ละหมาดซุนนะฮฺฎุฮา
ตอนที่ 1


 โดย  วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

ฎุฮา ตามความหมายของนักนิติศาตร์อิสลาม หมายถึง ช่วงเวลาระหว่างที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงเวลา ที่ดวงอาทิตย์คล้อย  (ฮาชิยะฮฺอิบนุอะบีดีน : 23/2)

ความประเสริฐของการละหมาดฎุฮา : มีฮะดีษหลายบทที่ยืนยันถึงความประเสริฐของการละหมาดดุฮา เช่น

1 - มีรายงานจากอบีซัรรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

يُصْبِحُ عَلَى كُلِّ سُلَامَى مِنْ أَحَدِكُمْ صَدَقَةٌ فَكُلُّ تَسْبِيحَةٍ صَدَقَةٌ وَكُلُّ تَحْمِيدَةٍ صَدَقَةٌ ، وَكُلُّ تَهْلِيلَةٍ صَدَقَةٌ ، وَكُلُّ تَكْبِيرَةٍ صَدَقَةٌ وَأَمْرٌ بِالْمَعْرُوفِ صَدَقَةٌ وَنَهْيٌ عَنْ الْمُنْكَرِ صَدَقَةٌ وَيُجْزِئُ مِنْ ذَلِكَ رَكْعَتَانِ يَرْكَعُهُمَا مِنْ الضُّحَى

กระดูกทุกข้อในร่างกายของคนหนึ่งคนใดจากพวกท่าน ต้องทำทาน (เพื่อขอบคุณอัลลอฮฺ) ดังนั้นทุก คำตัสเบี๊ยะหฺ คือเศาะดาเกาะฮฺ การสั่งใช้ให้ทำความดีคือเศาะดาเกาะฮฺ การห้ามให้ออกห่างความชั่ว คือเศาะดาเกาะฮฺ และสิ่งที่จะมาทดแทนในเรื่องดังกล่าวก็คือการละหมาดฎุฮา  2 ร่อกะอะฮฺ

(บันทึกโดยมุสลิม หมวดที่ว่าด้วยการละหมาดเดินทาง : 720 อบูดาวุด หมวดที่ว่าด้วยการละหมาด : 1285 อะหมัด : 167/5)

2 – มีรายงานจากบุรอยดะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ความจริงแล้วท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะ ซัลลัม ได้กล่าวว่า :

فِي الْإِنْسَانِ سِتُّونَ وَثَلَاثُ مِائَةِ مَفْصِلٍ ، فَعَلَيْهِ أَنْ يَتَصَدَّقَ عَنْ كُلِّ مَفْصِلٍ مِنْهَا صَدَقَةً ، قَالُوا : فَمَنْ الَّذِي يُطِيقُ ذَلِكَ يَا رَسُولَ اللَّهِ ؟ قَالَ : النُّخَامَةُ فِي الْمَسْجِدِ تَدْفِنُهَا ، أَوْ الشَّيْءُ تُنَحِّيهِ عَنِ الطَّرِيقِ ، فَإِنْ لَمْ تَقْدِرْ ، فَرَكْعَتَا الضُّحَى تُجْزِئُ عَنْكَ

ในร่างกายมนุษย์นั้นมีข้อกระต่อดูก 360 ข้อ ดังนั้นแล้วก็จำเป็นสำหรับเขา ต่อการทำทานจากข้อต่อทุก ๆ ข้อ บรรดาเศาะฮาบะฮฺได้กล่าวถามว่า: บุคคลใดกันที่ปฏิบัติสิ่งดังกล่าวได้ โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ? ท่านเราะซูล ตอบว่า: เห็นเสมหะในมัสญิดก็กลบมันเสีย หรือมีสิ่งใดขวางทางสัญจรก็ขจัดเสีย หากเขาไม่สามารถทำได้ ดังนั้นก็ให้เขาละหมาด 2 เราะกาอะฮฺฎุฮา ก็เพียงพอจากสิ่งดังกล่าวแล้ว

(บันทึกโดยอบูดาวุด กิตาบุลอะดาบ : 5242 อะหมัด , มุสนัด : 354/5 อัลบานียฺ , เศาะเฮี๊ยะฮฺอบีดาวุด : 984/3 อิรวาอุลเฆาะลีล : 213/2)

อิหม่ามเชาวฺกานียฺ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “หะดีษทั้งสองบทที่กล่าวมานี้บ่งชี้ให้เห็นถึงความประเสริฐ ยิ่งของการละหมาดฎุฮา และยังเป็นการยืนยันถึงการเป็นบทบัญญัติทางศาสนาของการละหมาดนี้ เพราะความจริงแล้วการละหมาด 2 เราะกาอะฮฺ ถือเป็นความเพียงพอจากการทำทานด้วยข้อในร่าง กาย 360 ข้อ ส่วนจะกระทำความดีอื่นสิ่งที่มีความสำคัญแบบนี้แน่นอนต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ(นัยลุลเอาฏอรฺ : 78/3)

จะได้รับความดีถึง 360 ความดี  เพราะร่างกายมนุษย์นั้นมีข้อต่ออยู่ 360 ข้อ และทุก ๆ ข้อต่อ ต้องการที่จะทำ ความดี ซึ่งมนุษย์สามารถที่จะทำความดีด้วยข้อต่อเหล่านี้ในแต่ละวัน เพื่อเป็นการขอบคุณต่ออัลลอฮฺสำหรับ ความโปรดปรานที่ทรงประทานให้  และการทำให้ข้อต่อในร่างกายได้ทำความดีนั้น ก็คือ การละหมาดฎุฮา 2 ร่อกะอะฮฺ (อักษัรมินอัลฟฺซุนนะฮฺ ฟิลเยาวฺมิ วัลลัยละติ บทที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาดซุนนะฮฺที่ปฏิบัติได้ในวันหนึ่ง กับคืนหนึ่ง หน้า : 33)

3 – มีรายงานจากซัยดฺ อิบนิ อัรกอม เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ออกมาหาชาวกุบาอฺในสภาพที่พวกเขากำลังละหมาดช่วงยามสาย ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

صَلَاةُ الأَوَّابِينَ حِينَ تَرْمَضُ الْفِصَالُ

การละหมาดเอาวาบีน (ละหมาดฎุฮา) คือละหมาดในขณะที่ลูกอูฐหลบทรายร้อน

(บันทึกโดยมุสลิม : 748 อะหมัด , มุสนัด : 366/4)

4 – มีรายงานจากอบีซัรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า : อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตรัสว่า :

ابْنَ آدَمَ ارْكَعْ لِي مِنْ أَوَّلِ النَّهَارِ أَرْبَعَ رَكَعَاتٍ أَكْفِكَ آخِرَهُ

มนุษย์เอ๋ย จงละหมาดเพื่อข้า 4 เราะกาอะฮฺในตอนต้นของวัน มันจะพอเพียงแก่เจ้าในช่วงท้ายของวัน

(บันทึกโดยติรมีซียฺ หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาดวิตรฺ : 475 อัลบานียฺ , เศาะเฮี๊ยะฮฺติรมีซียฺ : 47/1 อิรวาอุลเฆาะลีล : 219/2)์

5 – มีรายงานจากอับดุลลอฮฺ อิบนิ อัมรฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ส่งกำลังพลไปรบและได้รับชัยชนะ ได้ทรัพย์สินมามากมาย พวกเขาจึงรีบกลับ ซึ่งผู้คนต่างพูดคุยกันถึงการรบที่ใช้เวลาน้อยมาก ได้ทรัพย์สินมามากมาย และเดินทางกลับเร็ว (เมื่อท่านเราะซูลได้ทราบเรื่อง) ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็กล่าวว่า :

أَلَا أَدُلُّكُمْ عَلَى أَقْرَبَ مِنْهُ مَغْزًى ، وَأَكْثَرَ غَنِيمَةً ، وَأَوْشَكَ رَجْعَةً ؟ مَنْ تَوَضَّأَ ، ثُمَّ غَدَا إِلَى الْمَسْجِدِ لِسُبْحَةِ الضُّحَى ، فَهُوَ أَقْرَبُ مَغْزًى ، وَأَكْثَرُ غَنِيمَةً ، وَأَوْشَكُ رَجْعَةً

เอาไหม ฉันจะชี้ถึงสิ่งที่เร็วกว่า ได้ทรัพย์สินมากกว่า และกลับเร็วกว่า ก็คือ บุคคลใดที่อาบน้ำละหมาด ต่อจากนั้นก็ออกไปที่มัสญิดเพื่อที่จะละหมาดฎุฮา คือมันเร็วกว่าที่ทำการสู้รบ ได้ทรัพย์สินมากกว่า และกลับเร็วกว่าเสียอีก

(บันทึกโดยอะหมัด , มุสนัด : 175/2 อัลบานียฺ , เศาะเฮี๊ยะฮฺตัรฆีบ 663-664)

ข้อตัดสินของการละหมาดฎุฮา :

บรรดานักวิชาการได้มีความเห็นที่แตกต่างกันถึงข้อตัดสินของการละหมาดฎุฮาถึง 6 ทรรศนะ (ซาดุลมะอาด : 341-360/1 ฟัตหุลบารียฺ : 66/3) ซึ่งทรรศนะที่ใกล้เคียงความถูกต้องนั้นมี 3 ทรรศนะ ได้แก่ :

ทรรศนะแรก : ส่งเสริมให้ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

คือ ทรรศนะของปวงปราชญ์ส่วนใหญ่ (อุมดะตุลกอรียฺ : 240/7 มะวาฮิบุลญะลีล : 67/2 เราวฺเฎาะตุฏฏอลิบีน : 337/1 อัลมุฆนียฺ : 132/2) โดยอ้างหลักฐานต่อไปนี้ คือ :

1 – หลักฐานกว้าง ๆ จากบรรดาหะดีษต่าง ๆ ที่นำเสนอผ่านมาในเรื่องความประเสริฐของละหมาดฎุฮา หรือหลักฐานที่เจาะจง คือหะดีษที่ว่า :

يُصْبِحُ عَلَى كُلِّ سُلَامَى مِنْ أَحَدِكُمْ صَدَقَةٌ

"กระดูกทุกข้อในร่างกายของคนหนึ่งคนใดจากพวกท่าน ต้องทำทาน (เพื่อขอบคุณอัลลอฮฺ)..."

2 – มีรายงานจากอบีฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

أَوْصَانِيْ خَلِيْلِيْ صَلىَّ اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بِصِيَامِ ثَلاَثَةِ أَيَّامٍ مِنْ كُلِّ شَهْرٍ وَرَكْعَتَي الضُّحَى وَأَنْ أُوْتِرَ قَبْلَ أَنْ أَرْقُدَ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ผู้เป็นที่รักยิ่งของฉันได้สั่งเสียแก่ฉันให้ถือศีลอด 3 วันในทุกเดือน ละหมาดฎุฮา 2 ร่อกะอะฮฺ และละหมาดวิตรฺก่อนเข้านอน”    

(บันทึกโดยบุคอรียฺ หมวดที่ว่าด้วยการละหมาดตะฮัดยุด : 1178  มุสลิม หมวดที่ว่าด้วยการละหมาดเดินทาง : 721)

3 – หะดีษของท่านมุอาซะฮฺ อัลอะดะวียะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา นางเล่าว่า : นางได้กล่าวถามกับท่านหญิง อาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า :

أَكَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّي الضُّحَى ؟ ، قَالَتْ : نَعَمْ ، أَرْبَعَ رَكَعَاتٍ وَيَزِيدُ مَا شَاءَ

"ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ละหมาดฎุฮาหรือ ? ท่านหญิงอาอิชะฮฺได้ตอบว่า : ใช่แล้ว ท่านละหมาด 4 เราะกาอะฮฺและเพิ่มตามที่ท่านประสงค์

(บันทึกโดยมุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาดเดินทาง : 719 อิบนุมาญะฮฺ : 1381)

ท่านอิหม่ามฮาฟิซ อิบนุ ฮะญัรฺ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “แน่นอนท่านอิหม่ามฮากิมได้รวบรวมบรรดา หะดีษต่าง ๆ ที่พูดถึงเรื่องการละหมาดฎุฮาไว้ส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ ...ซึ่งจำนวนผู้ที่รายงานหะดีษที่ได้ ยืนยันในเรื่องนี้นั้นเป็นเศาะฮาบะฮฺจำนวนถึง 20 ท่านด้วยกัน(ฟัตหุลบารียฺ : 66/3)

4 – ส่วนหลักฐานที่ส่งเสริมให้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอนั้น ดังหะดีษที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

أَحَبُّ الْأَعْمَالِ إِلَى اللَّهِ تَعَالَى أَدْوَمُهَا وَإِنْ قَلَّ

การงานที่เป็นที่รักยิ่ง ณ อัลลอฮฺนั้น คือ การงานที่ทำอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเล็กน้อยก็ตาม...

(บันทึกโดยมุสลิม : 783)

ทรรศนะที่สอง : ส่งเสริมให้ปฏิบัติเป็นบางครั้งและละทิ้งในบางครั้ง โดยไม่ได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

คือ ทรรศนะของมัซฮับฮัมบะลียฺ (อิบนุมุฟลิหฺ , อัลฟุรุอฺ : 567/1 ) โดยอ้างอิงหลักฐานที่ว่า :

1 – รายงานจากอบีซะอีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า :

كَانَ نَبِيُّ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّي الضُّحَى حَتَّى نَقُولَ : لَا يَدَعُ وَيَدَعُهَا حَتَّى نَقُولَ : لَا يُصَلِّي

ปรากฏว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ละหมาดฎุฮาจนกระทั่งพวกเราเข้าใจว่าท่านจะไม่ละ ทื้งมัน และบางครั้งท่านก็ละทิ้งมันจนกระทั่งพวกเราเข้าใจว่า ท่านจะไม่ละหมาดมันอีก

(ฏออีฟ บันทึกโดยติรมีซียฺ  : 488 อัลบานียฺ , อิรวาอุลเฆาะลีล : 460)

แต่ว่าหะดีษบทนี้ฎออีฟ

2 – มีรายงานจากท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ได้ละหมาดฎุฮาที่บ้านของอิตบาน อิบนุ มาลิก คนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของอัลเญาวรด ได้กล่าวกับท่านอนัสว่า :

أَكَانَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّي الضُّحَى ؟ , فَقَالَ : مَا رَأَيْتُهُ صَلَّى غَيْرَ ذَلِكَ الْيَوْمِ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ละหมาดฎุฮาอยู่หรือ ? ท่านอนัสตอบว่า :  ฉันไม่เคยเห็นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ละหมาดนอกจากวันนี้

(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 670)

3 – มีรายงานจากท่านหญิงอาอีชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ได้เล่าว่า :

مَا رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّي سُبْحَةَ الضُّحَى قَطُّ ، وَإِنِّي لَأُسَبِّحُهَا ، وَإِنْ كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لَيَدَعُ الْعَمَلَ ، وَهُوَ يُحِبُّ أَنْ يَعْمَلَ بِهِ ، خَشْيَةَ أَنْ يَعْمَلَ بِهِ النَّاسُ ، فَيُفْرَضَ عَلَيْهِمْ

ฉันไม่เคยเห็นท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ละหมาดฎุฮาเลย แต่แน่นอน (ถ้าฉันเห็น) ฉันได้ละหมาดฎุฮานี้ หากแม้นว่าท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะละทิ้งการกระทำทั้ง ที่ท่านรักที่จะกระทำมัน เป็นการเกรงว่าผู้คนจะพากันปฏิบัติมัน และมันก็จะถูกกำหนด ให้เป็นฟัรฎูเหนือพวกเขา

(บันทึกโดยบุคอรียฺ  : 1128 ,1177 มุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาดเดินทาง : 718)

ทรรศนะที่สาม : ไม่มีบทบัญญัติให้ปฏิบัตินอกจากจะมีสาเหตุ

เป็นทรรศนะที่ท่านอิหม่ามอิบนุก็อยยิม เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้เลือกภายหลังจากที่ท่านได้นำเสนอทรรศนะต่าง ๆ ในประเด็นนี้ (ซาดุลมะอาด : 341-360/1) โดยอ้างอิงหลักฐานว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะไม่ปฏิบัติมันนอกจากจะมีสาเหตุเสียก่อน

1 – มีรายงานจากอุมมุฮานีอฺ เล่าว่า :

أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ دَخَلَ بَيْتَهَا يَوْمَ فَتْحِ مَكَّةَ فَصَلَّى ثَمَانِي رَكَعَاتٍ مَا رَأَيْتُهُ صَلَّى صَلَاةً قَطُّ أَخَفَّ مِنْهَا غَيْرَ أَنَّهُ كَانَ يُتِمُّ الرُّكُوعَ وَالسُّجُودَ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้มาที่บ้านของเธอในวันที่พิชิตมักกะฮฺ ท่านได้ละหมาด 8 ร่อกาอะฮฺ ซึ่งฉันไม่เคยเห็นท่านละหมาดจำนวนร่อกาอะฮฺที่น้อยกว่านี้ นอกจากท่านจะรุกัวอ ฺและสุหญูดอย่างสมบูรณ์

(บันทึกโดยบุคอรียฺ  : 1176 มุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาดเดินทาง : 719)

أَحَبُّ الْأَعْمَالِ إِلَى اللَّهِ تَعَالَى أَدْوَمُهَا وَإِنْ قَلَّ

การงานที่เป็นที่รักยิ่ง ณ อัลลอฮฺนั้น คือ การงานที่ทำอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเล็กน้อยก็ตาม...

(บันทึกโดยมุสลิม : 783)

สาเหตุของการละหมาดก็คือการพิชิตมักกะฮฺได้สำเร็จ โดยพวกเขาได้กล่าวว่า ซุนนะฮฺของการพิชิตเมืองได้ก็คือ การละหมาดซุนนะฮฺ 8 ร่อกาอะฮฺ อิหม่ามเฎาะบะรียฺ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่ามันเป็นการกระทำของคอลิด อิบนุ วะลิด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ในตอนที่เขาพิชิตฮัยเราะฮฺได้ (เศาะเหี๊ยะหฺ อัลฟิกฮุซซุนนะฮฺ วะอะดิลละตุฮู วะเตาดิหฺ มะซาฮิบ อัลอะอิมมะอฺ บทที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาดฎุฮา เล่มที่ : 1 หน้า : 373)

2 - มีรายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ ชะกีก ได้สอบถามท่านหญิงอาอีชะฮฺ ว่า :

أَكَانَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يُصَلِّي الضُّحَى ؟ قَالَتْ : لَا ، إِلَّا أَنْ يَجِيءَ مِنْ مَغِيبِهِ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ละหมาดฎุฮาหรือไม่ ? ท่านหญิงตอบว่า : ไม่ นอกจากท่าน จะกลับมาจากการเดินทางไกล

(บันทึกโดยมุสลิม หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาดเดินทาง : 717)

ท่านนบีได้ห้ามเดินทางกลับในยามค่ำคืน โดยที่ท่านจะกลับมาในยามเช้าและแวะที่มัสญิดและละหมาด ในเวลาสาย ดังนั้นท่านจะละหมาดฎุฮาในกรณีที่กลับจากการเดินทางไกลโดยแวะพักละหมาดที่มัสญิด

ทรรศนะที่มีน้ำหนักที่สุด : คือ ทรรศนะแรก

การละหมาดฎุฮานั้นเป็นซุนนะฮฺที่เน้นย้ำให้ปฏิบัติ เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ปฏิบัติมัน และชี้แนะให้บรรดาเศาะฮาบะฮฺปฏิบัติมัน ตลอดจนท่านได้สั่งเสียให้ปฏิบัติ ซึ่งการสั่งเสียให้กับบุคคลใดก็ตาม ถือเป็นการสั่งเสียให้กับประชาชาติทั้งหมด ยกเว้นจะมีหลักฐานชัดเจนที่เจาะจงเฉพาะบุคคลนั้น (เศาะลาตุตตะเฏาวุอฺ ฟีเดาอิลกิตาบ วัซซุนนะฮฺ หน้า : 108) ดังที่มีรายงานจากอบีฮุร็อยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

أَوْصَانِيْ خَلِيْلِيْ صَلىَّ اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ بِصِيَامِ ثَلاَثَةِ أَيَّامٍ مِنْ كُلِّ شَهْرٍ وَرَكْعَتَي الضُّحَى وَأَنْ أُوْتِرَ قَبْلَ أَنْ أَرْقُدَ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะซัลลัม ผู้เป็นที่รักยิ่งของฉันได้สั่งเสียแก่ฉันให้ถือศีลอด 3 วันในทุกเดือน ละหมาดฎุฮา 2 ร่อกะอะฮฺ และละหมาดวิตรฺก่อนเข้านอน

(บันทึกโดยมุสลิม : 783)

ท่านอิหม่ามนะวาวียฺ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “หะดีษต่าง ๆ  เหล่านี้ทั้งหมดสอดคล้องกัน ไม่แตกต่างกัน ตามทรรศนะของผู้ที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือผู้ตรวจทาน และผลของมันก็คือ ละหมาดฎุฮานั้นเป็น ซุนนะฮฺที่เน้นย้ำให้ปฏิบัติ(ชัรหฺเศาะเหี๊ยะฮฺมุสลิม อธิบายหะดีษที่ : 717 เล่มที่ : 5 หน้าที่ : 225)

ท่านซัยยิด ซาบิก เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “ละหมาดฎุฮานั้นเป็นอิบาดะฮฺที่ส่งเสริมให้กระทำ บุคคลใดประสงค์ที่จะอยากได้ผลบุญ เขาก็จงปฏิบัติมัน แต่ถ้าไม่ปฏิบัติก็ไม่มีโทษแต่ประการใด(ฟิกฮุซซุนนะฮฺ บทที่ว่าด้วยเรื่องของการละหมาดฎุฮา เล่ม : 1 หน้า : 249)

ท่านอิหม่ามศ็อนอานียฺ เราะฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “ละหมาดฎุฮานั้นส่งเสริมให้กระทำ(ซุบูลุซลาม ชัรหฺบุลูฆุลมะรอม บทที่ว่าด้วยเรื่องละหมาดซุนนะฮฺ เล่ม : 2 หน้า : 29)


                                                                                                                                       ถัดไป ตอนที่ 2 

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 6 พฤษภาคม 57 เวลา 12.00 น.