การตะวัซซุ้ลในอิสลาม ตอนที่ 4



โดย  อ.อับดุลฮากีม มังเดชะ

 

4. การตะวัสสุ้ลด้วยดุอาอฺ หรือการขอให้คนดีขอดุอาอฺให้กับเราเพื่อหวังการตอบรับ

เมื่อมุสลิมได้ตกอยู่ในความคับแค้นใจอย่างมาก หรือหาทางที่จะแก้ไขปัญหาที่เขากำลังประสพอยู่ แต่เขารู้ตัวดี ว่าเขาไม่สามารถที่จะได้รับการใกล้ชิดกับอัลลอฮ ฺซุบหานะฮูวะตะอาได้ ดังนั้นจำเป็นที่เขาจะต้องยึดหรือหาสื่อ กลางที่สามารถทำให้ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาได้ เขาจึงไปยังคนที่ศอลิหฺและมีความตักวา หรือมี คววามประเสริฐและมีความรู้เกี่ยวกับกุรอานและสุนนะฮฺ และเขาได้ขอให้คนที่ศอลิหฺวิงวอนขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาให้แก่เขา เพื่อถอดถอนความเสียใจและความทุกข์ของเขา สิ่งนี้เป็นการตะวัสสุ้ลชนิดสุดท้าย ของการตะวัสสุ้ลที่ถูกบัญญัติไว้หรือการตะวัสสุ้ลด้วยกับดุอาอฺของท่านนบี มูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ดังมีตัวอย่างจากบรรดาศอหาบะฮฺ.(1) ซึ่งเป็นหะดีษที่ชายตาบอดได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

أنه جاء إلى النبي صلى الله عليه وسلم فيسأله أن يدعو الله أن يرد بصره عينه فأمره أن يتوضأ فيصلي ركعتين ويقول : اللهم إني أسألك وأتوجه إليك بنبيك محمد نبي الرحمة يامحمد يا نبي الله إني أتوجه بك إلى ربي في حاجتي لتقضيها اللهم فشفعه في " فدعا الله فرد الله عليه بصره

“แท้จริงชายตาบอดได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเขาได้ขอให้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ดุอาอฺต่ออัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาเพื่อให้พระองค์ตอบรับการมองเห็นของเขา ดังนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ใช้ให้เขาอาบน้ำละหมาดและละหมาดสองร่อกะอัตและชาย ตาบอดก็กล่าวว่า “โอ้อัลลอฮฺฉันขอต่อพระองค์และฉันวิงวอนต่อพระองค์ด้วยกับนบีของพระองค์ คือมูหัมมัด นบีแห่งความเมตตา โอ้มูหัมมัด ดอ้นบีของอัลลอฮฺ แท้จริงฉันได้วิงวอนด้วยกับท่านไปยัง พระผู้อภิบาลของฉันในสิ่งที่ฉันต้องการเพื่อให้พระองค์ ทรงตอบรับมัน”

(อิบนุมาญะฮฺ, อัสสุนัน, หมวดการดำรงละหมาด, บรรพสิ่งที่มีมาในอายะฮฺ, เลขที่ :1380)

และนบีก็ขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺทรงช่วยเหลือเขาในเรื่องดังกล่าว ดังนั้นอัลลอฮฺจึงตอบรับด้วยกับการมองเห็น ของเขา

การตะวัสสุ้ลด้วยดุอาอฺของท่านนบีเป็นสิ่งที่อนุญาตและมีการยืนยัน แต่ทว่ามันไม่สามารถจะทำได้นอกจากใน ขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่เท่านั้น และจะถูกตัดขาดลงหลังจากการเสียชีวิตของท่าน ดังนั้นไม่เป็นที่อนุญาตสำหรับ มุสลิมที่จะไปยังกุบูรของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และขอต่อท่านในสิ่งที่ต้องการขออภัยในความผิด หรือขอให้พ้นภัยอันตราย ดังมีหลักฐานจากสายรายงานของท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านได้ตะวัสสุ้ลด้วย กับดุอาอฺของท่านอับบาสให้ขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาให้ฝนตกลงมา หลังจากการเสียชีวิตของ ท่านนบี หากการตะวัสสุ้ลด้วยกับท่านนบีเป็นที่อนุญาต แล้วทำไมบรรดาศอหาบะฮฺจึงเปลี่ยนจากการตะวัสสุ้ล ด้วยกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมไปเป็นการตะวัสสุ้ลด้วยกับดุอาอฺของท่านอับบาส บิน อับดุลมุฏ ฏอลิบ สิ่งนี้เป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย นอกจากจะปิดหูปิดตายึดเอาความคิดของตนเอง แน่นอนชนเหล่านี้ได้เดินอยู่บนทางที่หลงผิดอย่างชัดเจน

และการตะวัสสุ้ลด้วยกับดุอาอฺของเราก็เป็นสิ่งที่อนุญาตให้นำมาเป็นสื่อกลางระหว่างเรากับพระองค์อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอา

ดังเช่นดุอาอฺของบรรดาร่อสู้ลที่นำมาเป็นสื่อในการตะวัสสุ้ล

ดุอาอฺของนบีนูหฺ อะลัยฮิสสลาม

رَبِّ اغْفِرْ لِي وَلِوَالِدَيَّ وَلِمَنْ دَخَلَ بَيْتِيَ مُؤْمِنًا وَلِلْمُؤْمِنِينَ وَالْمُؤْمِنَاتِ وَلَا تَزِدِ الظَّالِمِينَ إِلَّا تَبَارًا

ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ และพ่อแม่ของข้าพระองค์ และผู้ที่เข้ามาในบ้านของข้าพระองค์เป็นผู้ศรัทธา และบรรดาผู้ศรัทธาชาย และบรรดาผู้ศรัทธาหญิง และพระองค์ท่านอย่าได้เพิ่มอันใดแก่พวกอธรรมเหล่านั้น นอกจากความพินาศหายนะเท่านั้น

สูเราะฮฺ นูหฺ, 71:28

ดุอาอฺของนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม

رَبَّنَا اغْفِرْ لِي وَلِوَالِدَيَّ وَلِلْمُؤْمِنِينَ يَوْمَ يَقُومُ الْحِسَابُ

โอ้พระเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ และแก่บิดามารดาของข้าพระองค์ และแก่บรรดามุอมิน ในวันที่การสอบสวนจะมีขึ้น

สูเราะฮฺ อิบรอฮีม, 14:41

ดุอาอฺของนบีอัยยูบ อะลัยฮิสสลาม

وَأَيُّوبَ إِذْ نَادَى رَبَّهُ أَنِّي مَسَّنِيَ الضُّرُّ وَأَنْتَ أَرْحَمُ الرَّاحِمِينَ

และจงรำลึกถึงเรื่องราวของอัยยูบ เมื่อเขาได้ร้องเรียนพระเจ้าของเขาว่า แท้จริงข้าพระองค์นั้น ความ ทุกข์ยากได้ประสบแก่ข้าพระองค์และพระองค์เท่านั้นเป็นผู้ทรงเมตตายิ่ง ในหมู่ผู้เมตตาทั้งหลาย

สูเราะฮฺ อัลอัมบิยาอฺ, 21:83.

ดุอาอฺของนบีซะกะรียา อะลัยฮิสสลาม

وَزَكَرِيَّا إِذْ نَادَى رَبَّهُ رَبِّ لَا تَذَرْنِي فَرْدًا وَأَنْتَ خَيْرُ الْوَارِثِينَ (89) فَاسْتَجَبْنَا لَهُ وَوَهَبْنَا لَهُ يَحْيَى وَأَصْلَحْنَا لَهُ زَوْجَهُ إِنَّهُمْ كَانُوا يُسَارِعُونَ فِي الْخَيْرَاتِ وَيَدْعُونَنَا رَغَبًا وَرَهَبًا وَكَانُوا لَنَا خَاشِعِينَ (90)

และจงรำลึกถึงเรื่องราวของซะกะรียาเมื่อเขาไร้องเรียนพระเจ้าของเขาว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระ องค์ของพระองค์ทรงอย่าปล่อยให้ข้าพระองค์อยู่อย่างเดียวดาย และพระองค์ท่านเท่านั้นเป็นผู้สืบ มรดกอันดียิ่ง“ “ดังนั้นเราได้ตอบรับการร้องเรียนแก่เขา และเราได้ประทานบุตรแก่เขาคือยะฮฺยา และเราได้ปรับปรุงแก้ไขภริยาของเขาให้เป็นปกติแก่เขา แท้จริงพวกเขา แข่งขันกันในการทำความดี และพวกเขาวิงวอนเราด้วยความหวังในการลงโทษของเรา และพวกเขาเป็นผู้ถ่อมตัวเกรงกลัวต่อเรา

สูเราะฮฺ อัลอัมบิยาอฺ, 21:89-90

ดุอาอฺของนบียูซุฟ อะลัยฮิสสลาม

رَبِّ قَدْ آتَيْتَنِي مِنَ الْمُلْكِ وَعَلَّمْتَنِي مِنْ تَأْوِيلِ الْأَحَادِيثِ فَاطِرَ السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ أَنْتَ وَلِيِّي فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ تَوَفَّنِي مُسْلِمًا وَأَلْحِقْنِي بِالصَّالِحِينَ

โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงได้ประทานอำนาจบางส่วนแก่ข้าพระองค์และทรงสอน ข้าพระองค์ให้รู้การทำนายฝัน พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พระองค์เป็นผู้คุ้มครอง ข้าพระองค์ทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮ์ ขอพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์ตายในสภาพเป็นผู้นอบน้อม และทรงให้ข้าพระองค์รวมอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย

สูเราะฮฺ ยูซุฟ, 12:101.

แท้จริงการขอความช่วยเหลือจากสิ่งอื่นนอกเหนือจากพระองค์อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาหรือการนำสื่อต่าง ๆ ที่ไม่ได้บัญญัติไว้มาเป็นสื่อกลางเพื่อให้ได้รับการใกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอา หรือมาเป็นสื่อให้ได้สิ่ง ที่ต้องการมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นการทำชีริกทั้งสิ้นส่วนการตะวัสสุ้ลนั้นก็คือบิดอะฮฺ (2)

การกล่าวว่า ฉันวิงวอนต่อพระองค์หรือสาบานต่อพระองค์ด้วกับสิทธิของมาลาอีกะฮฺของพระองค์ หรือด้วยสิทธิ์ ของบรรดานบีของพระองค์ หรือด้วยกับนบี หรือร่อสู้ลคนหนึ่งคนใดของพระองค์ กับบัยตุ้ลหะรอม ซัมซัม มะกอม ภูเขาตูร หรือบัยตุ้ลมะหฺมูร หรืออื่นๆเช่นเดียวกัน แท้จริงมันเป็นดุอาอฺที่ไม่ได้ถูกทอดมาจากนบี ศ็อลลัลลอฮุอะ ลัยฮิวะสัลลัมและจากบรรดาเศาะหาบะหฺและตาบิอีนของท่าน ได้มีบรรดาผู้รู้ เช่น อบีหะนีฟะฮฺและพวกของเขา และอบียูสุฟและคนอื่นๆจากผู้รู้ ลงความเห็นกันว่า แท้จริงมันเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาตที่จะขอดุอาอฺเช่นนั้น (3)

ดังนั้นสื่อกลางไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ถูสร้างต่าง ๆ ที่พวกเขาพยายามนำมาเป็นสื่อระหว่างอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะ อาลาเพื่อให้พระองค์ทรงช่วยเหลือพวกเขาและพวกเขาจะได้ใกล้ชิดกับพระองค์ (4)

เหล่านี้คือตังอย่างของสื่อกลางต่าง ๆ ที่มนุษย์สามารถสื่อถึงพระผู้เป็นเจ้าโดยเป็นสิ่งที่บัญญัติไว้ให้แก่บ่าวของ พระองค์ และเป็นแนวทางของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่ได้วางเป็นรูปแบบไว้เพื่อมุสลิมสามารถ ปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวได้ เราจะเห็นได้ว่าทุก ๆ ประการนั้นเราสามารถสื่อสารถึงอัลลอฮ ฺซุบหานะฮูวะตะอาลา ได้โดยตรงและจะไม่มีเด็ดขาดสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างผู้สร้างกับผู้ที่ถูกสร้าง แต่หากมีก็เฉพาะบรรดานบีของ พระองค์เท่านั้นเพื่อการเผยแพร่ศาสนานั่นเอง พระองค์อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

وَقَالَ رَبُّكُمُ ادْعُونِي أَسْتَجِبْ لَكُمْ إِنَّ الَّذِينَ يَسْتَكْبِرُونَ عَنْ عِبَادَتِي سَيَدْخُلُونَ جَهَنَّمَ دَاخِرِينَ

และพระเจ้าของพวกเจ้าตรัสว่า จงวิงวอนขอต่อข่า ข้าจะตอบรับแก่พวกเจ้า ส่วนบรรดาผู้โอหัง ต่อการเคารพภักดีข้านั้น จะเข้าไปอยู่ในนรกอย่างต่ำต้อย

สูเราะฮฺ อัลฆอฟิร, 40:60

จากอายะฮฺดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการวิงวอนขอหรือดุอาอฺนั้นจำเป็นต้องเจาะจงถึงพระองค์อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะ ตะอาลาโดยปราศจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งระหว่างผู้สร้าง(อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา)กับผู้ที่ถูกสร้าง และได้รู้ว่าดำรัส ของพระองค์นั้นเป็นคำสั่งที่จำเป็นต้องใช้ดุอาอฺเป็นสื่อ ไม่ได้ตรัสว่าให้ดุอาอฺหรือวิงวอนขอต่อบรรดาผู้นำหรือ ศาสนทูตของพระองค์ แต่พระองค์ทรงสั่งให้ดุอาอฺหรือวิงวอนโดยปราศจากสิ่งอื่นนอกจากพระองค์เท่านั้น เพราะผู้ที่จะรับคำวิงวอนขอนั้นไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่แท้จริงนอกจากพระองค์อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา ผู้ที่ตอบรับการวิงวอนขอของบ่าวของพระองค์ (5)

ดังพระองค์ทรงตรัสว่า

وَإِذَا سَأَلَكَ عِبَادِي عَنِّي فَإِنِّي قَرِيبٌ أُجِيبُ دَعْوَةَ الدَّاعِ إِذَا دَعَانِ فَلْيَسْتَجِيبُوا لِي وَلْيُؤْمِنُوا بِي لَعَلَّهُمْ يَرْشُدُونَ

และเมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้าแล้วก็ (จงตอบเถิดว่า) แท้จริงนั้นอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของ ผู้ที่วิงวอน เมื่อเขาวิงวอนต่อข้าดังนั้น พวกเขาจงตอบรับข้าเถิด และศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขา จะได้อยู่ในทางที่ถูกต้อง

สูเราะฮฺ อัลบากอเราะฮฺ, 2:186

อินชาอัลลอฮฺ อ่านต่อตอนที่ 5

(1) (มูหัมมัดอีดุลอับบาสียฺ, แหล่งเดิม, หน้าที่ :41)

(2) (อิบนุตัยมียะฮฺ, อะกีดะฮฺวาสิตียะฮฺ, ดารุ้ลฟิหาฮฺ, 1994, หน้าที่ : 38)

(3) (มูหัมมัดบินอิบรอฮีมอัลนุอฺมาน, ญามิอุ้ลฟารีด, ดารุ้ลวะฏอน, ซาอุดิอารเบีย, ม.ป.ป., หน้าที่  : 402)

(4) (เชคสุลัยมานบินสะมานุนนาญาดียฺ, ฮาดียะตุสสุนนียะฮฺ, ม.ป.ท., ซาอุดิอารเบีย, 1968 , หน้าที่ : 18 .)

(5) (อิบนุตัยมียะฮฺ, อะกีดะฮฺวาสิตียะฮฺ, ดารุ้ลฟิหาฮฺ, 1994,  หน้าที่ : 35.)


 ย้อนกลับ ตอนที่ 3                                                                                               ถัดไป ตอนที่ 5

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 5 มีนาคม 56 เวลา 09.40 น.