“ อัลฟิฏเราะฮ์ ” ( الْفِطْرَةُ ) หลักสุขภาวะมุสลิ


 โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

“ อัลฟิฏเราะฮ์ ” ( الْفِطْرَةُ ) ตามศัพทมูลวิทยามีหลายความหมาย เช่น (1)ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ (2)การเนรมิตสรรสร้าง (3)หลักธรรมอันดีงามในศาสนา และ(4)แบบฉบับหรือแนวทางที่ดี

ส่วนคำว่า อัลฟิฏเราะฮ์ ในนิยามทางวิชาการอิสลามมีความหมายว่า คือหลักสุขภาวะของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่มุ่งเน้นให้มุสลิมมีสุขอนามัยและบุคลิกลักษณะที่ดี เช่น เรื่องความสะอาดของ ร่างกายและสุขลักษณะทั่ว ไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นตำหรับของหลักสูตรสุขศึกษาในยุคต่อ ๆ มา

มีตัวบทหลักฐานที่กล่าวถึงเรื่องสุขภาวะมุสลิมโดยสรุปหรือโดยรวมไว้ประมาณ 2-3 บท เช่น รายงานของท่าน อาบูฮุรอยเราะฮ์  ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ  ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

الْفِطْرَةُ خَمْسٌ أَوْ خَمْسٌ مِنْ الْفِطْرَةِ :الْخِتَانُ وَالاِسْتِحْدَادُ وَتَقْلِيمُ الأَظْفَارِ وَنَتْفُ اْلإِبِطِ وَقَصُّ الشَّارِبِ

หลักสุขภาวะมี 5 ประการ หรือ 5 ประการนี้เป็นหลักสุขภาวะของมุสลิม คือ (1)การขลิบหนังปลาย อวัยวะเพศชาย (2)การโกนขนใต้ร่มผ้า(ขนเพชร) (3)การตัดเล็บ (4)การถอนขนรักแร้ และ(5)การตัด (เล็ม) หนวด

บันทึกโดยมุสลิมและอิบนุมาญะฮ์

และรายงานของท่านหญิงอาอิชะฮ์ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

عَشْرٌ مِنْ الْفِطْرَةِ : قَصُّ الشَّارِبِ وَإِعْفَاءُ اللِّحْيَةِ وَالسِّوَاكُ وَاسْتِنْشَاقُ الْمَاءِ وَقَصُّ الأَظْفَارِ وَغَسْلُ الْبَرَاجِمِ وَنَتْفُ الإِبِطِ وَحَلْقُ الْعَانَةِ وَانْتِقَاصُ الْمَاءِ قَالَ زَكَرِيَّاءُ قَالَ مُصْعَبٌ وَنَسِيتُ الْعَاشِرَةَ إِلاَّ أَنْ تَكُونَ الْمَضْمَضَةَ

10 ประการนี้เป็นหลักสุขภาวะของมุสลิม คือ (1)การตัดหนวด (2)การไว้เครา (3)การแปรงฟัน (4)การสูด น้ำเข้าจมูก (แล้วสั่งออก) (5)การตัดเล็บ (6)การล้างนิ้วมือ (7)การถอนขนรักแร้ (8)การโกนขนใต้ร่มผ้า (9)การใช้น้ำสะอาดชำระคราบสกปรกหลังการขับถ่าย และ(10) ท่านซะกะรียากล่าวว่า ท่านมุศอับได้ กล่าวว่า ( และฉันลืมประการ ที่ 10 แต่มันน่าจะเป็นการบ้วนปาก(กลั้วปาก ) ”

บันทึกโดยมุสลิม

สุขลักษณะที่นับรวมได้จากหะดีษทั้งสองบทนี้มี 11 ประการ คือ (1)การขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชาย (2)โกนขน ใต้ร่มผ้า (3)ตัดเล็บ (4)ถอนขนรักแร้ (5)ตัดเล็มหนวด (6)ไว้เครา (7)แปรงฟัน (8)สูดน้ำเข้าจมูก (9)ล้างมือ (10)ใช้น้ำสะอาดชำระหลังการขับถ่าย และ(11)การบ้วนปากหรือกลั้วปาก นอกจาก 11 ประการนี้แล้ว ยังมีสุข ลักษณะประการอื่นๆอีกที่มีกล่าวอยู่ในหะดีษบทอื่นๆอีกหลายบทกระจายอยู่ตามเนื้อหาส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น การใส่น้ำหอม การหวีผมและใส่น้ำมันผม การย้อมผม ตัดผม โกนศีรษะ ถอนผมหงอก หรือแม้กระทั่งการ สวมรองเท้า

สุขลักษณะทุกรายกายที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ล้วนมีรายละเอียดที่เป็นหลักการ (หุก่ม) และวิธีการปฏิบัติจาก ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้

1. การคิตานหรือการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ตามทรรศนะและความเข้าใจของอุละมาอฺหรือนัก วิชาการส่วนมาก(ญุมฮูรรฺ)เห็นว่าเป็นวาญิบ(จำเป็น) อีกส่วนหนึ่งเห็นว่าไม่เป็นวาญิบ แต่ก็เป็นอัตลักษณ์สำคัญ ของมุสลิมที่ไม่ควรละทิ้งหรือเพิกเฉยละเลยเป็นอย่างยิ่ง และสมควรทำในช่วงที่เด็กอายุน้อย เช่น ทำวันที่ 7 หลังคลอด พร้อมอะกีเกาะฮ์ หรืออาจรอให้เด็กโตขึ้นสักระยะหนึ่ง เช่น 5 หรือ 6 ขวบหรือตามที่เห็นสมควร แต่ไม่ควรเกินวัยที่ บรรลุศาสนาภาวะโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

اخْتَتَنَ إِبْرَاهِيمُ عليه السلام وَهُوَ ابْنُ ثَمَانِينَ سَنَةً بِالْقَدُّوْمِ

ท่านนาบีอิบรอฮีมทำคิตานเมื่ออายุครบ 80 ปี ด้วยขวาน ”  

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

2. การตัดเล็บ,เล็มหนวด,ถอนขนรักแร้,โกนขนใต้ร่มผ้า สมควรทำเป็นประจำและต่อเนื่อง เช่น ทุกสัปดาห์ หรืออย่างน้อยไม่สมควรเกิน 40 วัน เนื่องจากมีรายงานจากท่านอะนัสบินมาลิก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า

وَقَّتَ لَنَا رَسُوْلُ اللهِ صلى الله عليه وسلم فِيْ قَصِّ الشَّارِبِ وَتَقْلِيْمِ الأَظْفَارِ وَحَلْقِ الْعَانَةِ وَنَتْفِ الإِبْطِ أَنْ لاَ نَتْرُكَ أَكْثَرَ مِنْ أَرْبَعِينَ يَوْمًا

ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กำหนดระยะเวลาสำหรับตัดเล็มหนวด การตัดเล็บ การโกนขนในที่ลับ และการถอนขนรักแร้ ไม่ให้เราทิ้งระยะเวลาห่างเกินกว่า 40 วัน

บันทึกโดยอันนะซาอีย์

ท่านเซดบินอัรก็อม ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَنْ لَمْ يَأْخُذْ مِنْ شَارِبِهِ فَلَيْسَ مِنَّا

ผู้ใดไม่ตัดเล็มหนวด ผู้นั้นย่อมไม่ใช่พวกเรา

บันทึกโดยอัดติรมิซีย์

ท่านอิบนุออมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

خَالِفُوا الْمُشْرِكِينَ وَفِّرُوا اللِّحَى وَأَحْفُوا الشَّوَارِبَ

พวกท่านจงทำให้แตกต่างจากพวกตั้งภาคี พวกท่านจงไว้เคราและจงตัดหนวดให้สั้นๆ

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์

นักวิขาการอธิบาย ไว้ว่า การไว้เคราตามทรรศนะที่ถูกต้องและมีน้ำหนักแล้วถือว่าเป็นวาญิบ ห้ามโกนเคราทิ้ง โดยเด็ดขาด แต่อาจอนุญาตให้เล็มออกได้เพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงามและความเรียบร้อย เนื่องจากมี รายงานว่า ท่านอับดุล ลอฮ์อิบนุอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ นั้น เมื่อท่านทำฮัจย์หรือทำอุมเราะฮ์ ท่านจะกำเคราแล้ว เล็มส่วนที่ยาวเลยกำมือนั้น ” บันทึกโดยอัลบุคอรีย์

3.การใส่น้ำมันผมและหวีผม ท่านอาบูฮุรอยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

   مَنْ كَانَ لَهُ شَعْرٌ فَلْيُكْرِمْهُ

ผู้ใดมีเส้นผม (ศีรษะไม่ล้าน) เขาควรต้องดูแลมันอย่างสมเกียรติ

บันทึกโดยอาบูดาวูด

ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า

كُنْتُ أُرَجِّلُ رَأْسَ رَسُولِ اللهِ  صلى الله عليه وسلم وَأَنَا حَائِضٌ

ดิฉันเคยหวีผมให้กับท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในสภาพที่ดิฉันยังมีประจำเดือนอยู่

บันทึกโดยอัลบุคอรีย

ท่านอะนัสบินมาลิก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ชอบที่จะใส่ น้ำมันหอมที่ศีรษะแล้วหวีให้เรียบร้อย ในบางครั้งท่านใส่น้ำมันหอมที่ศีรษะก่อนครองเอี๊ยะหฺรอมจนบรรดา ซอฮาบะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันอุม สามารถ มองเห็นได้แต่ไกล ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า

لَقَدْ كَانَ يُرَى وَبِيْصُ الطِّيْبِ فِي مَفَارِقِ رَسُولِ اللهِ صلى الله عليه وسلم  وَهُوَ مُحْرِمٌ

แน่นอนประกายแสงที่สะท้อนจากน้ำมันหอมที่เกาะตามแนวแสกกลางศีรษะของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นั้นมองเห็นได้แต่ไกล แม้ใน ขณะที่กำลังครองเอี๊ยะหฺรอมอยู่ก็ตาม

บันทึกโดยอันนะซาอีย

ท่านอะฏออฺอิบนุยะซาร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า มีชายคนหนึ่งมาที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ในสภาพที่หัวยุ่งเครารุงรังดูไม่งาม ท่านจึงทำท่าคล้ายกับแนะนำให้เขาไปหวีผมหวีเครามาให้เรียบ ร้อยเสียก่อน แล้วชายคนนั้นก็กลับมาอีกครั้งในสภาพที่หวีผมและเครามาอย่างเรียบร้อย ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวว่า

أَلَيْسَ هَذَا خَيْرًا مِنْ أَنْ يَأْتِيَ أَحَدُكُمْ ثَائِرَ الرَّأْسِ كَأَنَّهُ شَيْطَانٌ

อย่างนี้จะไม่ดูดีกว่ากระนั้นหรือ ? มีบางคนจากพวกท่านมาหาฉันในสภาพหัวฟุ้งเหมือนกับชัยฏอน

 บันทึกโดยมาลิก

4.การปล่อยผมและเคราที่หงอกไว้ตามธรรมชาติ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ห้ามมุสลิม ถอนหรือดึงผมและเคราที่หงอก แต่ให้ปล่อยเส้นผมและเคราหงอกนั้นอยู่ตามธรรมชาติ เพราะจะเป็นรัศมีใน วันกิยามะฮ์ ท่านอัมรุบนุชุอัยบฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ราย งานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

لاَ تَنْتِفُوا الشَّيْبَ فَإِنَّهُ نُوْرُ الْمُسْلِمِ مَا مِنْ مُسْلِمٍ يَشِيْبُ شَيْبَةً فِي الإِسْلاَمِ إِلاَّ كُتِبَ لَهُ بِهَا حَسَنَةٌ وَرُفِعَ بِهَا دَرَجَةٌأَوْ حُطَّ عَنْهُ بِهَا خَطِيئَةٌ

พวกท่านอย่าดึง(ถอน)ผมที่หงอก เพราะผมที่หงอกนั้นจะเป็นรัศมีของมุสลิม ไม่ว่ามุสลิมคนใดที่มีผม หงอกในระหว่างที่อยู่ในอิสลาม เว้นแต่ว่าความดีจะถูกจดบันทึกให้แก่เขา 1 ความดี และเขาจะได้รับ เชิดชูเกียรติ 1 ขั้น และความผิดของเขาจะถูกลบล้างให้อีก 1 ความผิด

บันทึกโดยอะหมัด

ในกรณีนี้บรรดานักวิชาการให้หมายรวมถึงเส้นเครา ที่หงอกด้วย ท่านอะนัสอิบนุมาลิก ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า

يُكْرَهُ أَنْ يَنْتِفَ الرَّجُلُ الشَّعْرَةَ الْبَيْضَاءَ مِنْ رَأْسِهِ وَلِحْيَتِه

เป็นที่น่ารังเกียจยิ่งนัก (มักโร๊ะฮฺ)ที่ชายคนหนึ่งจะถอนเส้นผมสีขาวออกจากศีรษะของเขาและจาก เคราของเขา

บันทึกโดยมุสลิม

หากผู้ที่มีผมและเคราหงอก โดยเฉพาะปัญหาการหงอกก่อนวัย ศาสนาอิสลามอนุญาตให้ย้อมสีผมและเคราเพื่อ เปลี่ยนสีได้ โดยใช้ใบเทียนหรือเฮ็นนาหรือยาย้อมผมอื่นๆ เช่นย้อมเป็นสีน้ำตาลหรือเหลืองอมแดงเป็นต้น ทั้งนี้ มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ย้อมเปลี่ยนให้เป็นสีดำ และต้องระวังไม่ใช้ยาย้อมผมที่มีคุณสมบัติห้ามน้ำ ท่านอาบู ฮุรอยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ الْيَهُودَ وَالنَّصَارَى لاَ يَصْبُغُوْنَ فَخَالِفُوْهُمْ

แท้จริงชาวยะฮูดและชาวนะศอรอจะไม่ย้อมผม (หงอก) ดังนั้นพวกท่านจงทำให้แตกต่างจากพวกเขา

บันทึกโดยอะหมัด,อัลบุคอรีย์และมุสลิม

ท่านอาบูซัรรฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้รายงานอีกว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ أَحْسَنَ مَا غُيِّرَ بِهِ هَذَا الشَّيْبُ الْحِنَّاءُ وَالْكَتَمُ

 “ แท้จริงสิ่งที่ดีที่สุดที่จะใช้ย้อมเปลี่ยนสีผมหงอกคือเฮ็นนาและกะตัม

บันทึกโดยอะหมัด,อาบูดาวูด,อัดติรมิซีย์และอิบนุมาญะฮ์

ท่านญาบิรอิบนุอับดิลลาฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า เมื่อครั้งที่ท่านรอซูลุลอฮ์พิชิตนครมักกะฮ์สำเร็จ อาบูกุฮาฟะฮ์บิดาของอาบูบักรฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ถูกนำตัวมาที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ในสภาพที่ศีรษะและเคราหงอกขาวโพลน ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวแนะว่า

غَيِّرُوا هَذَا بِشَيْءٍ وَاجْتَنِبُوا السَّوَادَ

พวกท่านจงเอาอะไรสักอย่างมาเปลี่ยนสีผมของคนๆนี้ และพวกท่านจงหลีก เลี่ยง (ระวัง) การย้อม เป็นสีดำ

บันทึกโดยมุสลิมและอาบูดาวูด

5.การแปรงฟันและการบ้วนปาก การรักษาความสะอาดภายในช่องปากนอกจากจะเป็นหลักสุขภาวะแล้วยัง เป็นสุขลักษณะที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงโปรดและพอพระทัยมากที่สุดประการหนึ่ง ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

السِّوَاكُ مَطْهَرَةٌ لِلْفَمِ مَرْضَاةٌ لِلرَّبِّ

การแปรงฟันนั้นเป็นการรักษาความสะอาดในช่องปากและยังเป็นการสร้างความพระทัยแก่พระ ผู้เป็นเจ้าอีกด้วย

บันทึกโดยอะหมัด,อัลบุคอรีย์,อันนะซาอีย์และอิบนุมาญะฮ์

ท่านอามิรบินร่อบีอะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า

رَأَيْتُ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم يَسْتَاكُ وَهُوَ صَائِمٌ مَا لاَ أُحْصِيْ أَوْ أَعُدُّ

ข้าพเจ้าเห็นท่านรอซูลุลลอฮ์ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แปรงฟันตลอดเวลา แม้กระทั่งขณะถือศีลอด จนข้าพเจ้านับไม่ถ้วน

บันทึกโดยอัลบุคอรีย

ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงานว่า

أَنَّ النَّبِيَّ صلى الله عليه وسلم كَانَ إِذَا دَخَلَ بَيْتَهُ بَدَأَ بِالسِّوَاكِ

แท้จริงท่านนาบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นั้น เมื่อท่านเข้าบ้าน ท่านจะเริ่มต้นด้วยการแปรงฟัน เป็นสิ่งแรก

บันทึกโดยอะหมัดและมุสลิม

และเช่นเดียวกันการแปรงฟันในขณะอาบน้ำละหมาดหรือก่อนไปละหมาดนั้นเป็นสิ่งที่มุสลิมไม่สมควรละทิ้ง หรือละเลยเป็นอย่างยิ่ง ท่านอาบูฮุรอยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

لَوْلاَ أَنْ أَشُقَّ عَلَى أُمَّتِي َلأَمَرْتُهُمْ بِالسِّوَاكِ عِنْدَ كُلِّ وُضُوءٍ

แม้นว่าฉันไม่เกรงว่าจะเป็นการสร้างภาระความลำบากให้แก่ประชาชาติของฉันแล้วไซร้ ฉันจะต้องใช้ ให้พวกเขาแปรงฟันทุกครั้งที่อาบน้ำละหมาด

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์

ในบางรายงานระบุว่า

عِنْدَ كُلِّ صَلاَةٍ

ทุกครั้งที่ทำละหมาด

บันทึกโดยอะหมัด,มุสลิม,อาบูดาวูดและอัดติรมิซีย์

และนอกจากนี้การสูดน้ำเข้าจมูกแล้วสั่งออกหรือการสั่งจมูก นอกจากจะเป็นซุนนะฮ์ของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้ว ยังเป็นเรื่องของสุขภาวะและอนามัยอีกด้วย มุสลิมทุกคนไม่ควรมองข้าม หรือเพิกเฉยละเลยโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะหลังจากการตื่นนอนทุกครั้ง ท่านอาบูฮุรอยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้รายงานไว้ว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِذَا اسْتَيْقَظَ أَحَدُكُمْ مِنْ مَنَامِهِ فَتَوَضَّأَ فَلْيَسْتَنْثِرْ ثَلاَثَ مَرَّاتٍ فَإِنَّ الشَّيْطَانَ يَبِيتُ عَلَى خَيْشُومِهِ

เมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านตื่นนอน แล้วเขาอาบน้ำละหมาด เขาจงสั่งจมูก 3 ครั้ง เพราะแท้จริง ชัยฏอนมันจะไปนอนซุกอยู่ในโพรงจมูกของเขา

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 13 มีนาคม 56 เวลา 21.30 .