อุศูลุษษะลาษะฮฺ วะอะดิลละตุฮา

หลักพื้นฐานสำคัญ 3 ประการและหลักฐาน  ตอนที่ 2



โดย  ชัยคุลอิสลาม อัลอิมามุลมุญัดดิด มุฮัมหมัด อิบนิ อับดิลวะฮาบ

แปลและเรียบเรียงโดย วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

ฉะนั้นแล้วเมื่อมีคนถามท่านว่า : อะไรคือรากฐานทั้งสามซึ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์ที่ต้องรู้จักสิ่งนั้น ? ดังนั้นก็ให้ท่าน ตอบไปว่า : การรู้จักของบ่าวต่อพระผู้เป็นเจ้า ศาสนาของพระองค์ และนบีของพระองค์ คือ มุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

รากฐานที่หนึ่ง : การรู้จักพระผู้เป็นเจ้า

ฉะนั้นแล้วเมื่อมีคนถามท่านว่า : ใครคือพระผู้เป็นเจ้าของท่าน ? ดังนั้นก็ให้ท่านตอบไปว่า : พระผู้เป็นเจ้าของฉัน คืออัลลอฮฺ คือผู้ซึ่งที่เป็นพระผู้เป็นเจ้า ดูแลกิจการระบบของโลกทั้งมวล ด้วยความเมตตาของพระองค์ พระองค์คือผู้ซึ่งที่ถูกเคารพกราบไหว้ ฉันต้องไม่กราบไหว้ต่อสิ่งอื่นนอกจากพระองค์ และหลักฐานของ คำกล่าวของพระองค์ที่ว่า :

الْحَمْدُ لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ

การสรรเสริญทั้งมวลเป็นของอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าของโลกทั้งมวล

(อัลฟาติหะฮฺ : 2)

และทุกสิ่งนอกจากพระองค์นั้นคือชาวโลก และฉันก็คือหนึ่งในชาวโลก ฉะนั้นแล้วเมื่อมีคนถามท่านว่า : ด้วยสิ่งใดที่ท่านรู้ถึงพระผู้เป็นเจ้าของท่าน ? ดังนั้นก็ให้ท่านตอบไปว่า : ด้วยกับหลักฐานต่าง ๆ และสิ่งที่ถูกสร้าง ต่าง ๆ ของพระองค์ และหลักฐานของพระองค์นั้น อาทิเช่น : กลางคืน และกลางวัน , ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ และสิ่งที่ถูกสร้างต่าง ๆ อาทิเช่น : ชั้นฟ้าและแผ่นดินทั้งเจ็ดต่าง ๆ รวมไปถึงบรรดาสรรพสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและ แผ่นดิน และอยู่ระหว่างชั้นฟ้าและแผ่นดิน และหลักฐานของคำกล่าวของพระองค์ที่ว่า :

وَمِنْ آَيَاتِهِ اللَّيْلُ وَالنَّهَارُ وَالشَّمْسُ وَالْقَمَرُ لَا تَسْجُدُوا لِلشَّمْسِ وَلَا لِلْقَمَرِ وَاسْجُدُوا لِلَّهِ الَّذِي خَلَقَهُنَّ إِنْ كُنْتُمْ إِيَّاهُ تَعْبُدُونَ

และส่วนหนึ่งจากเครื่องหมายต่าง ๆ ของพระองค์นั้น คือ การมีกลางคืน กลางวัน ดวงอาทิตย์  และดวงจันทร์ พวกเจ้าทั้งหลายจงอย่าเคารพกราบไหว้ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ แต่พวกเจ้าจง เคารพกราบไหว้อัลลอฮฺ ผู้ซึ่งที่ทรงบันดาลสรรพสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นขึ้นมา หากว่าพวกเจ้าจะเคารพกราบ ไหว้แด่พระองค์เท่านั้น

(ฟุศศิลัต : 37) 

อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงตรัสว่า :

إِنَّ رَبَّكُمُ اللَّهُ الَّذِي خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضَ فِي سِتَّةِ أَيَّامٍ ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ يُغْشِي اللَّيْلَ النَّهَارَ يَطْلُبُهُ حَثِيثًا وَالشَّمْسَ وَالْقَمَرَ وَالنُّجُومَ مُسَخَّرَاتٍ بِأَمْرِهِ أَلَا لَهُ الْخَلْقُ وَالْأَمْرُ تَبَارَكَ اللَّهُ رَبُّ الْعَالَمِينَ

ความจริงแล้วพระเจ้าของพวกเจ้า คือ อัลลอฮฺ ผู้ซึ่งที่ทรงบันดาลชั้นฟ้าและแผ่นดินต่าง ๆ ภายใน หกวัน แล้วสถิตอยู่บนลังลังก์ พระองค์ทรงให้กลางคืนครอบคลุมกลางวันในสภาพที่กลางคืนไล่ตาม กลางวันโดยรวดเร็ว และทรงบันดาลดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ และบรรดาดวงดาวขึ้นโดยถูกกำหนด ให้ทำหน้าที่บริการ ตามพระบัญชาของพระองค์ พึงรู้เถิดว่า การดลบันดาลและกิจการทั้งหลายนั้นเป็น สิทธิของพระองค์เท่านั้น มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก

(อัลอะอฺรอฟ : 54)

ความหมายของพระเจ้าคือ : ผู้ที่ถูกเคารพภักดี และหลักฐานของคำกล่าวของพระองค์ที่ว่า :

يَا أَيُّهَا النَّاسُ اعْبُدُوا رَبَّكُمُ الَّذِي خَلَقَكُمْ وَالَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ (21) الَّذِي جَعَلَ لَكُمُ الْأَرْضَ فِرَاشًا وَالسَّمَاءَ بِنَاءً وَأَنْزَلَ مِنَ السَّمَاءِ مَاءً فَأَخْرَجَ بِهِ مِنَ الثَّمَرَاتِ رِزْقًا لَكُمْ فَلَا تَجْعَلُوا لِلَّهِ أَنْدَادًا وَأَنْتُمْ تَعْلَمُونَ (22)

โอ้มวลมนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าจงกราบไหว้ เคารพพระเจ้าของพวกเจ้า ผู้ซึ่งทรงบันดาลพวกเจ้า และผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อที่ว่าพวกเจ้าจะได้เกิดความยำเกรง (21) ผู้ซึ่งทรงทำให้แผ่นดิน เป็นที่ราบ และชั้นฟ้าเป็นอาคารสำหรับพวกเจ้า และทรงหลั่งน้ำฝนลงมาจากฟากฟ้า แล้วได้ทรง ให้บรรดาผลไม้ชนิดต่าง ๆ ออกมา เนื่องด้วยน้ำฝนนั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าให้มีผู้เท่าเทียมใด ๆ ขึ้น สำหรับอัลลอฮฺ โดยที่พวกเจ้าก็รู้กันอยู่ (22)

(อัลบะกอเราะฮฺ : 21-22) 

อิหม่าม อิบนุ กะษีร เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า : “ผู้ทรงบันดาล (สร้าง) สำหรับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น คือ ผู้ที่คู่ควรที่สุดสำหรับการได้รับการเคารพภักดี

และชนิดต่าง ๆ ของการเคารพภักดี ซึ่งที่อัลลอฮฺ ทรงสั่งใช้ให้ปฏิบัติสิ่งดังกล่าว อาทิเช่น : การเป็นมุสลิม , ศรัทธาต่อพระองค์ , การทำความดี , และหลักปลีกย่อยต่าง ๆ เช่น : การวิงวอนขอต่อพระองค์ , การยำเกรงต่อ พระองค์ , การมีความหวังที่จะพบพระองค์ , การมอบหมายต่อพระองค์ , การมีความปรารถนาในความเมตตา , การมีหวาดหวั่นต่อการลงโทษ , การถ่อมตน , การมีความเกรงกลัว , การกลับตัว , การขอความช่วยเหลือ , การขอความคุ้มครอง , การขอความอนุเคราะห์ , การเชือดสัตว์ , การบนบาน และนอกเหนือจากนี้ ที่เป็นชนิดต่าง ๆ ของการเคารพภักดี ซึ่งที่อัลลอฮฺทรงสั่งใช้ให้ปฏิบัติ ทั้งหมดเป็นของอัลลอฮฺ และหลักฐานของคำกล่าว ของพระองค์ที่ว่า :

وَأَنَّ الْمَسَاجِدَ لِلَّهِ فَلَا تَدْعُوا مَعَ اللَّهِ أَحَدًا

และความจริงแล้วบรรดามัสญิดนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ  ฉะนั้นแล้วพวกเจ้าทั้งหลายอย่าได้อ้อน วอนผู้ใดไปพร้อมกับอัลลอฮฺ

(อัลญิน : 18)

ฉะนั้นแล้วบุคคลใดที่หันเหจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺด้วยสิ่งใด เพื่อไปให้แก่สิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ ดังนั้นแล้วเขาคือผู้ที่ตั้งภาคีและเป็นผู้ที่ปฏิเสธต่ออัลลอฮฺ และหลักฐานของคำกล่าวของพระองค์ที่ว่า :

وَمَنْ يَدْعُ مَعَ اللَّهِ إِلَهًا آَخَرَ لَا بُرْهَانَ لَهُ بِهِ فَإِنَّمَا حِسَابُهُ عِنْدَ رَبِّهِ إِنَّهُ لَا يُفْلِحُ الْكَافِرُونَ

และบุคคลใดที่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นเคียงคู่กับอัลลอฮฺ โดยที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ในสิ่งนั้น ฉะนั้นแล้ว การคิดบัญชีของเขาอยู่ที่ ณ ที่พระเจ้าของเขา แท้จริงแล้วบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาเขาจะไม่ประสบ ความสำเร็จ

(อัลมุอฺมินูน : 117)

หะดีษบทหนึ่งท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :

الدُّعَاءُ مُخُّ الْعِبَادَةِ

การวิงวอนขอดุอาอฺ คือมันสมองของอิบาดะฮฺ

(บันทึกโดยติรมีซียฺ : 3371 อบูดาวุด : 1479 อิบนุมาญะฮฺ : 3828 ด้วยสำนวนที่ว่า : “การวิงวอนขอดุอาอฺ คือการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ”)

และหลักฐานของคำกล่าวของพระองค์ที่ว่า :

وَقَالَ رَبُّكُمُ ادْعُونِي أَسْتَجِبْ لَكُمْ إِنَّ الَّذِينَ يَسْتَكْبِرُونَ عَنْ عِبَادَتِي سَيَدْخُلُونَ جَهَنَّمَ دَاخِرِينَ

พระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้าทรงตรัสว่า พวกท่านทั้งหลายจงวิงวอนขอดุอาอฺต่อข้า ข้าจะตอบรับการ วิงวอนของพวกเจ้า ความจริงแล้วบรรดาผู้ซึ่งที่หยิ่งยะโส โอหัง จากการเคารพภักดีต่อข้านั้น เขาจะเข้าไปในนรกญะฮันนัมอย่างต่ำต้อย

(ฆอฟิรฺ : 60)

ส่วนหลักฐาน เรื่องความกลัว นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

فَلَا تَخَافُوهُمْ وَخَافُونِ إِنْ كُنْتُمْ مُؤْمِنِينَ

...ฉะนั้นแล้วพวกเจ้าอย่าได้กลัวพวกเขา (ศัตรูของอัลลอฮฺ) แต่จงกลัวข้า หากว่าพวกเจ้าคือผู้ศรัทธา

(อาลิอิมรอน : 175)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการมีความหวังที่จะพบพระองค์ นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

فَمَنْ كَانَ يَرْجُوا لِقَاءَ رَبِّهِ فَلْيَعْمَلْ عَمَلًا صَالِحًا وَلَا يُشْرِكْ بِعِبَادَةِ رَبِّهِ أَحَدًا

...ฉะนั้นแล้วบุคคลใดหวังที่จะพบพระผู้เป็นเจ้าของเขา ดังนั้นแล้วจงปฏิบัติการงานที่ดี และอย่า ได้ให้ตั้งสิ่งใดเป็นหุ้นส่วนในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขา

(อัลกะฮฺฟิ : 110)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการมอบหมายต่ออัลลอฮฺ นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

وَعَلَى اللَّهِ فَتَوَكَّلُوا إِنْ كُنْتُمْ مُؤْمِنِينَ

....พวกเจ้าทั้งหลายจงมอบหมายต่ออัลลอฮฺเถิด หากว่าพวกเจ้าคือผู้ศรัทธา

(อัลมาอิดะฮฺ  : 23)

อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

وَمَنْ يَتَوَكَّلْ عَلَى اللَّهِ فَهُوَ حَسْبُهُ

และบุคคลใดที่มอบหมายต่ออัลลอฮฺ ก็เป็นที่เพียงพอเขาแล้ว

(อัฏเฏาะลาก : 3)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการมีความปรารถนา , การมีหวาดหวั่น , การถ่อมตน นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

إِنَّهُمْ كَانُوا يُسَارِعُونَ فِي الْخَيْرَاتِ وَيَدْعُونَنَا رَغَبًا وَرَهَبًا وَكَانُوا لَنَا خَاشِعِينَ

...แท้จริงพวกเขา (บรรดานบีก่อน ๆ) แข่งขันกันในการทำความดี และพวกเขาวิงวอนเราด้วยความ ปราถนาในความเมตตาของเรา และด้วยความหวาดหวั่นต่อการลงโทษของเรา และพวกเขาเป็นผู้ถ่อม ตนเกรงกลัวต่อเรา

(อัลอัมบิยาอฺ : 90)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการมีความเกรงกลัว นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

فَلَا تَخْشَوْهُمْ وَاخْشَوْنِي

...ฉะนั้นแล้วพวกเจ้าอย่าได้เกรงกลัวพวกเขา (บรรดาผู้อธรรม) แต่พวกเจ้าจงเกรงกลัวข้า

(อัลบะกอเราะฮฺ : 150)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการกลับตัว นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

وَأَنِيبُوا إِلَى رَبِّكُمْ وَأَسْلِمُوا لَهُ

และพวกเจ้าจงกลับตัวไปสู่พระผู้เป็นเจ้าของพวกเจ้า และจงยอมจำนนต่อพระองค์

(อัซซุมัร : 54)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการขอความช่วยเหลือ นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

إِيَّاكَ نَعْبُدُ وَإِيَّاكَ نَسْتَعِينُ

เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่เราเคารพสักการะ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่เราขอความช่วยเหลือ

(อัลฟาติหะฮฺ : 5)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

إِذَا اسْتَعَنْتَ فَاسْتَعِنْ بِاللهِ

เมื่อพวกท่านขอความช่วยเหลือ จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺฺ

(บันทึกโดยอะหมัด , มุสนัด : 195/3 ติรมีซียฺ : 2515 อัลบานียฺ , มิชกาต : 5302)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการขอความคุ้มครอง นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

قُلْ أَعُوذُ بِرَبِّ النَّاسِ

จงกล่าวเถิด (มุฮัมหมัด) ฉันขอความคุ้มครองจากพระผู้เป็นเจ้าแห่งมนุษย์ชาติ

(อันนาซ : 1)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการขอความอนุเคราะห์ นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

إِذْ تَسْتَغِيثُونَ رَبَّكُمْ فَاسْتَجَابَ لَكُمْ

จงรำลึกขณะที่พวกเจ้าขอความอนุเคราะห์ยามคับขันต่อพระเจ้าของพวกเจ้า แล้วพระองค์ก็ทรงรับ สนองแก่พวกเจ้า...

(อัลอันฟาล : 9)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการเชือดสัตว์ นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

قُلْ إِنَّ صَلَاتِي وَنُسُكِي وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِي لِلَّهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ (162)  لَا شَرِيكَ لَهُ وَبِذَلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَا أَوَّلُ الْمُسْلِمِينَ (163)

จงกล่าวเถิด (มุฮัมหมัด) ความจริงแล้ว การละหมาดของฉัน การเชือดสัตว์ของฉัน การมีชีวิตของฉัน และการตายของฉัน เป็นไปเพื่ออัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลกทั้งมวล (162) ไม่มีภาคีใด ๆ ต่อพระองค์ และด้วยสิ่งนั้นแหละข้าพระองค์ถูกใช้ และข้าพระองค์คือบุคคลแรกในบรรดาผู้ยอมจำนนทั้งหลาย (163)

(อันอาม : 162-163)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า :

لَعَنَ اللهُ مَنْ ذَبَحَ لِغَيْرِ اللهِ

อัลลอฮฺทรงสาปแช่งบุคคลที่เชือดสัตว์เพื่อสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺฺฺ

(บันทึกโดยมุสลิม : 1978)

ส่วนหลักฐาน เรื่องการบนบาน นั้น : อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงตรัสว่า :

يُوفُونَ بِالنَّذْرِ وَيَخَافُونَ يَوْمًا كَانَ شَرُّهُ مُسْتَطِيرًا

พวกเขาปฏิบัติตามคำบนบาน และกลัวต่อวันหนึ่งที่ความเลวร้ายจะกระจายไปทั่ว

(อัลอินซาน : 7)

อินชาอัลลอฮฺ อ่านต่อตอนที่ 3


 ย้อนกลับ ตอนที่ 1                                                                                                      ถัดไป ตอนที่ 3

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 3 ุมภาพันธ์ 57 เวลา 21.40 น.