ปี 2012 ไม่ใช่วันสิ้นโลก


 โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

ดาวน์โหลดไฟล์ :      

คำทำนายปี 2012 วันสิ้นโลก

ปี 2012 วันสิ้นโลก” คำนี้เป็นที่กล่าวถึงกันมากในช่วงปีนี้ (2010) สืบเนื่องมาจากว่า มีคำทำนายว่าโลกใบนี้จะ แตกดับในวันที่ 21 ธันวาคม 2012 นี่เป็นคำทำนายของชนเผ่ามายันหรือทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์บางคน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสิ้นสุดของปฏิทินลองเคาต์ (Long Count) หรือปฏิทินลำดับที่ 3 ของชาวมายัน โดยปฏิทินนี้ เริ่มต้นในปี 3114 ก่อนคริสตกาล และจะดำเนินต่อเนื่องไป 13 รอบบักตุน (baktun) กินเวลาทั้งสิ้น 5,126 ปี บวกลบ ออกมา แล้วก็ตรงกับปี 2012 พอดี โดยคำทำนายระบุไว้ว่าในวันนั้นโลกจะเผชิญกับการเปลื่ยนแปลงครั้งมโหฬาร ตั้งแต่ภัยธรรมชาติที่จะทำลายทุกสิ่งไปจนถึงสงคราม อภิมหาโลกาวินาศ จนไม่มีมนุษย์คนใดรอดชีวิต

เรื่องราวเหล่านี้สร้างความตระหนักใจให้กับคนทั่วโลก โดยผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สารคดี หนังสือ หรืออิน เตอร์เน็ต ที่มีผู้คนมากมายที่ มาอ่านบทความ และแสดงความคิดเห็นกันต่าง ๆ นา ๆ

ภาพยนตร์ 2012 วันสิ้นโลก 
    

และที่ทำให้คำทำนายนี้เป็นประเด็นร้อนขึ้นมานั้นก็คือ การนำเอาเรื่องราวต่าง ๆ ของคำทำนายมาทำเป็นภาพ ยนตร์ขึ้นมา ซึ่งความจริงแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อเรื่องโลกแตกด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะกระแสของภาพยนตร์ ซึ่งผู้สร้างต้องการรายได้ ต้องการผลประโยชน์ จึงพยายามปลุกกระแสให้คนทั้งโลกหันมาสนใจในเรื่องนี้ แต่เมื่อ ภาพยนตร์ออกจากโรงกระแสในเรื่องนี้นั้นก็หมดไป

ในภาพยนตร์นั้นจะประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามคำทำนาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมโลก แผ่นดินแยก ความวุ่นวายต่าง ๆ ที่มาจากจิตนาการ ของมนุษย์ล้วน ๆ รวมถึงความพยายามเอาตัวรอดโดยการใช้เครื่องบินหนี ทำนองนี้เป็นต้น

                    และสิ่งที่ปรากฏในภาพยนตร์นั้นคัดค้านกันเองกับคำทำนาย ซึ่งในภาพยนตร์นั้นมีการสร้างเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อการเอาตัวรอดหนีน้ำท่วม เพราะประเด็นหลักของการสิ้นโลกในภาพยนตร์นี้ก็คือน้ำท่วมโลก และปรากฏว่า ต้อนสุดท้ายของเรื่องนี้มีคนส่วนหนึ่งรอด น้ำลดลง ท้องฟ้าแจ่มใส มิหนำซ้ำยังมีแผ่นดินที่รอดจากน้ำท่วมเพราะ ยกตัวสูงขึ้น เรือที่บรรทุกผู้รอด 3 ลำ ก็มุ่งหน้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่ มีชีวิตใหม่ซึ่งค้านกับคำทำนายอย่างชัดเจน คำทำนายบอกว่า “ในวันนั้นโลกจะเผชิญกับการเปลื่ยนแปลงครั้งมโหฬาร ตั้งแต่ภัยธรรมชาติที่จะทำ ลายทุกสิ่งไป จนถึงสงครามอภิมหาโลกาวินาศ จนไม่มีมนุษย์คนใดรอดชีวิต

วันสิ้นโลกเป็นเรื่องที่เร้นลับ

แต่สำหรับผู้ศรัทธามั่นต่ออัลลอฮฺ ศุบหานะฮูวะตะอาลานั้น คงจะปฏิเสธโดยสิ้นเชิง โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้เป็นวะฮีย์ที่มาจากอัลลอฮฺ ศุบหานะฮูวะตะอาลา หรือคำกล่าวของท่านร่อซูล เพราะ เรื่องราวข้างต้นนั้น เป็นแค่เพียงคำทำนาย เป็นการคาดเดากันไปเอง โดยใช้สติปัญญาอันเล็กน้อยจับเลขนั้นมา บวกกับเลขนี้ และก็วิเคราะห์กันเอง เพราะความรู้ของวันสิ้นโลกนั้นมีเพียงพระองค์อัลลอฮฺเท่านั้นที่ทราบ ดังเช่น ที่พระองค์ได้ตรัสไว้ในตอนท้ายของ ซูเราะห์ลุกมานที่ว่า

إِنَّ اللَّهَ عِنْدَهُ عِلْمُ السَّاعَةِ

"แท้จริงอัลลอฮฺนั้น ความรู้แห่งวันอวสานมีอยู่ ณ ที่พระองค์ ................"

(ลุกมาน : 34 )

    หรือเหตุการณ์ที่บรรดาซอฮาบะหฺอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้มีชายคนหนึ่งสวมอาภรณ์ขาว และผมดำขลับมาหาท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมชายคนนั้นไม่มี ร่องรอยการ เดินทางไกล หรือไม่มี ซอฮาบะหฺคนไหนรู้จักเลย ซึ่งได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมถึงหลักปฏิบัติ หลักศรัทธาในอิสลาม แต่ในคำถามสุดท้าย ได้ถามท่านนบีถึง วันสิ้นโลกว่าจะเกิดเมื่อใด แต่

قَالَ مَااْلمَسئُولُ عَنْهَا بِأَعْلَمَ مِنَ السَّائِلِ

"ท่านร่อซูลก็ได้กล่าวแก่ชายคนนั้นว่า ผู้ถูกถามมิได้รู้มากกว่าผู้ถาม"

    หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ถามถึงสัญญาณของวันสิ้นโลก ซึ่งท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้ บอกให้ชายคนนั้นทราบ ต่อมา ชายคนดังกล่าวก็จากไป หลังจากนั้น ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้กล่าวว่า ผู้ที่มาตั้งคำถามนั้นคือ มะลาอิกะฮฺญิบรีล ที่มาสอน ศาสนาอิสลามให้บรรดาซอฮาบะหฺ

    จริงอยู่เราเองไม่ได้ปฏิเสธถึงวันสิ้นโลกว่าจะไม่เกิดขึ้น วันสิ้นโลกเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นหลักศรัทธาข้อ หนึ่งของอิสลาม แต่จะเกิดขึ้น ปีไหน เมื่อไหร่นั้น เป็นสิ่งเร้นลับทีมีเพียงพระองค์อลลอฮฺ ศุบหานะฮูวะตะอาลา  เท่านั้นที่ทราบ แม้กระทั่งท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะ ซัลลัมเองก็ยังไม่ทราบ อย่างที่เราทราบกันดีอยู่ว่า ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเอง ท่านเป็น ผู้ที่อัลลอฮฺให้เห็นสิ่งเร้นลับต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคืน ที่ท่านอิสรอฮฺและ เมี๊ยะรอจญฺ ที่ท่านได้เห็นการลงโทษในความผิดต่างๆ หรือไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ หลังความ ตาย ที่เกิดขึ้น หรือเรื่องนรก,สวรรค์ เป็นต้น แต่ถ้าถามถึงเรื่องวันสิ้นโลก ท่านเองก็ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ท่านรู้เพียงสัญญานก่อนวันสิ้นโลก ที่พระองค์อัลลอฮฺ ศุบหานะฮูวะตะ อาลา ให้ท่านทราบ พระองค์อัลลอฮฺ ศุบหานะฮูวะตะอาลา ได้ตรัสว่า

يَسْأَلُونَكَ عَنِ السَّاعَةِ أَيَّانَ مُرْسَاهَا قُلْ إِنَّمَا عِلْمُهَا عِنْدَ رَبِّي لَا يُجَلِّيهَا لِوَقْتِهَا إِلَّا هُوَ

 "พวกเขาจะถามเจ้าถึงวันสิ้นโลกว่าเมื่อใดจะเกิดขึ้น จงกล่าวเถิดว่า แท้จริงพระเจ้าของฉันเท่านั้นที่ ทรงรอบรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่มีใครจะเผย ให้ทราบสำหรับเวลาของวันสิ้นโลกได้นอกจากพระองค์ "

(อะอฺรอฟ : 187)

 สัญญาณวันสิ้นโลก 

สำหรับสัณญาณของวันสิ้นโลกนั้นมีมากมายซึ่งแบ่งออกเป็นสัญญาณเล็ก และสัญญาณใหญ่ สำหรับสัญญาณ เล็กนั้นได้เกิดขึ้นเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น มีการทำซินากันมากมาย , ดื่มเหล้ากันทุกที่ , เกิดแผ่นดินไหวมาก มาย , การสร้างมัสยิดด้วยการโอ้อวด , ผู้ชายมีน้อยกว่าผู้หญิง , ผู้คนชอบเปลือยกาย , คนโง่ขึ้นเป็นผู้นำ และ ฯลฯ ส่วนสัณญาณใหญ่ของวันสิ้นโลกนั้น มีหะดีษจากหุซัยฟะฮฺ อิบนิ อะซีด อัลฆิฟารียฺ เล่าว่า ท่านนบีได้มาหาพวก เรา โดยที่พวกเรากำลังนั่งคุยกัน ท่านกล่าวถามว่า พวกท่านคุยกันเรื่องอะไร ศอหาบะฮฺตอบว่า พวกเราคุยกันถึง วันสิ้นโลก ท่านนบีจึงกล่าวว่า

إِنَّهَا لَنْ تَقُومَ حَتَّى تَرَوْنَ قَبْلَهَا عَشْرَ آيَاتٍ فَذَكَرَ الدُّخَانَ  وَالدَّجَّالَ وَالدَّابَّةَ وَطُلُوعَ الشَّمْسِ مِنْ مَغْرِبِهَا وَنُزُولَ عِيسَى ابْنِ مَرْيَمَ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَيَأَجُوجَ وَمَأْجُوجَ وَثَلَاثَةَ خُسُوفٍ خَسْفٌ بِالْمَشْرِقِ وَخَسْفٌ بِالْمَغْرِبِ وَخَسْفٌ بِجَزِيرَةِ الْعَرَبِ  وَآخِرُ ذَلِكَ نَارٌ تَخْرُجُ مِنْ الْيَمَنِ تَطْرُدُ النَّاسَ إِلَى مَحْشَرِهِمْ

แท้จริงวันสิ้นโลกจะยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าพวกท่านจะได้เห็นลักษณะ 10ประการเสียก่อน ท่านก็ได้กล่าว ว่า  มีควันไฟ มีดัญญาล มีสัตว์ มีดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตระวันตก  นบีอีซาถูกส่งลงมา มียะอฺญูญฺและ มะอฺญูญฺ มีแผ่นดินสูบ 3ครั้ง ครั้งที่หนึ่งทางทิศตระวัน ออก ครั้งที่สองทิศตระวันตก และครั้งที่สามใน คราบสมุทรอาหรับ และสัญญาณสุดท้ายจะมีไฟปรากฎขึ้นจากเยเมนเพื่อขับไล่มนุษย์ ไปยังทุ่งมะหฺชัร

(บันทึกโดยมุสลิม : 5167)

สภาพบางส่วนของวันสิ้นโลกในอัลกุรอ่าน

  เหตุการณ์ในวันสิ้นโลกของจริง สภาพความเป็นจริง ความน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะหาคำมาอธิบายได้ ที่พระ องค์อัลลอฮฺ ศุบหานะฮูวะตะอาลา ได้ตรัสไว้

فَإِذَا نُفِخَ فِي الصُّورِ نَفْخَةٌ وَاحِدَةٌ * وَحُمِلَتِ الْأَرْضُ وَالْجِبَالُ فَدُكَّتَا دَكَّةً وَاحِدَةً  * فَيَوْمَئِذٍ وَقَعَتِ الْوَاقِعَةُ * وَانْشَقَّتِ السَّمَاءُ فَهِيَ يَوْمَئِذٍ وَاهِيَةٌ

ครั้นเมื่อเสียงเป่าครั้งแรกถูกเป่าขึ้นหนึ่งครั้ง (เป็นสัญญาณแจ้งให้ทราบถึงวันกิยามะฮฺ)  แผ่นดินและเทือก เขาจะถูกยกขึ้นแล้วมัน ทั้งสองจะถูกกระแทก กันแตกกระจายเป็นผุยผง  ในวันนั้น วันกิยามะฮฺก็จะ เกิดขึ้น ชั้นฟ้าก็จะแยกออก และในวันนั้นมันก็จะอ่อนกำ ลังลงอย่าง ไม่เป็นระเบียบ 

(อัลห๊ากเกาะฮฺ : 13-16)

ในซูเราะฮฺ อัต-ตักวีรฺ อายะฮฺที่ 1-6 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

إِذَا الشَّمْسُ كُوِّرَتْ * وَإِذَا النُّجُومُ انْكَدَرَتْ  * وَإِذَا الْجِبَالُ سُيِّرَتْ  * وَإِذَا الْعِشَارُ عُطِّلَتْ  * وَإِذَا الْوُحُوشُ حُشِرَتْ  * وَإِذَا الْبِحَارُ سُجِّرَتْ

เมื่อดวงอาทิตย์ถูกทำให้ม้วนดับแสงลง และเมื่อบรรดาดวงดาวร่วงหล่นลง  และเมื่อบรรดาภูเขาถูก เคลื่อนย้าย และเมื่ออูฐท้องสิบ เดือน ถูกทอดทิ้ง และเมื่อสัตว์ป่าถูกนำมารวมกันและเมื่อทะเลลุกเป็นไฟ

(อัต-ตักวีร : 1-6)

ในซูเราะฮฺ อัลอินฟิฏอร อายะฮฺที่ 1-4 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

إِذَا السَّمَاءُ انْفَطَرَتْ * وَإِذَا الْكَوَاكِبُ انْتَثَرَتْ  * وَإِذَا الْبِحَارُ فُجِّرَتْ  * وَإِذَا الْقُبُورُ بُعْثِرَتْ

เมื่อท้องฟ้าแตกออก และเมื่อบรรดาดวงดาวหล่นกระจัดกระจาย และเมื่อทะเลถูกให้เอ่อล้น และเมื่อ หลุมฝังศพถูกพลิกกลับ

(อัลอินฟิฏอร : 1-4)

ในซูเราะฮฺ อัลวากีอะฮฺ อายะฮฺที่ 1-6 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

إِذَا وَقَعَتِ الْوَاقِعَةُ * لَيْسَ لِوَقْعَتِهَا كَاذِبَةٌ  * خَافِضَةٌ رَافِعَةٌ  * إِذَا رُجَّتِ الْأَرْضُ رَجًّا  * وَبُسَّتِ الْجِبَالُ بَسًّا  * فَكَانَتْ هَبَاءً مُنْبَثًّا

เมื่อเหตุการณ์ (วันกิยามะฮฺ)ได้เกิดขึ้น  ไม่มีใครอีกที่ปฏิเสธต่อเหตุการณ์นั้น มันทำให้กลุ่มชนหนึ่งต่ำ ต้อย ชนอีกกลุ่มหนึ่งสูงส่ง  เมื่อแผ่นดินถูกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง  และบรรดาภูเขาได้แตกสลาย และมันกลายเป็นผุยผงปลิวว่อน

(อัลวากีอะฮฺ : 1-6)

ทำไมมุสลิมถึงไม่เชื่อว่าปี 2012 วันสิ้นโลก
         

1. ผู้ที่ทราบดีว่าวันสิ้นโลกนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ คือ อัลลอฮฺ ตะอาลา พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลก ไม่ใช่มนุษย์

2. มนุษย์ที่พอจะทราบถึงเรื่องราวของวันสิ้นโลกได้ดีที่สุดก็คือ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ใช่คนอื่น

3. สัญญาณใหญ่ของวันสิ้นโลกนั้นยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งแต่ละสัญญาณนั้นก็ใช้เวลามากพอสวมควรในการอุบัติขึ้น

4. เป็นแค่เพียงคำทำนาย

เป็นที่น่าเสียใจที่วันนี้มุสลิมบางคนอาจจะคล้อยตามกระแสสังคมนี้ เพราะ ในขณะที่เราเองมีคัมภีร์อัลกุรอ่านและ ซุนนะฮฺของท่านร่อซู้ลที่กล่าวถึง วันสิ้นโลกไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณก่อนวันสิ้นโลก เหตุการณ์ขณะ เกิดวันสิ้นโลก หรือ เหตุการณ์หลังวันสิ้นโลกไปแล้ว ซึ่งเราเองได้รับรู้สิ่งที่มาจากความจริงล้วน ๆ ความจริงจาก ผู้ที่ทำให้เกิดวันสิ้นโลก แต่วันนี้เราเองไปตื่นตระหนกกับคำทำนายของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ที่มีมันสมองเหมือนกับเรา

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com