การตะวัซซุ้ลในอิสลาม ตอนที่ 8



โดย  อ.อับดุลฮากีม มังเดชะ

 

ผลร้ายของการตะวัสสุ้ลที่ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติศาสนา

จากการตะวัสสุ้ลที่ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติศาสนา ผลของมันจะกลายเป็นการทำชีริกใหญ่ ซึ่งหมายถึง การกระทำซึ่งทำให้บุคคลเป็นผู้ปฏิเสธอิสลาม และสิ้นสภาพจากการเป็นมุสลิมี(1)

ชีริกใหญ่นั้นทำให้ตกออกจากศาสนา และต่อมาเลือดก็จะเป็นที่อนุมัติ หมายถึงการอนุญาตให้ฆ่าได้และท้ายที่สุด ก็ลงสู่ไฟนรก (2)

อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

จงประหัตประหารมุชริกเหล่านั้น ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเจ้าพบพวกเขา และจงจับพวกเขาและจงล้อม พวกเขา และจงนั่งสอดส่องพวกเขาทุกจุดที่สอดส่อง

สูเราะฮฺ อัตเตาบะฮฺ, 9: 5.

อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้มีภาคี ขึ้นแก่พระองค์ และพระองค์ ทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้น สำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น

สูเราะฮฺ อันนิสาอฺ, 4: 48.

อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

แท้จริงผู้ใดให้มีภาแก่อัลลอฮ์ แน่นอนอัลลอฮ์จะทรงให้สวรรค์เป็นที่ต้องห้ามแก่เขา และที่พำนักของ เขานั้นคือนรก และสำหรับบรรดาผู้อธรรมนั้นย่อมไม่มีผู้ช่วยเหลือใด ๆ

สูเราะฮฺ อัลมาอิดะฮฺ, 5: 72.

เช่นเดียวกันชีริกนั้นทำให้การงานต่างๆไร้ผล (3)

อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

และหากเขาได้ให้มีภาคีขึ้นแล้ว แน่นอนสิ่งที่พวกเขาเคยกระทำกันมา ก็สูญสิ้นไปจากพวกเขา”

สูเราะฮฺ อัลอันอาม, 6: 88.

อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

และโดยแน่นอน ได้มีวะฮียฺมายังเจ้า (มุหัมมัด) และมายังบรรดานบีก่อนหน้าเจ้าหากเจ้าตั้งภาคี (กับอัลลอฮฺ) แน่นอนการงานของเจ้าก็จะไร้ผล และแน่นอนเจ้าจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน

สูเราะฮฺ อัซซุมัร, 39: 65.

ผู้ที่ทำชีริกการเชือดสัตว์ของเขานั้นใช้ไม่ได้ ดังที่อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

และพวกเจ้าจงอย่าบริโภคจากสิ่งที่พระนามของอัลลอฮ์มิได้ถูกกล่าวบนมัน และแท้จริงมันเป็น การละเมิดแน่ๆ และแท้จริงบรรดาชัยฏอนนั้นจะกระซิบกระซาบแก่บรรดาสหายของมัน เพื่อพวกเขา จะได้โต้เถียงกับพวกเจ้า และถ้าหากพวกเจ้าเชื่อฟังพวกเขา แน่นอนพวกเจ้าก็เป็นผู้ให้มีภาคีขึ้น”

สูเราะฮฺ อัลอันอาม, 6:121.

และสำหรับผู้ที่ทำชีริกนั้น ไม่สามารถที่จะรับมรดก และสืบทอดมรดกได้ และทรัพย์สินของเขานั้นต้องตก เป็นของคลังแผ่นดิน และไม่สามารถละหมาดให้ได้รวมถึงห้ามนำศพไปไว้ในกุบูรร่วมกับมุสลิมทั้งหลายด้วย

เหล่านี้คือ ชีริกที่ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงและเป็นความอธรรมที่รุนแรง ดังที่ที่อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสว่า

อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้มีภาคีขึ้นแก่พระองค์ และพระองค์ ทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้นสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น

สูเราะฮฺ อันนิสาอฺ, 4:48.

หะดีษโดยท่านอิบนุมัสอู๊ดรายงานว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

من مات وهو يدعو من دون الله ندا دخل النار

ใครที่ตายในขณะที่เขาอ้อนวอนขอจากสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ จะเข้าสู่นรก”

บุคคอรี, ศอหีหฺ, หมวดการอธิบายกุรอ่าน, บรรพใครที่ยึดสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺนั้นเป็นชีริก, เลขที่ : 4497.

ท่านอบูฮุรอยเราะฮฺรายงานว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

زار النبي صلى الله عليه وسلم قبر أمه فبكى وأبكى من حوله فقال إستأذنت ربي في أن أستغقرلها فلم يأذن لي

ท่านบีได้ไปเยี่ยมหลุมฝังศพของมารดาและได้ร้องไห้และร้องไห้รอบบริเวณนั้น พร้อมกล่าวว่า “ฉันได้ขอให้อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงอภัยโทษให้ท่าน แต่พระองค์ไม่ทรงตอบรับฉัน”

อิบนุมาญะฮฺ, อัสสุนัน, หมวดคนตาย, บรรพสิ่งที่มาในการเยี่ยมสุสานของมุชริกีน, เลขที่ 1573.

หะดีษที่กล่าวถึงชีริกนั้นมีมากมาย ทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงแค่บางส่วนที่นำมาหยิบยกมาเท่านั้น

ดังนั้นผู้ที่นำสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาเสมอเหมือนอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลา เขาจะตกอยู่ในนรกอย่างถาวรและ พระองค์อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาจะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่เขา นอกจากเขาจะกลับตัวก่อนสิ้น ลมหายใจสุดท้าย

(1)  สมาคมนักเรียนเก่าศาสนวิทยา, แหล่งเดิม, หน้าที่ :32.

(2) อบูบักรฺมูหัมมัดซะกะรียา, ชิรกฺฟิลกอดีมวัลหะดีษ, มักตะบะตุรรุชดฺ, ซาอุดิอารเบีย, ม.ป.ป., หน้าที่ :160.

(3) อบูบักรฺมูหัมมัดซะกะรียา, แหล่งเดิม, หน้าที่:  72.


 ย้อนกลับ ตอนที่ 7

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 57 เวลา 21.30 น.