บิดอะฮฺ (อุตริกรรม) ต่าง ๆ ในการเศาะละวาตต่อท่านนบี ตอนที่ 3


 โดย อ.หมะสุกรี  โอะขะหรี

 

อุตริกรรมในด้านความประเสริฐของการเศาะละวาต

-การกำหนดความประเสริฐของการเศาะละวาตของนักวิชาการ

แท้จริงแล้วการประกอบอิบาดะฮในศาสนานั้นจะต้องเป็นไปตามคำสั่งของอัลฺลอฮฺ (สุบหานะฮูวะตะอาลา) โดยผ่านการปฏิบัติของท่านเราะสูล (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) และในเรื่องราวของคุณค่าความประเสริฐไม่ ว่าจะเป็นเรื่องใดก็แล้วแต่ ก็ไม่มีใครที่จะสามารถมากำหนดได้ว่า การปฏิบัติสิ่งนั้นหรือสิ่งนี้จะได้ภาคผลบุญมาก เท่านั้นเท่านี้ นอกจากสิ่งที่อัลฺลอฮฺและ เราะสูลของพระองค์ทรงแจ้งไว้เท่านั้น การเศาะละวาตต่อท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) ก็เข้าในกฏเกณฑ์ดังกล่าวด้วย ฉะนั้นความประเสริฐของการเศาะละวาต ที่ถูกกำ หนดโดยนักวิชาการโดยที่ไม่มีหลักฐานที่จะมารองรับนั้นจึงถือว่าเป็นบิดอะฮฺโดยไม่ต้องสงสัย

ท่านอะหฺมัด สัยฺยิด อัชฺชาวี กล่าวว่า ผู้ใดก็ตามที่กล่าวเศาะละวาตต่อไปนี้คือ

ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของความประเสริฐที่กำหนดโดยนักวิชาการของผู้ที่ทำการเศาะละวาตต่อท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอ ฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) จะได้รับคือ

اللهم صل وسلم وبارك على سيدنا محمد وعلى آله عدد انعام الله وافضال

“โอ้อัลฺลอฮฺ ขอได้โปรดประทานเราฮฺมะฮฺ เศาะละวาต สลาม และ     บะเราะกะฮฺให้แก่นายของพวกเรา มุหัมฺมัด (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) และครอบครัวของท่าน เท่ากับจำนวนนิอฺมะฮฺ และความโปรด ปรานต่าง ๆ ของอัลฺลอฮ ฺ(สุบหานะฮูวะตะอาลา)”

ท่านอะหฺมัด สัยฺยิด อัชฺชาวี กล่าวต่อว่า เศาะละวาตนี้ สามารถเปิดประตูความผาสุขทั้งในโลกดุนยา และอาคิ เราะฮฺ ให้นิอฺมะฮฺสุขภาพพลานามัยในชีวิต และทำให้ได้รับพร และผลบุญที่ยิ่งใหญ่จากอัลฺลอฮฺ (สุบหานะฮู วะตะอาลา) (หะนาฟี มุฮำหมัด, 99เศาะละวาตต่อท่านนบี ,มานพ วงค์เสงี่ยม, กรุงเทพฯ, ม.ป.ป. ,หน้า : 40.)

ดังกล่าวข้างต้นคือ ความประเสริฐของการเศาะละวาตต่อท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) ที่กำหนดโดย นักวิชาการ ซึ่งไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ ฉะนั้นทัศนะข้างต้นเป็นเพียงทัศนะของนักวิชาการเท่านั้น เพราะท่าน อะหฺมัด สัยฺยิด อัชฺชาวี ไม่มีความรู้แน่ว่า การกระทำสิ่งนั้นจะได้ผลบุญดังกล่าวข้างต้น นอกจากสิ่งที่ท่านนบี ได้แจ้งไว้เท่านั้น

ท่านมุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์ กล่าวว่า ทุกๆการอิบาดะฮฺที่มีพื้นฐานมาจากการพาดพิงไปยังความคิด ทัศนะ หรืออารมณ์ อย่างเช่นคำพูดของบรรดานักวิชาการ หรือคำพูดของผู้ที่เคร่งครัดในศาสนา หรือประเพณี ของแต่ละท้องถิ่น นิยายปรัมปราและสิ่งที่ได้มาจากความฝัน ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ถือว่าเป็นบิดอะฮฺ (มุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์ ,แหล่งเดิม, หน้า : 68)

จากคำกล่าวของท่านมุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์ ข้างต้นนั้นถือว่าเป็นกฏเกณฑ์ที่จะนำไปเทียบเคียงว่า ความประเสริฐของการเศาะละวาตข้างต้นนั้นถือว่า เป็นบิดอะฮฺ และผู้อ่านก็สามารถที่จะนำกฏเกณฑ์ดังกล่าวนำ ไปเทียบเคียงได้ทุกสภาพการณ์

อุตริกรรมในด้านสำนวนของการเศาะละวาต

-การเพิ่มคำว่า( سيِّدنا )ในการกล่าวเศาะละวาต

ดังที่ได้อธิบายมาแล้วข้างต้นว่า การประกอบอิบาดะฮฺในอิสลามนั้นจะต้องเคร่งครัดในการปฏิบัติตามแบบอย่าง ซึ่งจะเป็นกฏเกณฑ์อย่างหนึ่งว่า การงานเหล่านั้นจะถูกตอบรับหรือไม่ การเศาะลาะวาตต่อท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุ อะลัยฮิวะสัลฺลัม) ก็เช่นเดียวกัน ที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามแบบอย่างของท่านนบีโดยเคร่งครัด ส่วนการเพิ่ม สำนวนในการเศาะละวาตต่อท่านนบีนั้นถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเวลาและสถานที่นั้น ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่ผู้เขียน จะอธิบายต่อไปนี้นั้นเป็นการเพิ่มโดยเกี่ยวข้องกับเวลาและสถานที่ คือการเพิ่มคำว่า( سيِّدنا )ในการเศาะละวาต ในการอ่านตะชะฮฺฮุด

ท่าน อัสนะวีย์ กล่าวว่า เป็นการดีกว่าที่จะเพิ่มคำว่า( سيِّدنا )ในการเศาะละวาตต่อท่าน  นบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัย ฮิวะสัลฺลัม) เพราะดังกล่าวนั้น เป็นมารยาทที่ดีในการที่เรานั้นจะให้ความเคารพต่อท่าน (อัสฺสะคอวีย์ ,แหล่งเดิม, หน้า : 149) คือ

اللهم صل على سيِّدنا محمد...إلى آخر

ข้าแด่อัลฺลอฮฺ ได้โปรดเศาะละวาตต่อนายของเรา คือ มุหัมฺมัด (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) ด้วยเถิด

ท่านอัลบานีย์กล่าวไว้ในการตรวจทานหนังสือคุณค่าของการเศาะละวาตต่อท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะ สัลฺลัม) ที่เขียนโดยท่าน อิสมาอีล บิน อิสหาก อัลญะฮฺดีย์ อัลกอฎีย์ อัลมาลิกีย์ ว่า หะดิษที่รายงานโดยท่าน อบีมัสอูด อัลอันศอรีย์ (หะดิษดังกล่าวบันทึกโดยท่านอิสมาอีล บิน อิสหาก อัลญะฮฺดีย์ อัลกอฎีย์ อัลมาลิกีย์: WWW.Ourpetclup.COM สืบค้น 28 มิ.ย.2551) คือ

اللهم صل على سيدنا محمد وعلى آل محمد كما صليت على آل إبراهيم وبارك على محمد وعلى آل محمد كما باركت على آل إبراهيم في العالمين إنك حميد مجيد

ว่า เป็นหะดิษที่ถูกต้อง (อิสมาอีล บิน อิสหาก อัลญะฮฺดีย์ อัลกอฎีย์ อัลมาลิกีย์,ตรวจทานโดย อัลอัลบานีย์, เศาะหีห์,WWW.Ourpetclup.COM, สืบค้น 28 มิ.ย.2551.) แต่ผู้เขียนไปดูที่ต้นฉบับของหะดิษดังกล่าวที่บันทึก โดยท่าน อิสมาอีล บิน อิสหาก อัลญะฮฺดีย์ อัลกอฎีย์ อัลมาลิกีย์ ปรากฏว่าไม่มีคำว่า( سيِّدنا )แต่อย่างใด (อิสมาอีล บิน อิสหาก อัลญะฮฺดีย์ อัลกอฎีย์ อัลมาลิกีย์ แหล่งเดิม : WWW.Ourpetclup.COM  สืบค้น :  28 มิ.ย. 2551) ซึ่งดังกล่าวนั้นอาจจะมีความผิดพลาดอย่างไรนั้นผู้เขียนไม่ทราบด้วยประการทั้งปวง

แต่ในทางตรงกันข้าม ทางคณะฟะตาวาย์ อัลฺลุจญนะฮฺ อัดฺดาอิมะฮฺ ได้ตอบคำถามที่ ว่า สามารถเพิ่มคำว่า( سيِّدنا )ในการเศาะละวาตต่อท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)ได้หรือไม่ โดยทางคณะได้ตอบคำถามดัง กล่าวว่า การกล่าวเศาะละวาตตามที่ได้มีรายงานมานั้น ไม่มีคำว่า( سيِّدنا )แต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้เพิ่ม คำดังกล่าวลงไปในการเศาะละวาตต่อท่านนบีเพราะการปฏิบัติอิบาดะฮฺ นั้นจะต้องมีคำสั่งโดยการวิวรณ์เท่านั้น (อะหฺมัด บิน อับดุรฺร็อซฺซาก อัดฺดุวัยชฺ ,ฟะตาวาย์ อัลฺลุจญนะฮฺ อัดฺดาอิมะฮฺ ,ริยาฎ อัสฺสะอูดีย์,1421ฮฺ ,เล่มที่7,หน้า :  65) และประเด็นที่มีผู้ถามว่า แล้วในกรณีที่ท่านนบีได้กล่าวว่า-

أنا سيد ولد آدم يوم القيامة ولا فخر

ฉันคือ นายของลูกหลานอดัมในวันกิยามะฮฺและในวันนั้นไม่มีใครที่ภาคภูมิใจมากไปกว่าฉัน

จากหะดิษดังกล่าวนั้น ท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)ได้กล่าวไว้เป็นการทั่วไป โดยที่มิได้เจาะจงสถานที่ แต่อย่างใดเฉกเช่นการเพิ่มคำว่า( سيِّدنا )โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับเวลาและสถานที่ เช่น การกล่าวเศาะละวาตต่อ ท่านโดยเอกเทศ ถือว่า ไม่เป็นไร แต่ถ้าในละหมาดแล้วละก็ จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ได้มีรายงานมาโดย หะดิษที่เชื่อถือได้เท่านั้น

ท่าน มุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์ กล่าวว่า การปฏิบัติเกินไปในเรื่องของการอิบาดะฮฺ โดยการเพิ่มสิ่งหนึ่ง สิ่งใดไปจากสิ่งที่ศาสนากำหนดไว้ ถือว่า เป็นบิดอะฮฺ (มุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์ ,แหล่งเดิม, หน้า :  119.)


 ย้อนกลับ ตอนที่ 2                                                                                                 ถัดไป ตอนที่ 4

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 18 พฤศจิกายน 55 เวลา 18.50 น.