การถือศีลอดในเดือนเชาวาล


 โดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

ทัศนะของอุละมาอ์ชาวซะลัฟและยุคหลัง และอุละมาอ์ส่วนใหญ่ ตลอดจนบรรดาอิหม่ามทั้ง 3 ท่าน คือ อิหม่ามอะบูฮะนีฟะฮ์ อิหม่ามชาฟิอีย์ อิหม่ามอะหมัด ส่งเสริมให้ถือศีลอดซุนนะฮ์ 6 วันในเดือนเชาวาล (อับดุลลอฮ์ อิบนิ อับดุรเราะห์มาน อัลบัสซาม , เตาเดียหุลอะห์กาม มินบุลูฆิลมะรอม , อธิบายฮะดีษ : (566) , เล่ม : (2) , หน้า : (587)

มีรายงานจากอะบีอัยยูบ อัลอันศอรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า อันที่จริงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

مَنْ صَامَ رَمَضَانَ ثُمَّ أَتْبَعَهُ سِتًّا مِنْ شَوَّالٍ كَانَ كَصِيَامِ الدَّهْرِِ

บุคคลใดถือศีลอดเดือนรอมฎอน หลังจากนั้นก็ติดตาม (ถือศีลอดต่อ) อีก 6 วันของเดือนเชาวาล เสมือนว่าได้ถือศีลอดตลอดปี

(บันทึกโดยมุสลิม : 1164 อบูดาวุด : 2433 ติรมีซียฺ : 759 อันนะซาอียฺ , อัลกะบีร : 2862 อิบนุมาญะฮฺ  : 1716)

การถือศีลอดเดือนเราะมะฎอนและตามด้วยการถือศีลอด 6 วันในเดือนเชาวาลนั้น ประหนึ่งผลบุญเท่ากับ การถือศีลอดตลอดทั้งปี เพราะว่า การทำความดีหนึ่ง เท่ากับความดี 10 เท่า ดังนั้นการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน 1 เดือน เท่ากับ 10 เดือน และการถือศีลอดในเดือนเชาวาล 6 วัน เท่ากับ 60 วัน หรือ 2 เดือน (อบูมาลิก กะมาล อิบนุ ซัยยิดซาเล็ม , เศาะเฮียห์ อัลฟิกฮุสซุนนะฮ์ วะอะดิลละตุฮู วะเตาเดียห์ มะษาฮิบ อัลอะอิมมะอ์ , บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอดซุนนะฮ์ , เล่ม : (2) หน้า : (120)) ดังที่มีรายงานจากเษาบาน จากท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

مَنْ صَامَ رَمَضَانَ فَشَهْرٌ بِعَشَرَةِ أَشْهُرٍ ، وَصِيَامُ سِتَّةِ أَيَّامٍ بَعْدَ الْفِطْرِ فَذَلِكَ تَمَامُ صِيَامِ السَّنَةِ

บุคคลใดถือศีลอดเดือนรอมฎอนครบถ้วน ฉะนั้นแล้วเดือน (รอมฎอน) หนึ่งก็ (มีผลบุญ) เท่ากับสิบเดือน และการถือศีลอดอีกหกวันในเดือนเชาวาลหลังอีดิลฟิฏรฺ ก็จึงทำให้ (มีภาคผล) สมบูรณ์ (ประหนึ่ง) ของการถือศีลอดของปีหนึ่ง

(บันทึกโดยอะหมัด , มุสนัด : 280/5 อันนะซาอียฺ , อัลกะบีร : 2860 อิบนุมาญะฮฺ  : 1715)

ถือศีลอดติดต่อกันทั้งหกวันหรือไม่ติอต่อกัน

อิหม่ามอะหมัด เราะฮิมะฮุลลอฮ์ มีทัศนะว่า “การถือศีลอดในเดือนเชาวาลนั้นจะถือศีลอดติดต่อกันเลย หรือไม่ติดต่อกันนั้นก็ได้ วิธีการถือศีลอดแบบหนึ่งนั้นไม่ได้ประเสริฐกว่าอีกแบบหนึ่ง ” ส่วนมัษฮับฮะนาฟีย์ และมัษฮับชาฟีอีย์นั้น มีทัศนะว่า “การถือศีลอดติดต่อกันหลังวันอีดเลยนั้น ประเสริฐกว่า” (ซัยยิด ซาบิก , ฟิกฮุสซุนนะฮฺ , บทที่ว่าด้วยการถือศีลอดซุนนะฮ์ , เล่ม : (1) , หน้า : (508))

เป็นความประเสริฐในการถือศีลอดติดต่อกันหลังวันอีดเลย แต่ก็เป็นที่อนุญาตที่จะถือศีลอดแบบไม่ติดต่อกันก็ได้ (มุฮัมหมัด อิบนุ อิบรอฮีม อิบนุ อับดุลลอฮ์ อัตตุวัยญีรีย์ , มุคตะซ็อร อัลฟิกฮุลอิสลามีย์ ฟีเดาอิลกุรอ่าน วัซซุนนะฮ์ ,บทที่ว่าด้วยเรื่องการถือศีลอดซุนนะฮ์ , หน้า : (640))

ไม่ว่าจะถือศีลอดหลังจากวันอีดเลย หรือหลังจากวันอีดสองวัน หรือสามวัน หรือจะถือศีลอดแบบติดต่อกัน หรือไม่ติดต่อกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่เปิดกว้าง (มูฮัมหมัด ศอเลียะห์ อัลอุษัยมีน , ชัรห์ ริยาฏุศศอลิฮีน มินกะลาม ซัยยิดิลมุรซะลีน , อธิบายฮะดีษ : 1257-1262 , เล่ม : (3) , หน้า : (268)

จะถือศีลอดชดใช้ของเดือนรอมฎอนก่อน หรือถือศีลอดซุนนะฮฺเดือนเชาวาลก่อน ?

ปรากฏชัดเจนจากหะดีษของอบีอัยยูบ ที่ผ่านมาก่อนหน้าว่า ความประเสริฐในภาคผลที่ประหนึ่งดังการถือศีลอด ตลอดทั้งปีนั้น มันเป็นเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน หลังจากนั้นก็จึงถือศีลอดตามไปหก วันในเดือนเชาวาล ดังนั้นอย่าถือศีลอดหกวันเดือนเชาวาลก่อนการถือศีลอดชดใช้จากเดือนรอมฎอน (อิบนุ อุษัยมีน , อัลมุมติอ์ : (448/6))

วันอีดอับรอร :

ชัยคุลอิสลาม อะหมัด อิบนุ ตัยมียะฮ์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวว่า “และมีมุสลิมบางกลุ่มได้เรียกวันที่ 8 ของเดือนเชาวาลว่า “อีดุลอับรอร” ซึ่งความจริงไม่อนุญาตให้เชื่อมั่นว่าวันที่ 8 ของเดือนเชาวาลคือวันอีด เพราะมันไม่ใช่วันอีดตามการเห็นพร้องต้องกันของบรรดามุสลิม และมันก็ไม่มีเครื่องหมายต่าง ๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นวันอีดแต่อย่างใด (อับดุลลอฮ์ อิบนิ อับดุรเราะห์มาน อัลบัสซาม , เตาเดียหุลอะห์กาม มินบุลูฆิลมะรอม , อธิบายฮะดีษที่ : (566) , เล่ม : (2) , หน้า : (588))


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 11 สิงหาคม 56 เวลา 20.00 น.