แบบฉบับของท่านร่อซูลนั้นเหมือนกับอัลกรุอ่าน ในการวางข้อบังคับต่างๆของศาสนา


 โดย อ.สมบูรณ์ ภู่เอี่ยม

 

บทบัญญัติของอิสลามนั้น ได้วางข้อบังคับต่างๆให้ผู้ที่เป็นมุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติ ตามความแตกต่างกัน ดังนี้ :

 1. อัลวุญูบ หรือที่เรียกว่า วาญิบ คือ เมื่อบุคคลใดไม่ยอมปฏิบัติสิ่งนั้น จะได้รับการลงโทษเป็นผลตอบแทน เช่น อัลลอฮฺทรงใช้ว่า

وَأَقِيْمُوا الصَّلاَةَ وَآتُوا الزَّكَاةَ

 "เจ้าทั้งหลายจงดำรงการละหมาด และจงออกซากาต (ทานบังคับ)"

 คำสั่งที่ใช้นี้ หากปฏิบัติตามจะได้ผลบุญ และหากละทิ้งก็จะถูกลงโทษ คำสั่งของท่านร่อซูลก็มีผล เช่นเดียวกัน ร่อซูลใช้ว่า

أَتِمُّوا الرُّكُوْعَ وَالسُّجُوْدَ...

 "จงให้การรุกัวะอฺและสุญูดสมบูรณ์แบบ"

(บันทึกโดยอัลบุคอรียฺ มุสลิม อะฮฺหมัด และอันนะซาอี)

หากเราไม่ปฏิบัติตาม ก็ถือว่าทำให้ขาดความสมบูรณ์ลงไป

 2. อัตตะฮฺรีม คือข้อห้าม หากปฏิบัติในสิ่งที่ห้ามไว้ผู้ปฏิบัติจะได้รับการลงโทษ และหากเขาละทิ้ง ก็จะได้รับผล บุญเป็นการตอบแทน เช่น ข้อห้ามของอัลลอฮฺที่ว่า

وَلَا تَقْرَبُوا الزِّنَا

 "อย่าเข้าใกล้การล่วงประเวณี"

(ซุเราะฮฺอัลอิสรออฺ อายะฮฺที่ 32)

  หากเราฝ่าฝืนกระทำสิ่งนั้น จะได้รับการลงโทษ หากละเว้นไม่กระทำก็จะได้รับผลบุญเป็นการตอบแทน และข้อ ห้ามที่เป็นแบบฉบับของ ท่านร่อซูลก็มีผลเช่นเดียวกับอัลกรุอ่าน เช่น

لاَ تَسُبُّوا أَصْحَابِيْ فَوَالَّذِي نَفْسِيْ بِيَدِهِ لَوْ أَنَّ أَحَدَكُمْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيْفَهُ

  "ท่านทั้งหลายอย่าด่าบรรดาสาวกของฉัน ขอสาบานต่อผู้ที่ตัวของฉันอยู่ใต้อุ้งพระหัตถ์ของพระองค์ หากคนหนึ่งคนใดบริจาค ไปเป็นทองคำ เท่าภูเขาอุฮุด ก็ยังไม่เท่ากับหนึ่งมุดที่บรรดาสาวกบริจาคไป หรือครึ่งเดียวก็ไม่เท่า"

(บันทึกโดยอัลบุคอรียฺ)

เพราะฉะนั้น หากใครฝ่าฝืนไปกระทำสิ่งที่ท่านห้ามก็จะได้รับการลงโทษ หากละเว้นไม่กระทำก็จะได้รับผลบุญ

 3. อัลอิสเตี๊ยะฮฺบาบ ชอบให้กระทำ หมายถึง ผู้ที่ปฏิบัติสิ่งนั้นลงไปจะได้รับผลบุญ แต่ถ้าหากไม่ปฏิบัติก็ไม่ได้ถูก ลงโทษแต่อย่างใด ในบทบัญญัติของอัลลอฮฺ กล่าวไว้ว่า

وَتَزَوَّدُوا فَإِنَّ خَيْرَ الزَّادِ التَّقْوَى وَاتَّقُونِ يَا أُولِي الْأَلْبَابِ

 "และจงตระเตรียมเสบียง และเสบียงที่ดีทีสุดคือ การยำเกรงต่ออัลลอฮฺ และจงเกรงกลัวอัลลอฮฺเถิด โอ้ผู้มีความคิดทั้งหลาย"

(ซูเราะฮฺอัลบะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 197)

 คำสั่งเช่นนี้เป็นการชอบให้กระทำ ไม่ได้ถือว่าเป็นการบังคับแต่อย่างใด ในทำนองเดียวกัน ท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอ ฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็กล่าวไว้เช่นกัน ว่า

خَيْرُكُمْ مَنْ تَعَلَّمَ اْلقُرْآنَ وَعَلَّمَهُ

 "ผู้ที่ประเสริฐที่สุดในหมู่สูเจ้าคือ ผู้ที่เรียนอัลกรุอ่าน และสอนอัลกรุอ่าน"

(บันทึกโดยอะฮฺหมัด อะบูดาวูด และอัตติรมีซี)

 คำกล่าวเช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการบังคับแต่ประการใด แต่เป็นการชอบให้กระทำ และหากได้ทำลงไปแล้วจะได้รับ ผลบุญ แต่ถ้าละทิ้งก็ไม่ได้รับโทษ แต่อย่างใด

 4. อัลกะรอฮะฮฺ หรือ มักรูฮฺ คือ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่ระบุไว้ในตัวบทจะได้รับผลบุญ แต่ถ้าไม่ทิ้งก็ไม่ได้รับโทษตอบ แทน เช่น คำกล่าวของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า

أَنَا زَعِيْمُ بَيْتٍ فِي اْلجَنَّةِ لِمَنْ تَرَكَ اْلمُرَاءً وَإِنْ كَانَ مُحِقًّا

 "ฉันจะเป็นหัวหน้าบ้านหลังหนึ่งในสวรรค์สำหรับบุคคลที่ทิ้งการหยอกล้อ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม"

(บันทึกโดยอะบูดาวูด)

เพราะฉะนั้น การหยอกเล่นนั้นหากทิ้งได้จะได้บุญ แต่ถ้าไม่ทิ้งก็ไม่เป็นบาป

 5. อัลอิบาฮะฮฺ คือ ให้เลือกได้ทั้งสองทาง จะละทิ้งไม่กระทำก็ได้ จะเลือกกระทำก็ได้ เช่น คำดำรัสของ อัลลอฮฺที่ว่า

أُحِلَّ لَكُمْ صَيْدُ الْبَحْرِ وَطَعَامُهُ مَتَاعًا لَكُمْ وَلِلسَّيَّارَةِ

 "ได้ถูกอนุมัติแก่พวกเจ้าซึ่งสัตว์ล่าในทะเล (อนุมัติให้จับปลาในทะเล ขณะอยู่ในอิหฺรอม) และอาหารจาก ทะเล ทั้งนี้เพื่อเป็นสิ่งอำนวย ความสะดวก แก่พวกเจ้า และแก่บรรดาผู้เดินทาง"

(ซูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 96)

และอีกตัวอย่างหนึ่งคือ คำกล่าวของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

أُحِلَّتْ لَنَا مَيْتَتَانِ وَدَمَانِ فَأَمَّا اْلمَيْتَتَانِ فَالسَّمَكُ وَاْلجَرَادُ ، وَأَمَّا الدَّمَانِ فَالْكَبِدُ وَالطِّحَالُ

 "สัตว์ตายเองที่อนุมัติให้กินได้มี 2 ชนิด และเลือดมี่กินได้มี 2 ชนิด ดังนี้ สัตว์ตายเองที่กินได้คือ ปลา และตั๊กแตน ส่วนเลือดก็คือ ตับและม้าม"


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com