มุสลิมจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์


 โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

วันวาเลนไทน์นั้น ถือเป็นวันหนึ่งที่มีอิทธิพลแพร่ขยายไปทั่วโลก การมอบดอกไม้ ช็อคโกแลต การ์ดอวยพร การจัดสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราลองมองย้อนกลับไปที่ประวัติความเป็นมานั้น ปรากฏว่าวันวาเลนไทน์นั้นเริ่มต้น จากแค่เพียงนักบุญคนหนึ่ง เริ่มจากศาสนาหนึ่งเท่านั้น  แต่ ณ ปัจจุบัน เมื่อถึงเทศกาลวันวาเลนไทน์นั้น ผู้คนกับ ให้ความสำคัญกันอย่างมากมาย ทั่วทุกมุมโลก จนกระทั่งว่าเดือนกุมภาพันธ์นั้นถูกขนานนามว่า “เดือนแห่ง ความรัก

เมื่อวันวาเลนไทน์ เป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความรัก ฉะนั้น การแต่งงานในวันวาเลนไทน์นั้นจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนมากให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน ตลอดจนการจดทะเบียน สมรสที่อำเภอ ใต้น้ำทะเล หรือแม้กระทั่งบนฟ้าก็มีให้เห็นและอีกหลาย ๆ รูปแบบ เป็นต้น

สำนักงานเขตต่าง ๆ เตรียมความพร้อมรับมือคู่รักที่จะแห่กันไปจดทะเบียนในวันแห่งความรักโดยจัดให้มีบริการจด ทะเบียนนอกสถานที่ แน่นอน คำถามต่อมาก็คือ ทำไมผู้คนถึงได้เลือกจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ ? ทำให้ รักกันมากจริงหรือ ? สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นถ้าเป็นความเชื่อของศาสนาอื่น ๆ นั้น นั่นก็เป็นสิทธิของแต่ละศาสนา แต่ภาพที่ปรากฏออกมา นั้น ก็มีมุสลิมในหลายสถานที่ก็ไปเข้าร่วมจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ หรือแม้กระ ทั่งจดทะเบียนใต้น้ำทะเล กับเขาด้วย ทั้งที่ความจริงแล้วมุสลิมต้องออกห่างจากเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลน ไทน์ทั้งสิ้น เพราะที่มาของ วันวาเลนไทน์นั้นเกี่ยวกับหลักความเชื่อของศาสนาอื่น พระองค์อัลลอฮฺ ทรงมีรับสั่งว่า

 

สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน

(อัล-กาฟิรูน : 6)

มุสลิมจดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 10.00น ปลัดอำเภอ (จพง.ปค.ชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการแทนนายอำเภอ เจาะไอร้อง ได้ลงนามในใบทะเบียนสมรส ในโอกาสวันวาเลนไทน์  ณ สำนักทะเบียนอำเภอเจาะไอร้อง และมอบ ของที่ระลึกให้กับผู้มาจดทะเบียนสมรส ในวันดังกล่าว (1)

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 สำนักทะเบียนอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้จัดกิจกรรมต้อนรับวันแห่ง ความรัก (วาเลนไทน์เดย์) โดยนายทะเบียนอำเภอหนองจิก ได้มาคอยอำนวยความสะดวกในการต้อนรับและให้ บริการประชาชนด้วยความเป็นกันเอง และเป็นผู้รับจดทะเบียนสมรสให้แก่ประชาชนที่มารับบริการจดทะเบียน สมรสด้วยตนเอง พร้อมกับมีของชำร่วยแจกให้แก่คู่สมรสทุกคู่ด้วย (2) 

แน่นอนว่าบรรดาผู้คนที่เข้าร่วมจดทะเบียนในวันวาเลนไทน์นั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับว่าวันวาเลนไทน์นั้นเป็นวันที่ดี เป็นวันแห่งความรัก เหมาะที่จะเป็นวันที่เกี่ยวกับพิธีแห่งความรักต่าง ๆ หรืออาจจะเลยเถิดไปถึงความเชื่อที่ว่า จะรักกันนาน หรือมีแต่ความรักกัน หากจดทะเบียนสมรสในวันนี้

ข้อชี้แจง : สำหรับมุสลิมนั้นจะต้องไม่มีความเชื่อแบบนี้เป็นอันขาด ในการให้วันใดวันหนึ่งมามีบทบาทในการ ดำเนินชีวิต เฉกเช่นว่าแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์จะทำให้รักกันนาน หรือราบรื่น เป็นต้น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับความเชื่อเรื่องฤกษ์ดี ยามดี ความเชื่อแบบนี้ต้องไม่มีในหลักความเชื่อของมุสลิมโดยเด็ดขาด เพราะอัลลอฮฺ ตะอาลา พระองค์ทรงกำหนดทุกสิ่ง ทุกอย่าง เราจะต้องมอบหมายต่อพระองค์ในทุกกิจการงาน มีรายงานจากอับดุลลอฮฺ อิบนิ อัมรฺ เล่าว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَنْ رَدَّتْهُ الطِّيَرَةُ مِنْ حَاجَةٍ  فَقَدْ أَشْرَكَ قَالُوا يَا رَسُولَ اللَّهِ مَا كَفَّارَةُ ذَلِكَ ؟ قَالَ أَنْ يَقُولَ أَحَدُهُمْ اللَّهُمَّ لَا خَيْرَ إِلَّا خَيْرُكَ  وَلَا طَيْرَ إِلَّا طَيْرُكَ  وَلَا إِلَهَ غَيْرُكَ

"ผู้ใดที่ลางได้ทำให้เขาต้องล้มเลิก ไม่ทำธุระของเขาให้เสร็จแล้ว ก็เท่ากับว่าเขาได้ตั้งภาคี บรรดา ซอฮาบะฮฺได้กล่าวว่า โอ้ท่านร่อซูลลุลลอฮฺ แล้วสิ่งลบล้างของในเรื่องดังกล่าวคืออะไร? ท่านนบีได้ตอบ ว่า คือ ให้ท่านกล่าวว่า โอ้อัลลอฮฺไม่มีความดีอันใดนอกจากความดีของพระองค์เท่านั้น และไม่มีการ เป็นลางอันใดนอกจากการเป็นลางของพระองค์เท่านั้น และไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น "

(บันทึกโดยอะหฺมัด : 6869 ซุญูตียฺ, ดู อัลญามิอุศเศาะฆีร : 8701 อัลบานียฺ, ดู เศาะเหี๊ยะหฺอัลญามิอฺ : 6264)

และการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์นั้นก็เป็นความเชื่อและการกระทำของกลุ่มชนอื่น ที่มุสลิมห้ามเลียน แบบโดยเด็ดขาด เพราะมิเช่นนั้นแล้วเราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชนนั้น ท่านอิบนิ อุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَنْ تَشَبَّهَ بِقَوْمٍ فَهُوَ مِنْهُمْ

บุคคลใดประพฤติตนเลียนแบบกลุ่มหนึ่ง เขาก็เป็นส่วนหนึ่งจากกลุ่มนั้น

(บันทึกโดยอบูดาวุด : 4031 อัลบานียฺ, ดู เศาะเหี๊ยะหฺอัลญามิอฺ : 2831 สุญูตียฺ, ดู ญามิอุศเศาะฆีร  : 8593)

จดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ทำให้รักกันนานจริงหรือ ?

ข้อมูลสถิติการจดทะเบียนสมรสและการหย่าร้าง” ของกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในปี 2549 มาพบว่าคนที่จดทะ เบียนสมรสในวันวาเลนไทน์มีทั้งหมด 2,894 คู่แล้วก็มีการหย่าร้าง 51 คู่ส่วนข้อมูลการจดทะเบียนสมรสตลอด ทั้งปี 2549 สมรส 48,099 คู่ และ หย่าร้าง  15,625 คู่ข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเยอะหรือไม่นะ นี่แค่ข้อมูลที่ตรวจสอบ ได้ในทางนิตินัย ส่วนอีกหลายๆคู่ที่ตรวจสอบไม่ได้แต่หย่าร้างกันในทางพฤตินัยอีกเยอะแยะแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี (3) 

ข้อชี้แจง : นี่คือสถิติที่แสดงให้เห็นว่า ชีวิตคู่จะราบรื่นหรือไม่นั้น ไม่ได้ผูกขาดเกี่ยวกับวันแห่งความรัก แต่ผู้ที่จะทำให้ความราบรื่นนั้นก็คือ สามีและภรรยา ที่ต้องเห็นอกเห็นใจ มีความอดทน และเมตตาซึ่งกันและกัน เราลองมองย้อนกลับไปดูบรรดาปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา หลายคนไม่รู้จักวันวาเลนไทน์ ไม่รู้จักทะเบียนสมรส แต่ทำไมชีวิตคู่ของแต่ละคน ถึงได้รักกันแสนนาน สิ่งที่พรากความรักก็มีเพียงแค่ความตายเท่านั้น

ฉะนั้นมุสลิมจะต้องไม่มีความเชื่อหรือการปฏิบัติในลักษณะนี้เป็นอันขาด การที่จะใช้ชีวิตคู่ให้ราบรื่นนั้น มุสลิมจะ ต้องนำแบบอย่าง คำสอนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มายึดถือปฏิบัติในการดำเนินชีวิตคู่ของเรา เพราะอิสลามเป็นศาสนาที่อัลลอฮฺทรงส่งมาให้มนุษย์ยึดถือเพื่อให้เกิดความสงบสุข แต่หากมุสลิมไปลอกความ เชื่อของต่างศาสนิกมายึดถือปฏิบัติชีวิตก็จะไม่มีความสุข เพราะเราไปยึดความเชื่อของมนุษย์มาปฏิบัติ ไม่ได้นำคำสอนของพระเจ้าแห่งสากลโลกมาปฏิบัติ

ดังนั้นมุสลิมต้องศึกษาแนวทางชีวิตคู่ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มาเป็นแนวทางในการดำเนิน ชีวิตในทุก ๆ เรื่อง เพราะท่านนบีคือแบบอย่างของผู้ศรัทธาทุกคน พระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ทรงตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกรุอ่าน ซูเราะฮฺ อัลอะหฺซาบ อายะฮฺที่ 21 ว่า

 

"แน่นอนยิ่งในตัวร่อซูลนั้น มีแบบอย่างที่ดีแล้วแก่พวกสูเจ้า "

อิบนุกะษีร ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ อธิบายว่า : อายะฮอันทรงเกียรตินี้ เป็นรากฐานสำคัญในการยึดเอาร่อซูลุลลอฮ ศ็อล ลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  มาเป็นแบบอย่าง ในบรรดาคำพูด,การกระทำและสภาพการณ์ทั้งหลายของท่านนบี (4) 

มุสลิมจะมีจุดยืนอย่างไรในการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ ?

1. จดทะเบียนสมรสในวันอื่น ๆ และไม่มีความเชื่อใด ๆ เกี่ยวกับวันแห่งความรัก

2. ไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับวันนี้

3. ออกห่างจากการเลียนแบบคริสเตียนและยิว ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

وَلَا تَشَبَّهُوا بِالْيَهُودِ وَلَا بِالنَّصَارَى

"พวกท่านอย่าเลียนแบบพวกยะฮูดีย์ (พวกยิว) และพวกนัศรอนีย์ (พวกคริสเตียน) "

(บันทึกโดยอะหฺมัด : 7492 สุญูตียฺ, ดู ญามิอุศเศาะฆีร  : 5785)

4. ออกห่างจากแนวทางหรือความเชื่อของศาสนาอื่น พระองค์อัลลอฮฺ ทรงมีรับสั่งว่า

 

สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน

(อัล-กาฟิรูน : 6)

(1)  http://www.amphoe.com/menu.php?mid=9&am=295&pv=24

(2)  http://nongjik.blogspot.com/2009/03/blog-post.html

(3)  http://wipawee.wordpress.com/2008/02/09/จดทะเบียนสมรสวันวาเลนไ/

(4)  (อิบนุกะษีร, ดู ตัฟสีรอัลกุรอ่านุลอะซีม เล่มที่ 6 อธิบายซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ อายะฮฺที่ : 21)


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 56 เวลา 22.20 น.