บิดอะฮฺ (อุตริกรรม) ต่าง ๆ ในการเศาะละวาตต่อท่านนบี ตอนที่ 4


 โดย อ.หมะสุกรี  โอะขะหรี

 

อุตริกรรมในด้านเวลาและสถานที่ในการเศาะละวาต

-การกำหนดเวลาในการเศาะละวาต

การเศาะละวาตนี้มีชื่อว่า เศาะละวาตอัลฟาติหฺ เป็นงานการประพันธ์ของ อัลบากิร สัยฺยิด มุหัมฺมัด อัลบักรี ท่านได้กล่าวถึงความประเสริฐของการอ่านเศาะละวาตนี้ว่า

-ผู้ใดที่อ่านเศาะละวาตนี้ทุกๆครั้งหลังจากการละหมาดห้าเวลา บรรดาบาบเล็ก ๆ ทั้งหมดจะได้รับการอภัยโทษ จากอัลฺลอฮฺ(สุบหานะฮูวะตะอาลา)และหัวใจและจิตใจของเขาจะสงบสุข

-ผู้ใดอ่านเศาะละวาตนี้ 21 ครั้งทุกๆวัน อัลฺลอฮฺ(สุบหานะฮูวะตะอาลา)จะทรงทำให้ริซกีของเขากว้างขวาง และครอบ ครัวของเขาจะปลอดภัยจากความยากลำบาก พร้อมกับห่างใกลจากการลงโทษในนรก

-ถ้าหากว่า อ่าน 100 ครั้งทุกวัน จะทำให้ได้คู่ครองได้ง่าย ทั้งสำหรับชายและหญิง

-ถ้าหากว่า อ่าน 1000 ครั้ง ในคืนวันจันทร์ หรือ คืนพฤหัส หรือ คืนศุกร์ จะทำให้ฝันว่าได้พบกับท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)ด้วยการอนุมัติจากอัลฺลอฮ ฺ(สุบหานะฮูวะตะอาลา) กล่าวคือให้อ่านหลัง ละหมาดหาญะฮฺ

ดังกล่าวข้างต้นเป็นการกำหนดคุณค่าและเวลาในการเศาะละวาตต่อท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) (หะนาฟี มุฮำหมัด,แหล่งเดิม, หน้า :  30) ส่วนประเด็นของความประเสริฐนั้น ผู้เขียนได้ทำการอธิบายไว้แล้ว  แต่ ณ ตรงนี้ ผู้เขียนจะทำการอธิบายในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดเวลาในการเศาะละวาตเท่านั้นคือ

การเศาะละวาตต่อท่านนบีที่ประพันธ์โดย ท่าน อัลบากิร สัยฺยิด มุหัมฺมัด อัลบักรี ถือว่า เป็นบิดอะฮฺอย่างหนึ่งใน การเศาะละวาตต่อท่านนบี เพราะเป็นการกำหนดเวลาในการเศาะละวาตต่อท่านนบีโดยที่ไม่มีตัวบทหลักฐาน ใดมารองรับ ดังที่เราทราบแล้วว่า การประกอบอิบาดะฮฺนั้นจะต้องได้มาด้วยวะหฺยู(การวิวรณ์)เท่านั้น แล้วท่าน อัลบากิร สัยฺยิด มุหัมฺมัด อัลบักรี รู้ได้อย่างไรว่า ถ้าทำการเศาะละวาตต่อท่านนบีในเวลานั้น จำนวนนั้น จะได้ผลบุญอย่างนั้น ซึ่งดังกล่าวนั้นไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน

คณะฟะตาวาย์ อัลฺลุจญนะฮฺ อัดฺดาอิมะฮฺ ได้ตอบคำถามที่ว่า การเศาะละวาตดังกล่าวข้างต้นนั้น สามารถกระทำ ได้หรือไม่ โดยที่ทางคณะได้ตอบคำถามดังกล่าวว่า และการเศาะละวาตที่ดีนั้นคือ การอ่านเศาะละวาตที่ท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)ได้สอนเศาะหาบะฮฺของท่าน และการเศาะละวาตที่ท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัย ฮิวะสัลฺลัม)สอนนั้น ได้ดำเนินเรื่อยมาตราบจนปัจจุบัน เพราะการเศาะละวาตต่อท่านนบีนั้น ถือว่า เป็นบทบัญญัติ อย่างหนึ่งในอิสลาม ส่วนการเศาะละวาตที่มีชื่อว่า เศาะละวาตุลฟาติหฺนั้น ถือว่าเป็นบิดอะฮฺ จำเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องออกห่าง อันเนื่องจากสิ่งดังกล่าวนั้น ไม่มีการรายงานมาจากท่านนบีแต่อย่างใด (อะหฺมัด บิน อับดุร ฺร็อซฺซาก อัดฺดุวัยชฺ,แหล่งเดิม, หน้า :  66)

ท่านมุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์ กล่าวว่า ทุกๆการอิบาดะฮฺที่ศาสนาได้บัญญัติไว้ โดยที่การบัญญัตินั้นมี ลักษณะที่เกี่ยวข้องกับเวลาสถานที่ และหากว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะดังกล่าวแล้ว ถือว่า สิ่งเหล่านั้น เป็นบิดอะฮฺ  (มุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์ ,แหล่งเดิม, หน้า : 110)

การเศาะละวาตต่อท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)ในการอ่านตะชะฮฺฮุดนั้น เป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กับเวลาและสถานที่ ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้มีการเพิ่ม โดยวิธีการใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสำนวน ผลบุญ หรือ เวลาและสถานที่ เพราะการกระทำดังกล่าวนั้นถือว่า เป็นบิดอะฮฺในศาสนาที่ท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัย ฮิวะสัลฺลัม)ได้ตำหนิและสั่งห้ามเอาไว้

จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ(เราะฎิยัลฺลอฮฺอันฮา)ว่า ท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)กล่าวว่า-

من أحدث في أمرنا هذا ما ليس منه فهو رد

“ใครก็ตามที่ประดิษฐ์สิ่งใหม่ขึ้นในกิจการของเรานี้ ซึ่งไม่มีพื้นฐานจากมัน ถือว่าถูกตีกลับ ”

(อัลบุคอรีย์, เศาะหีห์ หมวด ศุลหุ, บรรพ อีซาอิศเฏาะละหุอะลาศุลหีเญาะรินฟัศฺศุลหุมัรดูดุน, เลขที่ :   2697 . มุสลิม,     เศาะหีห์ , หมวด อักฎียฺยะฮฺ ,บรรพ นักฎิลอะหฺกามุลบาฏีละฮฺวะรอดฺดิลมุหละษาติลอุมูร, เลขที่ : 1718)

ดังกล่าวข้างต้นนั้นคือ ส่วนหนึ่งของบิดอะฮฺในการเศาะลาะวาตต่อท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) ดังที่ ผู้เขียนได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นว่า บิดอะฮฺในการเศาะละวาตต่อท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) นั้นมีมากมายเกินกว่าที่จะนำมากล่าวไว้ทั้งหมด แต่ที่ผู้วิจัยพยายามที่จะให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์ในข้างต้นนั้นคือ ส่วนหนึ่งของกฏเกณฑ์ต่างๆที่จะเป็นตัวชี้วัดว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นบิดอะฮฺหรือไม่ คือ

-ทุกๆการอิบาดะฮฺที่มีพื้นฐานมาจากการพาดพิงไปยังความคิด ทัศนะ หรืออารมณ์ อย่างเช่นคำพูดของบรรดา นักวิชาการ หรือคำพูดของผู้ที่เคร่งครัดในศาสนา หรือประเพณีของแต่ละท้องถิ่น นิยายปรัมปราและสิ่งที่ได้มา จากความฝัน ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ถือว่าเป็นบิดอะฮฺ

-การปฏิบัติเกินไปในเรื่องของการอิบาดะฮฺ โดยการเพิ่มสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปจากสิ่งที่ศาสนากำหนดไว้ ถือว่า เป็นบิดอะฮฺ

-ทุกๆการอิบาดะฮฺที่ศาสนาได้บัญญัติไว้ โดยที่การบัญญัตินั้นมีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับเวลาสถานที่ และหากว่ามี การเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะดังกล่าวแล้ว ถือว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นบิดอะฮฺ

(วัลฺลอฮุอะอฺลัม)


  ย้อนกลับ ตอนที่ 3                                                                                                                  

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 9 ธันวาคม 55 เวลา 16.50 น.