“ อัลวู่ฎูอฺ ” การอาบน้ำละหมาด ตอนที่ 4


 โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

กรณีที่สมควรอาบน้ำละหมาด

1.ขณะกล่าวบทซิกรุลลอฮ์ทุกประเภท   มีรายงานจากท่านมุฮาญิรรฺบินกุนฟุซ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ครั้งหนึ่ง เขาได้กล่าวสลามทักทาย  แก่ท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งขณะนั้นท่านกำลังอาบน้ำละหมาด อยู่ จึงยังมิได้ตอบรับสลาม จนกระทั่งท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อาบน้ำละหมาดเสร็จจึง กล่าวตอบสลามแก่มุฮาญิรรฺ พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลว่า

إِنَّهُ لَمْ يَمْنَعْنِيْ أَنْ أَرُدَّ عَلَيْكَ إِلاَّ أَنِّيْ كَرِهْتُ أَنْ أَذْكُرَ اللهَ إِلاَّ عَلَى طَهَارَةٍ

อันที่จริงแล้ว ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะเป็นอุปสรรคยับยั้งมิให้ฉันกล่าวตอบสลามแก่ท่าน เพียงแต่ฉัน ไม่ชอบใจที่จะเอ่ยถึงพระนามของอัลลอฮ์นอกจากฉันต้องมีความสะอาด ตามศาสนบัญญัติด้วย เท่านั้นเอง

บันทึกโดยอะหมัด,อาบูดาวู้ด,อันนะซาอีย์และ อิบนุมาญะฮ

2.ก่อนนอน  มีรายงานจากท่านบะรออฺบินอาซิบ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِذَا أَتَيْتَ مَضْجَعَكَ فَتَوَضَّأْ وُضُوءَكَ لِلصَّلاَةِ ثُمَّ اضْطَجِعْ عَلَى شِقِّكَ اْلأَيْمَنِ ثُمَّ قُلْ : اللَّهُمَّ أَسْلَمْتُ وَجْهِي إِلَيْكَ وَفَوَّضْتُ أَمْرِي إِلَيْكَ وَأَلْجَأْتُ ظَهْرِي إِلَيْكَ رَغْبَةً وَرَهْبَةً إِلَيْكَ لاَ مَلْجَأَ وَلاَ مَنْجَا مِنْكَ إِلاَّإِلَيْكَ اللَّهُمَّ آمَنْتُ بِكِتَابِكَ الَّذِي أَنْزَلْتَ وَبِنَبِيِّكَ الَّذِي أَرْسَلْتَ فَإِنْ مُتَّ مِنْ لَيْلَتِكَ فَأَنْتَ عَلَى الْفِطْرَةِ وَاجْعَلْهُنَّ آخِرَ مَا تَتَكَلَّمُ بِهِ 

เมื่อท่านประสงค์จะหลับนอน ท่านจงอาบน้ำละหมาดเหมือนกับตอนที่ท่านจะละหมาด จากนั้นให้ท่าน ล้มนอนลงบนซีกขวา (ตะแคงขวา) และกล่าวบทดุอาอฺว่า โอ้อัลลอฮ

اللَّهُمَّ أَسْلَمْتُ وَجْهِي إِلَيْكَ وَفَوَّضْتُ أَمْرِي إِلَيْكَ

(จนจบ) หากท่านถึงคราวต้องเสียชีวิตในราตรีนั้น ท่านจะเสียชีวิตไปอย่างบริสุทธิ์ (คือมีศาสนาติดตัวไป) ”

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

3. หลังขณะกล่าวบทซิกรุลลอฮ์ทุกประเภท  มีรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺบินอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เคยเรียนถามกับท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า เมื่อใครก็ตามเกิด มีญะนาบะฮ์เขาสามารถ จะนอนพักผ่อนต่อไปเลยได้หรือไม่ (โดยยังไม่อาบน้ำวาญิบ) ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวตอบว่า

نَعَمْ إِذَا تَوَضَّأَ أَحَدُكُمْ فَلْيَرْقُدْ وَهُوَ جُنُبٌ  

ได้ซิ เมื่อเขาอาบน้ำละหมาดให้เรียบร้อยแล้ว เชิญเขานอนได้เลย แม้ว่าเขาจะยังมีญะนาบะฮ์อยู่ก็ตาม

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม  

และมีรายงานจากท่านอาบีสะอีดอัลคุดรีย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِذَا أَتَى أَحَدُكُمْ أَهْلَهُ ثُمَّ أَرَادَ أَنْ يَعُودَ فَلْيَتَوَضَّأْ

เมื่อคนใดในหมู่พวกท่านเสร็จจากการปฏิบัติกามกิจ (มีเพศสัมพันธ์) กับภรรยาของเขาแล้ว ภายหลัง เขาปรารถนาจะปฏิบัติกามกิจนั้นอีกครั้งหนึ่ง เขาจงอาบน้ำละหมาดเสียก่อน

บันทึกโดยมุสลิม,อาบูดาวู้ด,อัตติรมิซีย์และอันนะซาอีย

และท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า

كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صلى الله عليه وسلم إِذَا كَانَ جُنُبًا وَأَرَادَ أَنْ يَأْكُلَ أَوْ يَنَامَ تَوَضَّأَ

เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีญะนาบะฮ์ และประสงค์จะรับประทานอาหาร หรือนอนต่อ ท่านจะอาบน้ำละหมาดเสียก่อน ” 

บันทึกโดยอะหมัดและมุสลิม

และท่านหญิงอาอิชะฮ์ยังรายงานไว้อีกว่า

كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صلى الله عليه وسلم إِذَا أَرَادَ أَنْ يَنَامَ وَهُوَ جُنُبٌ تَوَضَّأَ وُضُوْءَهُ لِلصَّلاَةِ ، وَإِذَا أَرَادَ أَنْ يَأْكُلَ أَوْ يَشْرَبَ غَسَل يَديْهِ

เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ประสงค์จะนอนต่อในขณะที่มีญะนาบะฮ์ ท่านจะอาบน้ำละหมาดเหมือนจะไปละหมาด  และเมื่อท่านประสงค์จะรับประทานหรือดื่มสิ่งใด ท่านจะล้างมือเสียก่อน ”  

บันทึกโดยอะหมัดและอันนะซาอีย

4.หลังจากรับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยไฟ   มีรายงานจากท่านอิบรอฮีมบินกอริซว่า  ครั้งหนึ่งเขาเห็นท่าน อาบูฮูร็อย เราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กำลังอาบน้ำละหมาดอยู่ด้านหน้ามัสยิด และท่านอาบูฮูร็อยเราะฮ์ก็ถามเขาว่า ท่านทราบหรือไม่ว่าข้าพเจ้าอาบ น้ำละหมาดเพราะเหตุใด ? ข้าพเจ้าอาบน้ำละหมาดเพราะว่าข้าพเจ้ากินเศษนม อิกฏ์ ( อัลอิกฏ์ คือไขมันนมที่เขี้ยวด้วยไฟจนเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนเนยแข็ง ) ทั้งนี้ข้าพเจ้าเคยได้ยินท่านรอซู ลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม สั่งไว้ว่า

تَوَضَّْْْْْْْْؤُوْا مِمَّا مَسَّتْ النَّارُ

พวกท่านจงอาบน้ำละหมาดใหม่ เมื่อบริโภคสิ่งที่โดนไฟ (ปรุงสุกด้วยไฟ) ”

บันทึกโดยมุสลิมและอันนะซาอีย

และท่านอาบูฏอลหะฮ์  ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

تَوَضَّْْْْْْْْؤُوْا مِمَّا غَيَّرَتْ النَّارُ

พวกท่านจงอาบน้ำละหมาดใหม่ เมื่อบริโภคสิ่งที่ไฟทำให้มันเปลี่ยนสภาพ (ไฟทำให้สุก) ”

บันทึกโดยอาบูดาวู้ด,อันนะซาอีย์และอิบนุมาญะฮ

5.ขณะอาบน้ำวาญิบและสุหนัต  มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า

كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صلى الله عليه وسلم إِذَا اغْتَسَلَ مِنَ الْجَنَابَةِ يَبْدَأُ فَيَغْسِلُ يَدَيْهِ ثُمَّ يُفْرِغُ بِيَمِينِهِ عَلَى شِمَالِهِ فَيَغْسِلُ فَرْجَهُ ثُمَّ يَتَوَضَّأُ وُضُوْءَهُ لِلصَّلاَةِ

เมื่อท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อาบน้ำยกหะดัษจากญะนาบะฮ์ ท่านจะเริ่มโดยการล้าง มือทั้งสองก่อน จากนั้นเอามือขวารินน้ำลงบนมือซ้าย และล้างถูบริเวณอวัยวะเพศ ต่อมาท่านจะอาบน้ำ ละหมาดเหมือนกับตอนที่จะละหมาด

บันทึกโดยอะหมัด,มุสลิมและอันนะซาอีย

6.ขณะที่มีอารมณ์โกรธ   มีรายงานจากท่านอะฏียะฮ์อัลเอาว์ฟีย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ الْغَضَبَ مِنَ الشَّيْطَانِ وَأَنَّ الشَّيْطَانَ خُلِقَ مِنَ النَّارِ وَإِنَّمَ تُطْفَأُ النَّارُ بِالْمَاءِ فَإِذَا غَضَبَ أَحَدُكُمْ فَلْيَتَوَضَّأْ  

แท้จริงอารมณ์โกรธเกิดจากชัยฏอน และชัยฏอนนั้นถูกสร้างจากเปลวไฟ และเปลวไฟสามารถดับได้ ด้วยน้ำ ดังนั้นเมือผู้ใดมีอารมณ์โกรธเขาจงรีบอาบน้ำละหมาดเถิด

บันทึกโดยอะหมัดและอาบูดาวู้ด

7.เมื่อต้องการละหมาด แม้จะมีน้ำละหมาดอยู่แล้วก็ตาม มีรายงานจากท่านอาบูฮูร็อยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอ ฮุอันฮุ ว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

لَوْلاَ أَنْ أَشُقَّ عَلَى أُمَّتِي َلأَمَرْتُهُمْ عِنْدَ كُلِّ صَلاَةٍ بِوُضُوءٍ

แม้นว่าเราไม่เกรงว่าจะเป็นการสร้างภาระและความยากลำบากแก่ประชาชาติมุสลิม (อุมมะฮ์) ของเรา แล้วไซร้ แน่นอนเราจักต้องมีคำสั่งให้พวกเขาอาบน้ำละหมาดใหม่ทุกครั้งที่ละหมาด

บันทึกโดยอะหมัด

และมีรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺบินอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ อีกว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَنْ تَوَضَّأَ عَلَى طُهْرٍ كَتَبَ اللَّهُ لَهُ بِهِ عَشْرَ حَسَنَاتٍ

ผู้ใดอาบน้ำละหมาดใหม่ (โดยน้ำละหมาดเดิมยังไม่เสีย) อัลลอฮ์จะทรงบันทึกกุศลความดีสมนาคุณ ตอบแทนแก่เขาถึง 10  ความดี ”  

บันทึกโดยอาบูดาวู้ด,อัตติรมิซีย์และอิบนุมาญะฮ

และมีรายงานจากท่านบุรอยดะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า

كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صلى الله عليه وسلم يَتَوَضَّأُ لِكُلِّ صَلاَةٍ فَلَمَّا كَانَ عَامُ الْفَتْحِ صَلَّى الصَّلَوَاتِ كُلَّهَا بِوُضُوءٍ وَاحِدٍ وَمَسَحَ عَلَى خُفَّيْهِ

โดยปกติแล้วท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะอาบน้ำละหมาดใหม่ทุกครั้งที่ละหมาด จนกระทั่งถึงปีที่พิชิตนครมักกะฮ์สำเร็จ ท่านจะละหมาดหลาย ๆ เวลาด้วยการอาบน้ำละหมาด เพียงครั้งเดียว และท่านยังใช้วิธีการลูบบนรองเท้าคุ้ฟฟฺ (หุ้มส้น) แทนการล้างเท้าอีกด้วย” 

 บันทึกโดยอะหมัดและอัตติรมิซีย


ย้อนกลับ ตอนที่ 3                                                                                                                                

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 6 มกราคม 55 เวลา 21.10 น.