ลักษณะวิธีการละหมาดตามซุนนะฮ์
ตอนที่ 3


 โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

5. การกล่าวอามีน ( التَأْمِيْنُ  )

เมื่ออ่านอัลฟาติฮะฮ์จบต้นแล้ว ให้กล่าวว่า “ อามีน ” ( آمِيْن ) ทั้งอิมาม,มะอ์มูมและผู้ที่ละหมาดคนเดียว ทั้งนี้ให้กล่าวโดยลากเสียงให้ยาวและออกเสียงให้ดังพร้อม ๆ กันทั้งอิหม่ามและมะอ์มูม ทั้งนี้เฉพาะการละหมาด ที่อ่านเสียงดังเท่านั้น ส่วนการละหมาดที่ต้องอ่านฟาติฮะฮ์ค่อยก็ให้กล่าวอามีนค่อย ท่านอาบูฮุร็อยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إذَا أَمَّنَ الإمَامُ فَأَمِّنُوا فَإنَّهُ مَنْ وَافَقَ تَأْمِيْنُـهُ تَأْمِيْنَ المَلائِكَةِ غُفِرَ لَـهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِـهِ

เมื่ออิหม่ามกล่าว “อามีน” พวกท่านก็จงกล่าว “อามีน” เพราะผู้ใดที่กล่าวอามีนพร้อมการกล่าวอามีน ของ มะลาอิกะฮ์ เขาจะได้รับอภัยโทษจากความผิดที่ผ่านมา

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

ท่านอิบนุชิฮาบได้กล่าว อธิบายหะดีษนี้ว่า “ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็กล่าวว่า อามีน ”

หลังจากอ่านอัลฟาติฮะฮฺแล้วให้อ่านซูเราะฮฺหนึ่งซูเราะฮ์ หรืออายะฮ์อัลกุรอานจำนวนหนึ่งที่ง่ายและสะดวกที่จะ อ่าน การอ่านซูเราะฮ์นั้นให้ค่อยและดังตามการอ่านอัลฟาติฮะฮ์ ในร็อกอะฮ์แรกให้ยาวและมากกว่าในร็อกอะฮ์ ที่สอง ให้อ่านแบบช้าๆด้วยจังหวะและการออกเสียงที่ถูกต้องชัดเจนและด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะน่าฟัง ท่านอาบูก้อตาดะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ( ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อ่านอุมมุล กิตาบ-คืออัลฟาติฮะฮ์-และสองซูเราะฮ์ในสองร็อกอะฮ์แรกของละหมาดซุฮรฺ และในสองร็อกอะฮ์หลังนั้นอ่าน เพียงอุมมุลกิตาบเพียงอย่างเดียว โดยท่านจะอ่านซูเราะฮ์ในร็อกอะฮ์แรกให้ยาวและนานกว่าร็อกอะฮ์ที่สอง และท่านก็ทำในละหมาดอัศรฺและซุบห์แบบนี้ ) บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

6. แบบอย่างและตัวอย่างการอ่านซูเราะฮฺในการละหมาดทั้ง 5 เวลา

จากหะดีษของท่านอาบูก้อตาดะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เข้าใจได้ว่า ตามซุนนะฮ์ของท่านรอซู ลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการอ่านซูเราะฮ์ในละหมาดนั้น ให้อ่านในร็อกอะฮ์แรกให้ยาวกว่าใน ร็อกอะฮ์ที่สอง และหากเป็นไปได้ สมควรอย่างยิ่งที่ผู้ละหมาดจะรักษาแบบอย่างการอ่านซูเราะฮ์ในละหมาด ตามที่มีปรากฏในซุนนะฮ์ของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ด้วย เพื่อให้การละหมาดนั้น เป็นไปอย่างสมบูรณ์และตรงตามซุนนะฮ์มากที่สุด

1. ละหมาดซุบหฺ โดยส่วนใหญ่แล้วท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะอ่านซูเราะฮ์ในละหมาดซุบหฺ ที่มีจำนวนอายะฮ์ ไม่น้อยกว่า 60 อายะฮ์ บางครั้งท่านรอซูลุลลอฮ์อ่านซูเราะฮ์ประเภทฏิวาลมุฟัศซ็อล (คือซูเราะฮ์ยาว) เช่น ซูเราะฮฺกอฟฺ,อัลก้อมัร,อัสซัจญฺดะฮ์และอัรรูมเป็นต้น และบางครั้งก็อ่านซูเราะฮฺประเภท เอาซาฏุลมุฟัศศ็อล (คือปานกลาง) เช่น ซูเราะฮ์อัตตักวีร,อัลอะอฺลา,อัลฆอชิยะฮ์ และบางครั้งก็อ่านประเภท กิซอรุลมุฟัศศ็อลเราะฮ์ (คือสั้นๆ) เช่น ซูเราะฮฺอัซซัลซะละฮฺ,อัลฟะลักและอันนาสเป็นต้น   และบางครั้งท่าน รอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อ่านซูเราะฮฺที่ ยาวทั้งซูเราะฮ์ โดยแบ่งอ่านในร็อกอะฮ์แรกให้มากและ ยาวกว่าในร็อกอะฮฺที่สอง และบ่อยครั้งที่ท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อ่านซูเราะฮ์อัส ซัจญฺดะฮ์ในร็อกอะฮ์แรกของละหมาดซุบหฺวันศุกร์และอ่านซูเราะฮ์อัลอินซานในร็อกอะฮฺที่สอง

2. การละหมาดซุฮรฺ ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะอ่านซูเราะฮ์ในละหมาดซุฮริประมาณ 30 อายะฮ์ น้อยและสั้นกว่าละหมาดซุบหฺ บางครั้งท่านก็อ่านซูเราะฮฺยาว และบางครั้งก็อ่านสูเราะฮฺสั้น มีรายงานว่า บางครั้งท่านอ่านซูเราะฮ์อัลอะอฺลา,อัลลัยลฺ,อัลบุรูจญฺและอัดฏอริกเป็นต้น

3. การละหมาดอัศรฺ  โดยปกติแล้วท่านจะอ่านซูเราะฮ์ในละหมาดอัศรฺน้อยกว่าที่อ่านในละหมาดซุฮรฺ

4. การละหมาดมัฆฺริบ มีรายงานยืนยันว่าบางครั้งท่านอ่านซูเราะฮ์ในละหมาดมัฆริบด้วยซูเราะฮ์ประเภทฏิวาลุล มุฟัศศ็อล เช่น ซูเราะฮ์อัลอะอฺรอฟและอัลอันฟาล บางครั้งก็อ่านประเภทเอาสาฏุลมุฟัศซ็อล เช่น ซูเราะฮ์อัส- ซ็อฟฟ้าตและอัดดุคอน และบางครั้งก็อ่านประเภทกิศอรุลมุฟัศศ็อล เช่น ซูเราะฮ์อัลลอะอฺลา อัตตีน,อัลอิคลาศ, อัลฟะลักและอันนาสเป็นต้น

5. การละหมาดอิชาอ์  ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะอ่านซูเราะฮ์ในละหมาดอิชาอฺประเภท ปานกลางและสั้น เช่น ซูเราะฮ์อัชชัมสฺ,อัลลัยลฺ,อัลอะอฺลาและอัตตีนเป็นต้น

مِفْتَاحُ الصَّلاَةِ الطُّهُورُ وَتَحْرِيمُهَا التَّكْبِيرُ وَتَحْلِيلُهَا التَّسْلِيمُ

กุญแจสู่พิธีละหมาดคือความสะอาด (น้ำละหมาด) การเข้าสู่พิธีคือการตักบีร และการยุติพิธีคือการ กล่าวสลาม

บันทึกโดยอะหมัด,อาบูดาวูด,อัดติรมิซีย์และอิบนุมาญะฮ์์

7. การรู่กั๊วะ ( الرُّكُوْع  )

หลังเสร็จสิ้นจากการอ่านอัลฟาติฮะฮ์และซูเราะฮ์แล้ว ให้หยุดนิ่งชั่วขณะหนึ่ง แล้วยกมือทั้งสองจนถึงระดับไหล่ หรือระดับติ่งหูทั้งสอง พร้อมกับกล่าวตักบีรว่า ( اَللهُ أَكْبَرُ ) แล้วจึงโค้งลงรุกั๊วะ โดยวางมือทั้งสองบนหัวเข่า เสมือนจับหรือกุมไว้ กางนิ้วออกจากกันเล็กน้อย ให้ข้อศอกแยกห่างจากลำตัว ให้แผ่นหลังราบมีระดับเสมอกัน ทั้งหมด ศรีษะอยู่ในระดับเดียวกับหลัง ไม่เชิดศีรษะขึ้นและไม่งุ้มหรือมุดศีรษะลง และให้อยู่ในอาการสงบนิ่ง ในขณะรุกั๊วะชั่วขณะหนึ่ง(ฏุมะนีนะฮ์)   ท่านหญิงอาอิชะฮ์รายงาน จากท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ว่า

وَكَانَ إِذَا رَكَعَ لَمْ يُشْخِصْ رَأْسَهُ وَلَمْ يُصَوِّبْهُ وَلَكِنْ بَيْنَ ذَلِكَ

และเมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม รู่กั๊วะ ท่านจะไม่เชิดศีรษะของท่านขึ้น และจะไม่มุดศีรษะของท่านลง แต่ท่านจะอยู่ในระดับที่พอดี

และเมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม รู่กั๊วะ ท่านจะไม่เชิดศีรษะของท่านขึ้น และจะไม่มุดศีรษะของท่านลง แต่ท่านจะอยู่ในระดับที่พอดี

คือปานกลาง คือไม่เชิดจนสูงและไม่มุดจนต่ำ หะดีษนี้บันทึกโดยมุสลิม

8. บทตัสบีห์ในรู่กั๊วะ (أَذْكَارُ الرُّكُوْعِ  )

8.1 ให้กล่าวว่า

سُبْـحَانَ رَبِّيَ العَظِيْمِ

คำอ่าน ( ซุบหานะ ร็อบบิยัล อะซีม )

บริสุทธิคุณยิ่ง พระผู้อภิบาลแห่งข้าพระองค์ผู้ทรงยิ่งใหญ่

บันทึกโดยมุสลิม

8.2 หรือให้กล่าวว่า

سُبْـحَانَكَ وَبِـحَـمْدِكَ لاَ إلَـهَ إلاَّ أَنْتَ

คำอ่าน ( ซุบหานะกะ วะ บิหัมดิกะ ลาอิลาฮะ อิลลา อันตะ )

บริสุทธิ์ยิ่งพระองค์ท่าน และด้วยการสรรเสริญพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอก จากพระองค์

บันทึกโดยมุสลิม

8.3 หรือให้กล่าวว่า

سُبْـحَانَكَ اللَّهُـمَّ رَبَّنَا وَبِـحَـمْدِكَ اللَّهُـمَّ اغْفِرْ لِيْ

คำอ่าน ( ซุบหานะกัลลอฮุมมะ ร็อบบะนา วะบิหัมดิกะ อัลลอฮุมมัฆฟิรฺลี  )

มหาบริสุทธิ์ยิ่งพระองค์ท่าน โอ้อัลลอฮ์ โอ้พระผู้อภิบาลของเรา และด้วยการสรรเสริญ พระองค์ ได้โปรดประทานอภัยโทษแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

บทตัสบีห์นี้สมควรกล่าวให้มาก ๆ ทั้งในรุกูอฺและในสุญูด

8.4 หรือให้กล่าวว่าี้

سُبُّوحٌ قُدُّوْسٌ رَبُّ المَلاَئِكَةِ وَالرُّوْحِ

คำอ่าน ( ซุบบูหุน กุดดูซุน ร็อบบุล มะลาอิกะติ วัรรูหฺ )

ผู้ทรงบริสุทธิคุณยิ่ง ผู้ทรงศักด์สิทธิ์ยิ่ง พระผู้อภิบาลแห่งมวลมลาอิกะฮฺทั้งหลายและญิบรีล

   บันทึกโดยมุสลิม

8.5 หรือให้กล่าวว่าี้

اللَّهُـمَّ لَكَ رَكَعْتُ وَبِكَ آمَنْتُ وَلَكَ أَسْلَـمْتُ، خَشَعَ لَكَ سَمْعِيْ وَبَصَرِيْ وَمُـخِّيْ وَعَظْمِيْ وَعَصَبِيْ

คำอ่าน ( อัลลอฮุมมะ ละกะ เราะกะอฺตุ, วะบิกะ อามันตุ, วะละกะ อัสลัมตุ, เคาะชะอะ ละกะ ซัมอี, วะ บะเศาะรี, วะมุคคี, วะอัซมี, วะ อะเศาะบี )

โอ้อัลลอฮฺ แด่พระองค์ข้าได้โค้งรุกั๊วะ กับพระองค์ข้าได้ศรัทธา แด่พระองค์ข้าได้สยบยอม หูของข้าฯ ดวงตาของข้าฯ สมองของข้าฯ กระดูกของข้าฯ และเส้นประสาทของข้าฯ ได้น้อมนอบต่อพระองค์แล้ว

บันทึกโดยมุสลิม

8.6 หรือให้กล่าวว่า

سُبْـحَانَ ذِي الجَبَرُوْتِ، وَالمَلَكُوْتِ، وَالكِبْرِيَاءِ، وَالعَظَمَةِ

คำอ่าน  ( สุบหานะ ซิล วะบะรูต วัล มะละกูต วัล กิบริยาอ์ วัล อะเซาะมะฮฺ )

มหาบริสุทธิ์ยิ่ง พระองค์ผู้ทรงยิ่งด้วยความเกรียงไกร อำนาจบารมี ศักดิ์ศรี และความยิ่งใหญ่

บันทึกโดยอาบูดาวูดและอันนะซาอีย์

โดยให้กล่าวทั้งในรุกูอฺและในสุญูด

ทั้งนี้หากมีความสามารถให้ใช้บทตัสบีหฺสำนวนนี้บ้าง สำนวนนั้นบ้าง ตามโอกาสและความสะดวก เพื่อเป็นการ รักษาไว้ซึ่งซุนนะฮฺแบบอย่างของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในทุกๆสำนวนที่ได้มีรายงานไว้


ย้อนกลับ ตอนที่ 2                                                                                                 ถัดไป ตอนที่ 4  

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 8 กันยายน 56 เวลา 12.30 น.