ลักษณะวิธีการละหมาดตามซุนนะฮ์
ตอนที่ 1


 โดย อ.อับดุลลอฮฺ สุไลหมัด

 

การละหมาดคืออะไร ?

การละหมาด หรืออัส-ศอลาฮฺ ( الصَّلاَةُ ) คือ ศาสนกิจที่ประกอบด้วยอิริยาบถและคำอ่านต่าง ๆ ที่เริ่มพิธีด้วยการ กล่าวตักบีรและเสร็จพิธีด้วยการกล่าวสลาม

การละหมาดคือเสาหลักของศาสนาอิสลาม ท่านมุอาซบินญะบัล ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

رَأْسُ الأَمْرِ اْلإِسْلاَمُ وَعَمُودُهُ الصَّلاَةُ

สิ่งสำคัญสุดของกิจการทั้งปวงคืออิสลาม และเสาหลักของอิสลามคือการละหมาด

บันทึกโดยอะหมัดและอัดติรมิซีย์

การละหมาดเป็นรู่ก่นหรือโครงสร้างหลักของศาสนาอิสลาม ท่านอับดุลลอฮ์อิบนุอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

بُنِيَ اْلإِسْلاَمُ عَلَى خَمْسٍ

ศาสนาอิสลามถูกสร้างขึ้นบนหลักพื้นฐาน (รู่ก่น) 5 ประการ

และหนึ่งในห้าประการที่ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวถึงก็คือ

وَإِقَامِ الصَّلاَةِ

การดำรงละหมาด

บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

การละหมาดคือภารกิจแรกที่จะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์ ท่านอาบูฮุรอยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ أَوَّلَ مَا يُحَاسَبُ النَّاسُ بِهِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ مِنْ أَعْمَالِهِمْ الصَّلاَةُ

ประการแรกที่มนุษย์จะถูกไต่สวนในวันกิยามะฮ์ จากภารกิจต่างๆของพวกเขาคือการละหมาด

บันทึกโดยอาบูดาวูดและอัลบัยฮะกีย์

การละหมาดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ละหมาดฟัรฎูและหมาดซุนนะฮ์ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้บัญญัติให้ผู้ศรัทธาละหมาดฟัรฎูในวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง 5 เวลา คือ

(1) “ อัซซุฮรฺ ” ( الظُهْر ) เวลาบ่าย เมื่อตะวันเริ่มคล้อยจน ถึงเมื่อเงาของวัตถุยาวเท่าตัวเอง

(2) “ อัลอัศรฺ ” ( العَصْرُ ) เวลาเย็น เริ่มจากเมื่อเงาของวัตถุเริ่มยาวกว่าตัวเองจนถึงเมื่อดวงอาทิตย์ตก

(3) “ อัลมัฆริบฺ ” ( المَغْرِبُ ) เวลาหัวค่ำ เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจนถึงสิ้นสุดแสงสนธยา

(4) “ อัลอิชาอ์ ” ( الْعِشَاء ) เวลาค่ำ เมือสิ้นแสงสนธยาจนถึงครึ่งคืน และ

(5) “ อัลฟัจญ์รฺ ” ( الْفَجْرُ ) เวลาหัวรุ่ง เมื่อแสงรุ่งอรุณจริงปรากฏจนถึงก่อนอาทิตย์ขึ้น อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า

إِنَّ الصَّلَاةَ كَانَتْ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ كِتَابًا مَوْقُوتًا

แท้จริงการละหมาดได้ถูกกำหนดให้เป็นภารกิจหน้าที่แก่ผู้ศรัทธาโดยมีกำหนดเวลาที่แน่นอน

ซูเราะฮ์อันนิซาอฺ อายะฮ์ที่ 103

การเตรียมพร้อมก่อนละหมาด

ผู้ละหมาดต้องอยู่ในสภาพที่สะอาดตามหลักการศาสนา (หลักฏอฮาเราะฮ์) เสื้อผ้าที่สวมใส่และบริเวณ ละหมาดต้องสะอาดปราศจากนายิส ร่างกายต้องสะอาดปราศจากหะดัษเล็กและใหญ่ ท่านอาบูฮุรอยเราะฮ์   ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

لاَ يَقْبَلُ اللهُ صَلاَةَ أَحَدِكُمْ إِذَا أَحْدَثَ حَتَّى يَتَوَضَّأَ

อัลลอฮ์จะไม่พิจารณาตอบรับการละหมาดของผู้หนึ่งผู้ใดในหมู่พวกท่านในขณะที่มีหะดัษอยู่ จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาดเสียก่อน

บันทึกโดยอะหมัด,อัลบุคอรีย์และอาบูดาวูด

ผู้ละหมาดจะต้องกั้นเขตหรือกำหนดบริเวณสำหรับละหมาดอย่างชัดเจน โดยวางวัสดุหรือสิ่งของที่สามารถที่ สังเกตเห็นได้ด้านหน้าผู้ละหมาด (เรียกว่าซุตเราะฮ์) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดเดินผ่านหน้าขณะละหมาดได้ และให้ยืนละหมาดใกล้บริเวณซุตเราะฮ์นั้นมากที่สุด ท่านอาบูสะอีดอัลคุดรีย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุล ลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

إِذَا صَلَّى أَحَدُكُمْ فَلْيُصَلِّ إِلَى سُتْرَةٍ وَلْيَدْنُ مِنْهَا

"เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านละหมาด เขาจงละหมาดไปยังซุตเราะฮ์และจงให้ใกล้มันมากที่สุด"

บันทึกโดยอาบูดาวูดและอิบนุมาญะฮ์

และเมื่อกั้นเขตแล้ว ปรากฏว่ายังมีผู้เดินผ่านหน้าก็ไม่ถือว่ามีผลกระทบต่อการละหมาดของเขาแต่อย่างใด ท่านอาบูฮุรอยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مُؤَخَّرَةُ الرَّحْلِ تَكُوْنُ بَيْنَ يَدَيْ أَحَدِكُمْ ثُمَّ لاَ يَضُرُّهُ مَا مَرَّ عَلَيْهِ

เพียงไม้ขัดเชือกรัดอานท่อนหนึ่งที่วางไว้ด้านหน้าพวกท่าน (ขณะละหมาด) จากนั้นสิ่งที่ผ่านด้าน หน้าเขาจะไม่ กระทบต่อการละหมาดเขาแต่อย่างใด ”    

บันทึกโดยอะหมัด,มุสลิม,อาบูดาวูดและอิบนุมาญะฮ

สรุปว่า   มุสลิมที่จะละหมาดได้นั้นต้องเพียบพร้อมด้วยเงื่อนไขสำคัญ 4 ประการต่อไปนี้  คือ

1. มีความสะอาดตามศาสนบัญญัติ สะอาดจากหะดัษเล็กและใหญ่ สะอาดจากนายิสสิ่งสกปรกโสโครกตาม ศาสนบัญญัติ ทั้งร่างกาย,เสื้อผ้าและสถานที่

2. ปกปิดร่างกาย (เอาเราะฮ์) ให้มิดชิด และเรียบร้อยตามสมควร

3. หันหน้าไปทิศกิบละฮ์

4. เข้าเวลาหรืออยู่ในเวลาที่สามารถทำละหมาดได้

การละหมาดตามซุนนะฮ์

การละหมาดเป็นอิบาดะฮ์ และการอิบาดะฮ์ทุกประเภทต้องเป็นไปตามรูปแบบและลักษณะวิธีเฉพาะที่ศาสนา ได้บัญญัติไว้เท่านั้น ห้ามเพิ่มเติมหรือตัดทอนเปลี่ยนแปลงแก้ไขในเรื่องการละหมาดโดยเด็ดขาด เพราะถือเป็น การก้าวก่ายและอุตริในศาสนา (บิดอะฮ์) และเป็นการขัดต่อคำสั่งของท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม ฉะนั้นผู้ละหมาดต้องรักษารูปแบบที่มีรายงานจากท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไว้เท่านั้น ท่านมาลิกอิบนุลหุวัยริษ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวกำชับถึงเรื่องนี้ไว้ว่า

وَصَلُّوْا كَمَا رَأَيْتُمُونِيْ أُصَلِّيْ

"และพวก ท่านจงละหมาดตามที่พวกท่านเห็นฉันละหมาด

บันทึกโดยอัลบุคอรีย

และการละหมาดใดที่ปฏิบัติผิดเพี้ยนแตกต่างหรือไม่ตรงตามรูปแบบและลักษณะวิธีการละหมาดของท่าน รอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วถือว่าใช้ไม่ได้ (ไม่เซาะฮ์) ไม่ได้รับการพิจารณาตอบรับจากอัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และเป็นความผิดอีกต่างหากด้วย ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้รายงานไว้ว่า ท่านรอซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

مَنْ عَمِلَ عَمَلاً لَيْسَ عَلَيْهِ أَمْرُنَا فَهُوَ رَدٌّ

ผู้ใดกระทำการใดที่ไม่เป็นไปตามคำสั่งใช้ของเรา( หมายถึง ไม่ตรงตามศาสนาบัญญัติของเรา ) การงาน นั้นย่อมถูกปฏิเสธ

บันทึกโดยมุสลิม

อินชาอัลลอฮฺ อ่านต่อตอนที่ 2


                                                                                                                                       ถัดไป ตอนที่ 2 

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 14 สิงหาคม 56 เวลา 21.20 น.