่ในลูห์มะห์ฟูซ) แท้จริงในการนั้นเป็นการง่ายดายสำหรับอัลลอฮ์

(อัลฮัจญฺ  : 70 )

     ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์มีอำนาจในเรื่องความตาย แต่ที่ใช้สำนวนในทางที่ว่า “ไม่ใช่หน้าที่ของมนุษย์ ที่จะต้องทำแท้งปลิดชีพ ทารกอย่างเหี้ยมโหด” เป็นการเปรียบให้เห็นว่ามนุษย์นั้นไม่มีสิทธิ์เข้าไปเกี่ยวข้อง กับเรื่องความตาย แต่สิทธิ์ของความตายนั้นเป็นของ พระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง ทุกอย่าง ซึ่งในวันกิยามะฮฺนั้น พระองค์จะทรงให้ทารกเหล่านั้นมาทวงถามสิทธิ์คืน จากพ่อ แม่ของพวกเขา ดังที่พระองค์ตรัสว่า

وَإِذَا الْمَوْءُودَةُ سُئِلَتْ   بِأَيِّ ذَنْبٍ قُتِلَتْ

และเมื่อทารกหญิงที่ถูกฝังทั้งเป็นถูกถาม  ด้วยความผิดอันใดเธอจึงถูกฆ่า “

(อัตตักวีร : 8-9)

 ดังนั้นไม่ว่า 2,000 กว่าศพจะมีมุสลิมหรือไม่ (วัลลอฮุอะอฺลัม) แต่สิ่งที่มุสลิมจะต้องพึงตระหนักนั้นก็คือ สิ่งที่เป็น ข้อห้ามต่างๆ จากอัลลอฮฺนั้น เมื่อมนุษย์นั้นฝ่าฝืนปฏิบัติ ความวุ่นวาย และการลงโทษจากพระองค์จะเกิดขึ้น ซึ่งบรรดามุสลิมนั้นไม่ต้องรอให้ผลเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ผลเหล่า นั้นพระองค์อัลลอฮฺจะให้เกิดกับกลุ่มชนปฏิเสธ ให้ได้เห็นเป็นตัวอย่าง


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 11 มกราคม 54 เวลา 17.30 .