ละหมาดซุนนะฮฺหลังอาบน้ำละหมาด

 โดย  วะร่อษะตุซซุนนะฮฺ

 

ส่งเสริมให้บุคคลใดที่อาบน้ำละหมาดเสร็จแล้ว ให้เขาละหมาดซุนนะฮฺหลังอาบน้ำละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ หรือจะมากกว่านี้ก็ได้ ถึงแม้ตอนนั้นจะอยู่ในช่วงเวลาที่น่ารังเกียจในการละหมาดก็ตาม ดังที่มีรายงานจากอบูฮุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า :

أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ لِبِلَالٍ عِنْدَ صَلَاةِ الْفَجْرِ يَا بِلَالُ حَدِّثْنِي بِأَرْجَى عَمَلٍ عَمِلْتَهُ فِي الْإِسْلَامِ فَإِنِّي سَمِعْتُ دَفَّ نَعْلَيْكَ بَيْنَ يَدَيَّ فِي الْجَنَّةِ قَالَ مَا عَمِلْتُ عَمَلًا أَرْجَى عِنْدِي أَنِّي لَمْ أَتَطَهَّرْ طَهُورًا فِي سَاعَةِ لَيْلٍ أَوْ نَهَارٍ إِلَّا صَلَّيْتُ بِذَلِكَ الطُّهُورِ مَا كُتِبَ لِي أَنْ أُصَلِّيَ

แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวกับบิล้าลในช่วงละหมาดซุบฮฺว่า โอ้ บิล้าล บอกให้ ฉันถึงความดีที่หวังว่าจะได้รับผลบุญที่ท่านได้ทำในอิสลาม เพราะแท้จริงฉันได้ยินสียงรองเท้าทั้งสอง ข้างของท่านอยู่เบื้องหน้าฉันในสวรรค์ บิล้าลตอบว่า ฉันไม่ได้ทำความดีอะไรที่ฉันหวังว่ามันจะได้รับ ผลบุญมากยิ่งกว่าการที่ฉันได้อาบน้ำละหมาด ไม่ว่าเวลากลางวัน หรือกลางคืน นอกเสียจากฉัน จะละหมาดด้วยกับการทำความสะอาดนั้น ตามแต่อัลลอฮฺจะประสงค์ให้ฉันได้ละหมาด

(บันทึกโดยบุคอรียฺ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องละหมาดตะฮัญญุด : 1149 มุสลิม : 910)

มีรายงานจากอุกบะฮฺ อิบนุ อามิรฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า  :

مَا مِنْ مُسْلِمٍ يَتَوَضَّأُ ، فَيُحْسِنُ وُضُوءَهُ ، ثُمَّ يَقُومُ فَيُصَلِّي رَكْعَتَيْنِ ، مُقْبِلٌ عَلَيْهِمَا بِقَلْبِهِ وَوَجْهِهِ ، إِلَّا وَجَبَتْ لَهُ الْجَنَّةُ

ไม่มีมุสลิมคนใด ที่เขาอาบน้ำละหมาด โดยอาบอย่างดี หลังจากนั้นก็ละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ โดยที่หัวใจ และใบหน้าของเขามุ่งอยู่ที่ละหมาด 2 ร็อกอะฮฺนั้น เว้นแต่ว่าสวนสวรรค์นั้นจำเป็นสำหรับเขา

(บันทึกโดยมุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องความสะอาด : 234 อบูดาวุด หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาด : 906)

มีรายงานจากหุมรอน ทาสของท่านอุษมาน เล่าว่า :

أَنَّهُ رَأَى عُثْمَانَ بْنَ عَفَّانَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ دَعَا بِوَضُوءٍ ، فَأفْرَغَ عَلَى يَدَيْهِ مِنْ إِنَائِهِ ، فَغَسَلَهُمَا ثَلاثَ مَرَّاتٍ ، ثُمَّ أَدْخَلَ يَمِينَهُ فِي الْوَضُوءِ ، ثُمَّ تَمَضْمَضَ وَاسْتَنْشَقَ وَاسْتَنْثَرَ ، ثُمَّ غَسَلَ وَجْهَهُ ثَلاثَ مَرَّاتٍ ، وَيَدَيْهِ إِلَى الْمِرْفَقَيْنِ ثَلاثَ مَرَّاتٍ ، ثُمَّ مَسَحَ بِرَأْسِهِ ، ثُمَّ غَسَلَ كُلَّ رِجْلٍ مِنْ رِجْلَيْهِ ثَلاثَ مَرَّاتٍ ، ثُمَّ قَالَ : رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَتَوَضَّأُ نَحْوَ وُضُوئِي هَذَا ، ثُمَّ قَالَ : مَنْ تَوَضَّأَ مِثْلَ وُضُوئِي هَذَا ، ثُمَّ قَامَ فَصَلَّى رَكْعَتَيْنِ لا يُحَدِّثُ فِيهِمَا نَفْسَهُ ، غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ

ความจริงแล้วเขาเห็นท่านอุษมาน อิบนิ อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เรียกให้นำน้ำมาอาบน้ำ ละหมาด, โดยเขา (ฮุมรอน) ได้รินน้ำจากภาชนะลงบนมือทั้งสอง, แล้วเขา (อุษมาน) ก็ล้างมือนั้น 3 ครั้ง, จากนั้นเขา (อุษมาน) ก็เอามือขวาจุ่มลงไปในน้ำนั้น (เพื่อวักน้ำขึ้นมา) แล้วเขาก็บ้วนปากและสูดน้ำเข้า จมูกและสั่งออก, จากนั้นก็ล้างหน้า 3 ครั้ง, ล้างมือทั้งสองจนถึงข้อศอกอีก 3 ครั้ง, จากนั้นก็ลูบเช็ด ที่ศีรษะของเขา, แล้วจึงล้างเท้าทั้งสองข้างอีก 3 ครั้ง ” และท่านอุษมาน ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ก็กล่าวขึ้นว่า : “ ฉันได้เห็นท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อาบน้ำละหมาดเช่นที่ฉันอาบนี้, และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็กล่าวว่า : ผู้ใดอาบน้ำละหมาดอย่างที่ฉันอาบ, จากนั้นเขาละหมาด 2 ร็อกอะฮ์ โดยที่เขามิได้นึกคิดถึงสิ่งใดเลยตลอดทั้ง 2 ร็อกอะฮ์นั้น, อัลลอฮ์จะทรงอภัยโทษแก่เขา จากความผิดบาปที่ผ่านมาแต่ครั้งอดีต

(บันทึกโดยบุคอรียฺ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการอาบน้ำละหมาด : 159 มุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องความสะอาด : 226 อบูดาวุด : 106)

อิหม่ามฮาฟิซ อิบนุ หะญัรฺ อัลอัซกอลานียฺ ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ความหมายในหะดีษนั้น ส่งเสริมให้ละหมาด 2 ร็อกอะฮฺหลังจากอาบน้ำละหมาดเสร็จ  (ฟัตหุลบารียฺ บทที่ว่าด้วยเรื่องละหมาด อธิบายหะดีษที่ : 159 เล่มที่ : 1 หน้า : 313)

อิหม่ามนะวะวียฺ ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ส่งเสริมให้ละหมาด 2 ร็อกอะฮฺหลังจากอาบน้ำละหมาดเสร็จ ดังที่มีระบุในบรรดาหะดีษเศาะเฮี๊ยะฮฺต่าง ๆ” (อัลมัจญมัวอฺ ชัรหุลมุฮัศศับ : 543/3)  (http://islamqa.info/ar/149198)

ชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ส่งเสริมให้ละหมาดซุนนะฮฺหลังอาบน้ำละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ห้ามละหมาดก็ตาม อิหม่ามชาฟิอียฺ ก็กล่าวแบบนี้ ” (อัลฟะตะวา อัลกุบรอ : 345/5) (http://islamqa.info/ar/149198)

ชัยคฺ มุฮัมหมัด อิบนุ ศอและฮฺ อัลอุษัยมีน ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “ถือเป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่งสำหรับคนหนึ่ง เมื่อเขาอาบน้ำละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว ก็ให้เขาละหมาดซุนนะฮฺหลังอาบน้ำละหมาด 2 ร็อกอะฮฺในเวลานั้น ถึงแม้ช่วงนั้นจะเป็นช่วงหลังละหมาดอัศรฺ หลังละหมาดซุบฮฺ ถึงแม้เป็นช่วงเวลานี้ก็สมควรสำหรับท่าน เมื่ออาบน้ำละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว ก็ให้เขาละหมาดซุนนะฮฺหลังอาบน้ำละหมาด 2 ร็อกอะฮฺ”   (ชัรหฺ ริยาฎุศศอลิฮีน มินกะลาม ซัยยิดิลมุรซะลีน อธิบายหะดีษที่ : 1151-1153 เล่ม : 3 หน้า : 199)


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 6 มิถุนายน 57 เวลา 22.20 น.