บิดอะฮฺ (อุตริกรรม) ต่าง ๆ ในการเศาะละวาตต่อท่านนบี ตอนที่ 2


 โดย อ.หมะสุกรี  โอะขะหรี

 

ความหมายของอุตริกรรม

1 ความหมายทางด้านภาษา

คำว่า (بدع ) ประกอบด้วยคำสามคำ คือ(الباء )และ(الدال )และ(العين )ซึ่งความหมายในด้านภาษา นั้นมี 2 ความหมายด้วยกันคือ

หนึ่ง-คือ สิ่งที่ถูกสร้าง หรือ เนรมิตขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่มีแบบอย่างให้เห็นมาก่อน (อะหฺมัด บิน ฟาริส ,แหล่งเดิม ,หน้า : 101) ตัวอย่างเช่น ชั้นฟ้าและแผ่นดินดังที่เราได้เห็นนั้นถือว่า เป็นสิ่งที่ถูกอุตริ หรือ ถูกเนรมิต (بدع ) ขึ้นมาใหม่ เพราะว่า ชั้นฟ้าและแผ่นดินนั้นไม่เคยมีแบบอย่างดังที่เราได้เห็นได้สัมผัสมาก่อน ดังโองการอัลกุรอาน ที่พระองค์ทรงแจ้งให้เรารู้คือ

อัลฺลอฮฺ(สุบหานะฮูวะตะอาลา)ทรงตรัสว่า-

بَدِيعُ السَمَاوَاتِ وَالأَرْضِ

พระองค์เป็นผู้ประดิษฐ์ชั้นฟ้าและแผ่นดิน

สูเราะฮฺ อัลบะเกาะเราะฮฺ ,2 : 117

สอง-คือ เหน็ดเหนื่อยและหมดเรี่ยวแรงเช่นเรากล่าวว่า

(أبدعت الإبل إذا تركت في الطريق )

(อูฐนั้นเริ่มหมดเรี่ยวแรง เมื่อมันหยุดพักระหว่างทาง)

เคาะลิล บิน อะหฺมัด,แหล่งเดิม,หน้า : 60

ดังกล่าวข้างต้นคือ ความหมายของคำว่า(بدع )ทางด้านภาษา

2 ความหมายทางด้านวิชาการ

ส่วนความหมายทางด้านวิชาการของบิอะฮฺนั้น ตัวบทของหะดิษใช้คำสองคำด้วยกันคือ

หนึ่งคือ-หะดิษใช้คำว่า (بدعة )

จากท่านอิรบาฎ บิน สารียฺยะฮฺ (เราะฎิยัลฺลอฮฺอันฮู)ว่า ท่านนบี (ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) กล่าวว่า-

فإن كل محدثة بدعة وكل بدعة ضلالة

ดังนั้นแท้จริง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่คือ บิดอะฮฺ และทุกสิ่งที่เป็นบิดอะฮฺคือความหลงผิด

อิบนุ มาญะฮฺ, สุนัน, หมวดมุกอดฺดิมะฮฺ, บรรพ ออกห่างจากอุตริกรรมต่างๆ เลขที่ : 45

สองคือ-หะดิษใช้คำว่า (إحداث )

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ(เราะฎิยัลฺลอฮฺอันฮา)ว่า ท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)กล่าวว่า-

من أحدث في أمرنا هذا ما ليس منه فهو رد

ใครก็ตามที่ประดิษฐ์สิ่งใหม่ขึ้นในกิจการของเรานี้ ซึ่งไม่มีพื้นฐานจากมัน ถือว่าถูกตีกลับ

อัลบุคอรีย์, เศาะหีห์ ,หมวด ศุลหุ ,บรรพ อีซาอิศเฏาะละหุอะลาศุลหีเญาะรินฟัศฺศุลหุมัรดูดุน,เลขที่ : 2697 . มุสลิม,    เศาะหีห์, หมวด อักฎียฺยะฮฺ, บรรพ นักฎิลอะหฺกามุลบาฏีละฮฺวะรอดฺดิลมุหละษาติลอุมูร, เลขที่ : 1718

สองหะดิษดังข้างต้นนั้นพอสรุปกฏเกณฑ์ของบิดอะฮฺ(อุตริกรรม)ได้ดังนี้คือ

หนึ่งคือ- เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ดังใจความหะดิษ(أحدث )(สิ่งใหม่ที่ประดิษฐ์ขึ้นมา)

สองคือ- สิ่งใหม่ดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่พาดพิงไปยังศาสนาดังใจความหะดิษ( في أمرنا ) (ในกิจการของเรานี้) คำว่า กิจการของเรานี้ก็คือศาสนาอิสลามนั่นเอง

สามคือ- สิ่งใหม่ดังกล่าวนั้นไม่มีพื้นฐานใดๆในศาสนายอมรับไม่ว่าจะเป็นการเฉพาะหรือการทั่วไปดังใจ ความหะดิษ( ليس منه )คือไม่มีพื้นฐานจากมัน คำว่ามันก็คือ(กฏศาสนบัญญัติต่างๆในเรื่องของศาสนา)

ท่านอิบนุ หะญัรกล่าวว่า ความหมายที่แท้จริงของบิดอะฮฺก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่มีตัวบทมารองรับ ไม่ว่าจะเป็นตัวบทในทางที่เจาะจงหรือทั่วไป (อิบนุ หะญัร,แหล่งเดิม,หน้า : 254)

ดังกล่าวข้างต้นนั้นคือความหมายของคำว่าบิดอะฮฺที่ได้มาจากการวิเคราะห์จากอัลหะดิษของท่าน (ศ๊อลฺลัลฺลอ ฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม) ส่วนความหมายของบิดอะฮฺตามทัศนะของนักวิชาการนั้น ท่านมุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัญฺญัยฺ ซานีย์ ได้ให้ทัศนะว่า บิดอะฮฺนั้นคือ สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ในศาสนาของอัลฺลอฮฺ โดยที่สิ่งดังกล่าวนั้นไม่มีตัวบท หลักฐานใด ๆ ที่จะมารองรับหรือชี้ประเด็นที่อนุญาตให้กระทำในสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ นั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวบทที่เฉพาะ เจาะจงหรือตัวบทที่เป็นการทั่วไป (มุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์, เกาะวาอิดุลมะอฺริฟะตี อัลบิดอุ,ดารุล อิบนุลเญาซีย์, มัมละกะฮฺ อัลอะเราะบียฺยะฮฺ,ม.ป.ป. ,หน้า : 24)

3 หลักฐานที่ห้ามเกี่ยวกับอุตริกรรม

ส่วนหลักฐานที่ห้ามปฏิบัติหรืออุตริกรรมในเรื่องศาสนานั้น ถ้าเราพิจารณาจากตัวบทหลักฐานข้างต้น เราก็จะ ทราบในทันทีว่า โองการอัลกุรอานและหะดิษดังกล่าวข้างต้นก็เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งที่ห้ามทำอุตริกรรมต่าง ๆ ในศาสนาโดยเด็ดขาดโดยชัดเจนแล้ว แต่เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นผู้วิจัยก็ขอนำเสนอหลักฐานต่าง ๆ ที่ห้ามและตำ หนิแก่ผู้ใดก็ตามแต่ที่ทำในสิ่งที่เป็นบิดอะฮฺ(อุตริกรรม)คือ

อัลฺลอฮฺ(สุบหานะฮูวะตะอาลา)ทรงตรัสว่า-

أَمْ لَهُمْ شُرَكَـؤُاْ شَرَعُواْ لَهُم مِنَ الدِّينَ مَا لمََ يَأذَنْ بِهِ اللهِ

หรือว่าพวกเขามีภาคีต่างๆที่ได้กำหนดศาสนาแก่พวกเขา ซึ่งอัลฺลอฮฺมิได้ทรงอนุมัติ

สูเราะฮฺ ซูรอยฺ, 42: 21

จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ(เราะฎิยัลลอฮฺอันฮา)ว่า ท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)กล่าวว่า-

من أحدث في أمرنا هذا ما ليس منه فهو رد

ใครก็ตามที่ประดิษฐ์สิ่งใหม่ขึ้นในกิจการของเรานี้ ซึ่งไม่มีพื้นฐานจากมัน ถือว่าถูกตีกลับ

อัลบุคอรีย์, เศาะหีห์ ,หมวด ศุลหุ ,บรรพ อีซาอิศเฏาะละหุอะลาศุลหีเญาะรินฟัศฺศุลหุมัรดูดุน,เลขที่ : 2697 . มุสลิม,    เศาะหีห์, หมวด อักฎียฺยะฮฺ, บรรพ นักฎิลอะหฺกามุลบาฏีละฮฺวะรอดฺดิลมุหละษาติลอุมูร, เลขที่ : 1718

ดังกล่าวข้างต้นนั้นคือโองการอัลกุรอานและอัลหะดิษที่กล่าวมาในเรื่องของบิดอะฮฺ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้ามโดยเด็ด ขาดในมุมมองของศาสนา

ท่านสุฟยาน อัษเษารีย์ กล่าวว่า บิดอะฮฺนั้นเป็นสิ่งที่ชัยฏอนรักมากกว่าสิ่งที่เป็นมะอาศีย์(สิ่งที่เป็นบาบ)ทั้งหลาย เพราะว่า แท้จริงแล้ว ผู้ที่กระทำความชั่วนั้น สักวันหนึ่งเขาจะต้องกลับเนื้อกลับตัว แต่ผู้ที่ทำบิดอะฮฺนั้นเขาจะไม่ ทำการกลับเนื้อกลับตัว (มุหัมฺมัด บิน หุสัยนฺ อัจญฺญัยฺซานีย์, แหล่งเดิม,หน้า :  31)

กล่าวคือ บิดอะฮฺกับ ความชั่วนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะว่าความชั่วโดยทั่วไปนั้นคนเรามักจะรู้ทันทีว่า มันเป็น เรื่องที่มีโทษและบาปในศาสนา และเมื่อเป็นเช่นนั้น สักวันหนึ่งคนที่ทำความชั่วเหล่านั้นก็จะสำนึกผิด กลับเนื้อ กลับตัวสู่ความดีเพราะเขารู้ดีว่าดังกล่าวนั้นเป็นบาป แต่ในทางกลับกัน บิดอะฮฺนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นเว้นแต่ในเรื่อง ของศาสนาเท่านั้นสำคัญคือผู้ที่กระทำบิดอะฮฺ เขาก็จะคิดไปว่า การกระทำของเขาดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องของ ศาสนา เพราะก่อนที่เขาจะกระทำขึ้นมาเขาก็มีเจตตาว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้เขานั้นมีความใกล้ชิด ต่อพระองค์อัลฺลอฮฺ (สุบหานะฮูวะตะอาลา)และเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เขาก็จะไม่กลับเนื้อกลับตัวเป็นอันขาด นี่คือ ความหมายจากคำพูดของท่านสุฟยาน อัษฺเษารีย์ข้างต้น (ดังกล่าวข้างต้นคือ ความเข้าใจของผู้วิจัยจากคำกล่าว ของท่านสุฟยาน อัษฺเษารีย์.)

ฉะนั้นเมื่อเรารู้และทราบแล้วว่าพิษภัยของการกระทำบิดอะฮฺนั้นเป็นอย่างไร สิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติต่อไปคือ ต้องออกห่างจากบิดอะฮฺในศาสนาทุกรูปแบบโดยเด็ดขาด

บิดอะฮฺในการเศาะละวาตต่อท่านนบี(ศ๊อลฺลัลฺลอฮุอะลัยฮิวะสัลฺลัม)นั้นมีมากมายเกินที่จะกล่าวไว้ ณ ตรงนี้ ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็จะหยิบยกประเด็นที่เราได้ประสบพบเจอกันบ่อยที่สุด และที่สำคัญผู้เขียนจะ พยายามอธิบายโดยนำกฏเกณฑ์ต่างๆที่จะมากำหนดว่า สิ่งเหล่านั้นถือว่าเป็นบิดอะฮฺหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ผู้ที่อ่าน จะได้นำกฏเกณฑ์อันนี้ไปใช้และจะได้รู้ว่า สิ่งใดๆก็แล้วแต่ที่ผู้อ่านได้ไปประสบมา ว่ามันเป็นบิดอะฮฺหรือไม่ ถ้าหากว่าเป็นบิดอะฮฺ มันมีเหตุผลอะไร อย่างไร โดยที่ผู้วิจัยได้แบ่งเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้คือ


 ย้อนกลับ ตอนที่ 1                                                                                                 ถัดไป ตอนที่ 3

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 8 พฤศจิกายน 55 เวลา 21.30 น.