“ อัลวู่ฎูอฺ ” การอาบน้ำละหมาด ตอนที่ 3


 โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

กรณีที่ทำให้เสียน้ำละหมาด  กรณีหรือสาเหตุที่ทำให้เสียน้ำละหมาดมี 5 ประการ คือ

1. มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเคลื่อนออกจากทวารหนักและทวารเบา  เช่น ผายลม อุจจาระ ปัสสาวะ อสุจิ น้ำหล่อลื่น เลือดประจำเดือน เลือดเสีย และพยาธิเป็นต้น อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงมีรับสั่งว่า

أَوْ جَاءَ أَحَدٌ مِنْكُمْ مِنَ الْغَائِطِ

"หรือเมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านมาจากการถ่ายอุจจาร(รวมถึงการถ่ายปัสสาวะด้วย) "

ซูเราะฮ์อันนิซาอฺ อายะฮ์ที่ 43

ท่านซ็อฟวานบินอัซซาล ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า

كَانَ رَسُوْلُ اللهِ" يَأْمُرُنَا إِذَا كُنَّا سَفَرًا أَوْ مُسَافِرِينَ أَنْ لاَ نَنْزِعَ خِفَافَنَا ثَلاَثَةَ أَيَّامٍ وَلَيَالِيهِنَّ إِلاَّ مِنْ جَنَابَةٍ  وَلَكِنْ مِنْ غَائِطٍ وَبَوْلٍ وَنَوْمٍ

ท่านรอซูลุลลอฮ์ ทรงใช้พวกเรา ขณะที่พวกเราเดินทาง ไม่ต้องถอดรองเท้าหุ้มส้นของพวกเราออก ตลอดสามวันสามคืนยกเว้นกรณีมีญะนาบะฮ์ ( ถอดเพื่ออาบน้ำวาญิบ) แต่ไม่ต้องถอดหากเนื่องจากถ่าย อุจจาระ,ปัสสาวะและตื่นจากนอนหลับ

  บันทึกโดย อะหมัดและอัดติรมิซีย์  

ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

เมื่อผู้ใดรู้สึกเกิดอาการอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นในท้องของเขา โดยที่เขาสงสัยว่ามีอะไรเคลื่อนออกมา บ้างเปล่า ? เมื่อเป็นเช่นนี้เขาไม่ต้องออกจากมัสยิดเพื่ออาบน้ำละหมาดใหม่ จนกว่าเขาจะได้ยินเสียง ผายลมหรือได้กลิ่น

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม  

ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวกับชายที่ถามถึงคนที่มีน้ำหล่อลื่นออกมาบ่อยครั้งว่า

يَغْسِلُ ذَكَرَهُ وَيَتَوَضَّأُ

เขาเพียงแค่ชำระล้างอวัยวะเพศของเขาให้หมดคราบ และอาบน้ำละหมาดใหม่เท่านั้น

บันทึกโดยอะหมัด,มุสลิมและอัดติรมิซีย

และท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคยกล่าวชี้แจงกับหญิงที่มาถามถึงเลือดเสียว่า

ثُمَّ اغْتَسِلِي ثُمَّ تَوَضَّئِي لِكُلِّ صَلاَةٍ

เธอจงอาบน้ำวาญิบให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้นให้เธออาบน้ำละหมาดใหม่ทุกครั้งที่จะละหมาด

บันทึกโดยอาบูดาวูด

2. ขาดสติชั่วขณะ เช่น หลับสนิท เป็นลม มึนเมา หรือสิ้นสติอย่างถาวร เช่น เป็นบ้าวิกลจริต  การนอนหลับ สนิทนั้นทำให้เสียน้ำละหมาด ตามตัวบทหลักฐานที่ผ่านมาแล้วข้างต้น ส่วนการหลับไม่สนิท เช่น นั่งสัปหงกหรือ เผลอหลับ (เคลิ้ม) นั้นไม่ทำให้เสียน้ำละหมาด เนื่องจากมีรายงานจากอะนัสบินมาลิกว่า

"ระหว่างที่บรรดาซอฮาบะฮ์ของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม รอเวลาละหมาดอิชาอฺ อยู่นั้น ปรากฏว่าหลายคนสัปหงกหัวงุบลงเพราะง่วงนอน จากนั้นพวกเขาก็ลุกขึ้นละหมาดโดยไม่มีใคร อาบน้ำละหมาดใหม่  "

บันทึกโดยมุสลิม

ในบันทึกของอัลบัซซารระบุด้วยว่า มีหลายคนที่นอนตะแคง

การขาดสติชั่วขณะ เช่นเป็นลมทำให้เสียน้ำละหมาดเช่นกัน ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า

" เมื่อครั้งที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ทรงประชวน อาการทรุดหนักและหมดสติไปชั่วขณะ เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม รู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาจึงถามว่า “ ทุกคนละหมาดกันแล้วหรือยัง ?” ท่านหญิงตอบว่า “ ยังไม่มีใครละหมาดเลย ทุกคนรอละหมาดพร้อมท่าน ” ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอ ฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงให้นำน้ำมาเช็ดตัวเพื่อให้สดชื่นกระชุ่มกระชวยและอาบน้ำละหมาด แล้วท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พยายามฝืนลุกขึ้นยืน แล้วก็ฟุบหมดสติไปอีกครั้ง เมื่อท่านฟื้นและรู้สึกตัวก็ถาม ใหม่อีกว่า “ ทุกคนละหมาดกันแล้วหรือยัง ? ” ท่านหญิงก็ตอบอีกว่า “ยังไม่มีใครละหมาดเลย ทุกคนรอละ หมาดพร้อมท่าน ” ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ใช้ให้นำน้ำมาเช็ดตัวอีกครั้ง เพื่อให้กระชุ่ม กระชวยและอาบน้ำละหมาดใหม่.........ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม พยายามลุกยืนหลายครั้ง แต่ลุกไม่ไหว จนกระทั่งท่านเหนื่อยและหมดแรง ท่านจึงให้คนไปตามอาบูบักรฺมานำละหมาดแทน "   

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

3. สัมผัสอวัยวะเพศ ทวารหน้าและหลัง โดยปราศจากสิ่งปิดกั้น ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَنْ مَسَّ ذَكَرَهُ فَلْيَتَوَضَّأْ

ผู้ใดที่สัมผัสโดนวัยเพศของเขา เขาจงอาบน้ำละหมาด

บันทึกโดยอาบูดาวูด

ในอีกรายงานหนึ่ง ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

منْ مَسَّ ذَكَرَهُ فَلا يُصَلِّ حَتَّى يَتَوَضَّأْ

ผู้ใดที่สัมผัสโดนวัยเพศของตนเอง เขาจงอย่าละหมาด จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาดให้เรียบร้อย เสียก่อน

บันทึกโดยมุสลิม,อาบูดาวูด,อัดติรมิซีย์และอันนะซาอีย์

และในบันทึกของอะหมัดและอัดฏ้อบรอนีย์ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

أَيُّمَا رَجُلٍ مَسَّ فَرْجَهُ فَلْيَتَوَضَّأْ و َأَيُّمَا امْرَأَةٍ مَسَّتْ فَرْجَهَا فَلْتَتَوَضَّأْ

ชายใดสัมผัสโดนอวัยวะเพศตนเองเขาจงอาบน้ำละหมาด และหญิงใดที่สัมผัสโดนอวัยวะเพศตนเอง เธอจงอาบน้ำละหมาด

และท่านรอซูลุล ลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวไว้อีกว่า

مَنْ أَفْضَى بِيَدِهِ إِلَى فَرْجِهِ لَيْسَ دُونَهُ حِجَابٌ  فَقَدْ وَجَبَ عَلَيْهِ الْوُضُوءُ

ผู้ใดที่ยื่นมือไปโดนอวัยวะเพศของตนเองโดยไม่มีสิ่งปิดกั้น แน่นอนการอาบน้ำละหมาดใหม่ถือว่าจำ เป็นบนเขาแล้ว ”  

โดยอัลฮากิมและอิบนิอับดิลบัรร

4. ริดดะฮ์ การสิ้นสภาพความเป็นมุสลิม  เมื่อผู้มีน้ำละหมาดสิ้นสภาพความเป็นมุสลิม ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ถือว่าน้ำละหมาดและผลงานที่เป็นความดีอื่นๆของเขาเสียทั้งหมดโดยทันที  ทั้งนี้อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงมีรับสั่งว่า

وَمَنْ يَرْتَدِدْ مِنْكُمْ عَنْ دِينِهِ فَيَمُتْ وَهُوَ كَافِرٌ فَأُولَئِكَ حَبِطَتْ أَعْمَالُهُمْ فِي الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ

" และผู้ใดในหมู่พวกท่านกลับออกจากศาสนาของเขา และเขาเสียชีวิตในสภาพของผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกนี้แหละ ผลงานของพวกเขาเสียหายไร้ผลทั้งในโลกนี้และในปรโลก

ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ อายะฮ์ที่  217

และอัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงมีรับสั่งไว้ในอีกโองการว่า

وَمَنْ يَكْفُرْ بِالإِيمَانِ فَقَدْ حَبِطَ عَمَلُهُ وَهُوَ فِي الآخِرَةِ مِنَ الْخَاسِرِينَ

และผู้ใดปฏิเสธการศรัทธา แน่นอนงานของเขาก็ไร้ผล ขณะเดียวกันในวันปรโลกพวกเขาจะอยู่ในหมู่ ผู้ที่ขาดทุน

ซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ อายะฮ์ที่ 5

5. การกินเนื้ออูฐ  มีรายงานจากท่านญาบิริบนิสะมุเราะฮ์ กล่าวว่า

มีชายคนหนึ่งถามท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า “เราต้องอาบน้ำละหมาดเนื่องจากกิน เนื้อแพะ,แกะหรือไม่ ? ” ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่า

إِنْ شِئْتُمْ فَتَوَضَّئُوا وَإِنْ شِئْتُمْ لاَ تَتَوَضَّئُوا

หากท่านประสงค์ ก็เชิญท่านอาบน้ำละหมาดใหม่ และถ้าหากท่านประสงค์ (จะไม่อาบ) ท่านก็ไม่ต้อง อาบ ” ชายผู้นั้นกล่าวถามอีกว่า “ เราจะต้องอาบน้ำละหมาดเนื่องจากกินเนื้ออูฐหรือไม่ ?”  ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวตอบว่า

نَعَمْ تَوَضَّئُوا

ใช่แล้ว ท่านต้องอาบน้ำละหมาดเนื่องจากกินเนื้ออูฐ

บันทึกโดยอะหฺหมัดและมุสลิม

และยังมีรายงานจากท่านอัลบะรออฺ อิบนิอาซิบว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ถูกถามถึง การอาบน้ำละหมาดเนื่องจากการกินเนื้ออูฐ ท่านกล่าวว่า

تَوَضَّئُوا مِنْهَا

พวกท่านจงอาบน้ำละหมาดเนื่องจากการกินมัน

บันทึกโดยอะฮฺหมัดและอาบูดาวูด

และมีรายงานจากอับดุลลอฮ์บินมุฆ็อฟฟัลว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าว

فَإِنَّهَا جِنٌّ مِنْ جِنٍّ خُلِقَتْ

เพราะว่าอูฐเป็นญินนฺ ถูกสร้างมาญินนฺ

คือถูกสร้างมาให้มีพฤติกรรมและนิสัยคล้ายกับญินนฺหรือชัยฏอน ในบางรายงานระบุว่าถูกสร้างมาจากชัยฏอน

فَإِنَّهَا خُلِقَتْ مِنَ الشَّيَاطِينِ

แท้จริงแล้วมันนั้นถูกสร้างมาจากเหล่าชัยฏอน

และชัยฏอนนั้นถูกสร้างจากไฟ

وَالْجَانَّ خَلَقْنَاهُ مِنْ قَبْلُ مِنْ نَارِ السَّمُومِ  

และอัลญานนฺ ( อิบลีส ) นั้น เราได้สร้างมันมาแต่ก่อนแล้วจากไฟร้อน

ซูเราะฮ์อัลฮิจรฺ อายะฮ์ที่ 27

จึงเป็นความสมเหตุสมผลที่ศาสนามีบัญญัติให้อาบน้ำละหมาดหลังจากการกินเนื้ออุฐ

อนึ่ง กรณีการรับประทานเนื้ออูฐเป็นสาเหตุทำให้เสียน้ำละหมาดนี้ เป็นทรรศนะและความเข้าใจของอิหม่าม อะหมัดและนักวิชาการในศาสตร์หะดืษ ในขณะที่นักวิชาการส่วนมาก ( อาบูหะนีฟะฮ์มาลิกและอัชชาฟิอีย์ ) มีทรรศนะและความเข้าใจ ว่าไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เสียน้ำละหมาด แต่เป็นสาเหตุประการหนึ่งที่สมควรต้องอาบน้ำ ละหมาดด้วยทุกครั้ง

والله تعالى أعلم


ย้อนกลับ ตอนที่ 2                                                                                                         ถัดไป ตอนที่ 4  

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 16 ธันวาคม 55 เวลา 07.30 น.