การตะวัซซุ้ลในอิสลาม ตอนที่ 3



โดย  อ.อับดุลฮากีม มังเดชะ

 

 

ชนิดของการตะวัสสุ้ลสามารถแบ่งออกเป็น2ประเภทด้วยกัน

ตะวัสสุ้ลที่ถูกต้องตามบทบัญญัติศาสนา

ตะวัสสุ้ลที่ถูกต้องตามบทบัญญัติศาสนา หมายถึง ตะวัสสุ้ลที่มีมาจากบทบัญญัติและบอกถึงการอนุญาตสำหรับ มัน (1)  ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท

1. การตะวัสสุ้ลด้วยกับชื่อหรือคุณลักษณะของอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลา

การตะวัสสุ้ลด้วยกับชื่อหรือคุณลักษณะของอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาเป็นการตะวัสสุ้ลที่เหมาะสมเป็นที่ อนุญาต จากหลักฐานที่ได้บัญญัติไว้เกี่ยวกับการตะวัสสุ้ลด้วยกับชื่อหรือคุณลักษณะของพระองค์ดังที่อัลลอฮฺ ซุบหานะฮู วะตะอาลาทรงตรัสว่า

وَلِلَّهِ الْأَسْمَاءُ الْحُسْنَى فَادْعُوهُ بِهَا وَذَرُوا الَّذِينَ يُلْحِدُونَ فِي أَسْمَائِهِ سَيُجْزَوْنَ مَا كَانُوا يَعْمَلُونَ

สำหรับอัลลอฮ์นั้นมีบรรดาพระนามอันสวยงาม ดังนั้นพวกเจ้าจงเรียกหากพระองค์ด้วยพระนามเหล่า นั้นเถิด และจงปล่อยบรรดาผู้ที่ทำให้เฉในบรรดาพระนามของพระองค์เถิด พวกเขานั้นจะถูกตอบแทน ในสิ่งที่พวกเขากระทำ

สูเราะฮฺ อัลอะอฺรอฟ, 7:180.

หมายถึง พวกท่านทั้งหลายจงวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาโดยใช่สื่อไปยังพระองค์ด้วยกับชื่อที่ดี ของพระองค์ หรือลักษณะของพระองค์ก็ได้ เพราะชื่อของพระองค์ก็หมายถึงลักษณะของพระองค์เช่นกันซึ่งมี ไว้สำหรับ พระองค์เพียงองค์เดียว

และอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงยกตัวอย่างดุอาอฺของนบีสุลัยมาน พระองค์ทรงตรัสว่า

فَتَبَسَّمَ ضَاحِكًا مِنْ قَوْلِهَا وَقَالَ رَبِّ أَوْزِعْنِي أَنْ أَشْكُرَ نِعْمَتَكَ الَّتِي أَنْعَمْتَ عَلَيَّ وَعَلَى وَالِدَيَّ وَأَنْ أَعْمَلَ صَالِحًا تَرْضَاهُ وَأَدْخِلْنِي بِرَحْمَتِكَ فِي عِبَادِكَ الصَّالِحِينَ

เขา (สุลัยมาน) ยิ้มแกมหัวเราะต่อคำพูดของมันและกล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานแกข้าพระองค์ เพื่อให้ข้าพระองค์ขอบคุณต่อความโปรดปรานของ พระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงโปรดปรานแก่ข้าพระองค์ และบิดามารดาของข้าพระองค์ และให้ข้าพระองค์กระทำความดีเพื่อให้พระองค์ทรงพอพระทัยมัน และทรงให้ข้าพระองค์เข้าอยู่ใน ความเมตตาของพระองค์ ในหมู่ปวงบ่าวของพระองค์ที่ดีทั้งหลาย

สูเราะฮฺ อัลนัมลฺ, 27 : 19 .

ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า ท่านได้ยินชายคนหนึ่งกล่าวในตะชะฮุดว่า

أللهم إني أسألك ياالله الواحد الأحد الصمد الذي لم يلد ولم يولد ولم يكن له كفوا احد أن تغفرلي ذنوبي إنك أنت الغفور الرحيم

โอ้อัลลอฮฺ ข้าพเจ้าขอต่อพระองค์ พระผู้ทรงเป็นหนึ่ง เป็นี่พึ่ง พระผู้ทรงไม่ประสูติและไม่ทรงถูกประสูติ และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ ขอพระองค์ทรงอภัยในความผิดบาปของข้าพเจ้า แท้จริงพระองค์คือ ผู้ทรงอภัยและทรงเมตตายิ่ง

นะสาอี, อัสสุนัน, หมวดอัสสุฮูล, บรรพดุอาอฺหลังการซิกีร, เลขที่ :   1300 .

และนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมยังได้ยินชายอีกคนกำลังกล่าวในตะชะฮุดของเขาว่า

أللم إني أسألك بأن لك الحمد لا إله إلا أنت وحدك لا شريك لك المنان يا بديع السماوات والأرض يا ذا الجلال والإكرام يا حي يا قيوم إني أسألك الجنة وأعوذ بك من النار

โอ้อัลลอฮฺ ข้าพเจ้าขอต่อพระองค์ แท้จริงมวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากพระองค์ เอกภาพเป็นของพระองค์ไม่มีหุ้นส่วนใดสำหรับพระองค์ ผู้ทรงกกรุณาผู้ทรงสร้าง ชั้นฟ้าและแผ่นดิน ผู้ทรงสูงส่งและทรงประเสริฐ โอ้ผู้ทรงชีวิตและผู้ทรงยั่งยืนด้วยพระองค์เอง ข้าพเจ้า ขอสวนสวรรค์จากพระองค์และขอความคุ้มครองจากพระองค์ให้พ้นจากไฟนรก

นบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้กล่าวถามกับเศาะหาบะฮฺของท่านว่า “พวกท่านรู้หรือไม่ด้วยกับสิ่งที่ชายคนนั้น วิงวอนขอ” บรรดาเศาะหาบะฮฺจึงกล่าวตอบว่า “อัลลอฮฺและร่อสู้ลของพระองค์เท่านั้นที่ทรงรู้ดี” นบีจึงกล่าว ตอบว่า “ผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตของพระองค์แน่นอนชายคนนั้นได้วิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ ซุบหานะฮู วะตะอาลาด้วยกับ พระนามของพระองค์ที่ทรงยิ่งใหญ่ ซึ่งเมื่อใดที่ถูกเรียกร้องมันก็จะถูกตอบรับ และเมื่อใด ที่ถูกวิงวอนขอมันก็จะได้รับการให้”

จากคำกล่าวของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่ได้กล่าวไว้ ใครก็ตามที่มีความเศร้าโศกเสียใจ ดังนั้นเขาจงกล่าวว่า

أللهم إني عبدك وابن عبدك وابن أمتك ناصيتي بيدك ماض في حكمك عدل في قضاؤك أسألك بكل إسم هولك سميت به نفسك أو علمته أحدا من خلقك أوأنزلته في كتابك أو استأثرت به في علم الغيب عندك أن تجعل القرآن ربيع قلبي ونور صدري وجلاء حزني ذهاب همي

"โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงข้าพเจ้าคือบ่าวของพระองค์ เป็นลูกของบ่าวของพระองค์ เป็นลูกของอุมมะฮฺของ พระองค์ ขมับของข้าพเจ้าอยู่ในพระหัตของพระองค์ ความเจ็บปวดอยู่ในการพิพากษาของพระองค์ ความยุติธรรมอยู่ในการตัดสินของพระองค์  ข้าพเจ้าขอต่อพระองค์ด้วยกับทุกพระนามของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้เรียกแทนพระองค์ หรือพระองค์ได้ทรงสอนมันให้กับคนหนึ่งจากการสร้างของพระองค์ หรือพระองค์ได้ทรงประทานไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ หรือพระองค์ได้ทรงทำให้เกิดร่องรอยในการรู้ถึง สิ่งเร้นลับ ณ.ที่พระองค์ การทำกุรอ่านให้เป็นสายธารในหัวใจของข้าพเจ้า และเป็นแสงสว่างในจิตใจ ของข้าพเจ้าขอพระองค์ทรงถอดถอนความเสียใจของข้าพเจ้าและทรงทำให้ความเศร้าโศกนั้นหายไป"

อะหฺหมัด, มุสนัด, เลขที่:3706.

และดุอาอฺในขณะที่ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมมีปัญหาท่านจะกล่าวว่า

لا إله إلا الله العظيم الحليم لا إله إلا الله رب العرش العظيم لا إله إلا الله رب السماوات ورب الأرض رب العرش الكريم

"ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ผู้ทรงอ่อนโยน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าแห่งบัลลังที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าแห่งชั้นฟ้า และแผ่นดินและพระผู้ทรง เป็นพระเจ้าแห่งบัลลังที่มีเกียรติ"

ติรมีซี, อัสสุนัน, หมวดการเรียกร้อง, บรรพสิ่งที่มาและเขากล่าวขณะมีปัญหา, เลขที่ : 3435 .

ดังกล่าวนี้คือ หะดีษต่างๆที่อธิบายถึงสิ่งที่ถูกบัญญัติไว้ในการตะวัสสุ้ลไปยังอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาด้วย ชื่อหรือลักษณะนามต่าง ๆของงพระองค์ และเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงรักทรงพอพระทัย และเป็นสิ่งที่ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมทรงปฏิบัติ แน่นอนที่สุดอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า

وَمَا آَتَاكُمُ الرَّسُولُ فَخُذُوهُ وَمَا نَهَاكُمْ عَنْهُ فَانْتَهُوا

และสิ่งใดที่ร่อสู้ลได้นำมายังพวกเจ้าก็จงยึดเอาไว้ และสิ่งใด ที่ท่านได้ห้ามพวกเจ้าก็จงออกห่าง

สูเราะฮฺ อัลหัชรฺ, 59 : 7.

สิ่งนี้เป็นการบัญญัติให้กับเราเพื่อให้เราวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาด้วยกับสิ่งที่ท่านนบี ศ็อลลัล ลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้วิงวอนขอไปยังพระองค์ ทั้งหมดนี้แป็นดุอาอฺที่ดีกว่าดุอาอฺพันๆครั้งที่เราสร้างขึ้นเอง (2)

แท้จริงพระนามที่ดีของอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาเป็นสื่อซึ่งทำให้เข้าใกล้ชิดกับพระองค์และผู้ที่กระทำจะได้ ใกล้ชิดกับพระองค์ (3)

2 . การตะวัสสุ้ลด้วยกับการศรัทธาและการเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลา

การตะวัสสุ้ลชนิดที่  2การตะวัสสุ้ลด้วยกับการศรัทธาที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ถูกบัญญัติไว้และยังสามารถทำให้การ ให้เอกภาพของอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาเข้มแข็งขึ้น และอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

إِنَّهُ كَانَ فَرِيقٌ مِنْ عِبَادِي يَقُولُونَ رَبَّنَا آَمَنَّا فَاغْفِرْ لَنَا وَارْحَمْنَا وَأَنْتَ خَيْرُ الرَّاحِمِينَ

"แท้จริงมีหมู่ชนกลุ่มหนึ่งจากปวงบ่าวของเราพวกเขากล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของเรา พวกเราได้ศรัทธา ต่อพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่เรา และทรงเมตตาต่อเราด้วย และพระองค์ท่านเท่านั้น ทรงเป็นผู้เมตตาที่ดียิ่ง"

  สูเราะฮฺ อัลมุมินูน, 23 : 109.

อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงเล่าเกี่ยวกับอุลุลอัลบาบ พระองค์ทรงตรัสว่า

رَبَّنَا إِنَّنَا سَمِعْنَا مُنَادِيًا يُنَادِي لِلْإِيمَانِ أَنْ آَمِنُوا بِرَبِّكُمْ فَآَمَنَّا رَبَّنَا فَاغْفِرْ لَنَا ذُنُوبَنَا وَكَفِّرْ عَنَّا سَيِّئَاتِنَا وَتَوَفَّنَا مَعَ الْأَبْرَارِ

โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์! แท้จริงพวกข้าพระองค์ได้ยินผู้ประกาศเชิญชวนผู้หนึ่ง กำลังประ กาศเชิญชวนให้มีการศรัทธาว่า ท่านทั้งหลายจงศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด และพวกข้าพระ องค์ก็ศรัทธากัน โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์! โปรดทรงอภัยแก่พวกข้าพระองค์ด้วย ซึ่งบรรดาโทษ ของพวกข้าพระองค์และโปรดลบล้างให้พ้นจากพวกข้าพระองค์ ซึ่งบรรดาความผิดของพวกข้า พระองค์ และโปรดทรงให้พวกข้าพระองค์สิ้นชีวิตโดยร่วมอยู่กับบรรดาผู้ที่เป็นคนดีด้วยเถิด

สูเราะฮฺ อาละอิมรอน, 3:193.

มีบันทึกจากท่านติรมีซี จากท่านบุรัยดะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ

أن النبي صلى الله عليه وسلم سمع رجلا يدعو ويقول : اللهم إني أسألك بأني أشهد أنك أنت الله الذين لا إله إلا أنت الأحد الصمد الذين لم يلد ولم يولد ولم يكن له كفوا أحد.

"แท้จริงท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ฟังชายคนหนึ่งได้ขอพรต่ออัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะ อาลา โดยกล่าวว่า “โอ้พระเจ้าของแท้จริงฉันได้ขอจากพระองค์ด้วย ว่าฉันได้ปฏิญาณว่าแท้จริง พระองค์ คืออัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาที่ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้ทรงเอกะผู้ทรง เป็นที่พึ่ง ผู้ที่ไม่ทรงประสูติ แลไม่ทรงถูกประสูติ ผู้ที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์"

อะบูดาวุด, อัสสุนัน, หมวดการละหมาด, บรรพการละหมาด, เลขที่: 1493.

ดังนั้นท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า “ฉันขอสาบานว่าแท้จริงแล้วชายผู้นั้นได้ขอพรจากคือ อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา ด้วยพระนามของพระองค์ที่สูงส่งพระนามที่เมื่อเขาขอแล้วได้รับการตอบรับและ เมื่อขอแล้วพระองค์ทรงตอบรับ

การที่มุสลิมคนหนึ่งได้พูดว่า “โอ้อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาด้วยกับความศรัทธาของฉันที่มีต่อพระองค์ และ ความรักของฉันที่มีต่อพระองค์ และการปฏิบัติตามร่อสู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมของฉัน ขอพระองค์ ทรงอภัยโทษให้แก่ฉัน หรือเขาผู้นั้นจะกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลา ฉันขอต่อพระองค์ด้วยกับ ความรักของฉันที่มีต่อนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมและการศรัทธาของฉันที่มีต่อเขา ขอพระองค์ ทรงบรรเทาทุกข์ให้แก่ฉัน หรือผู้วิงวอนขอเขาจะกล่าวถึงการงานที่ดีที่มีอยู่ในจิตใจจากการยำเกรงต่อพระองค์ หรือการกระทำที่ได้รับความพอพระทัยจากกพระองค์และการเชื่อฟัง ซึ่งเขาได้ทำการตะวัสสุ้ลไปยังอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา ด้วยกับมันในดุอาอฺของเขาเพื่อหวังการตอบรับจากพระองค์ สิ่งนี้เป็นการตะวัสสุ้ลที่ดี ซึ่งอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาได้บัญญัติมันไว้และทรงพอพระทัยยิ่ง

3. การตะวัสสุ้ลด้วยกับการงานที่ดี

การตะวัสสุ้ลด้วยกับการงานที่ดี เป็นที่รู้กันว่าเป็นสื่อต่าง ๆ ของบรรดานบีในการทำให้ได้ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาโดยการดำรงด้วยกับสิ่งที่อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาทรงใช้พวกเขา และเป็นการปฏิเสธ ต่อบุคคลที่วิงวอนขอต่อพวกเขาอื่นจากอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา หรือการตะวัสสุ้ลผ่านพวกเขาไปยัง อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา(4) หรือการตะวัสสุ้ลด้วยกับความดีที่ได้ปฏิบัติ เช่นการละหมาด การกล่าว ซิกรุลลอฮฺ การทำดีต่อพ่อแม่ การศอลาวาตนบี การมีความสื่อสัตย์ มีความอดทน มีความเมตตา ฯลฯ(5)

ท่านนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เล่าถึงชายสามคนพวกเขาได้เข้าไปในถ้ำแล้วได้มีก้อนหินก้อน ใหญ่มาปิดหน้าถ้ำ แล้วพวกเขาทั้งสามได้พูดว่า “พวกเราไม่สามารถออกจากถ้ำนี้ได้นอกเสียจากเราต้องขอ ดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาด้วกับการงานที่ดีของพวกเรา โดยมีเรื่องราวดังต่อไปนี้

มีเพื่อนเกลออยู่สามคนได้เดินทางเข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาเที่ยงวันทั้งสามจึงคิดจะหยุดพักเที่ยง หลังจากหาที่พักแล้วจึงชวนกันไปหลบร้อนในถ้ำ แต่เมื่อเข้าไปแล้วเหตุการที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นหินก้อนใหญ่พลัด ตกลงมาปิดปากถ้ำจนมิด ทั้งสามคนตกใจมากพยายามหาทางออก แต่ก็มืดแปดด้าน ลองใช้พละกำลังผลัก ก้อนหินนั้น แต่ก้เหนื่อยเปล่า

“ที่พึ่งของเราในวันนี้คืออัลลอฮฺอลค์เดียวเท่านั้น ขอให้เราขอต่อพระองค์โดยเอาความดีที่เราทำเพื่อพระองค์ มาเป็นสื่อเถิด” ทั้งสามคนเห็นด้วย

ชายคนแรกยกมือพลางวิงวอนว่า “ข้าแด่อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลา ข้าพระองค์มีพ่อแม่ที่ชรามากแล้วข้า พระองค์ปรนนิบัติต่อท่านโดยรีดนมแพะให้ท่านดื่มทุกวัน ข้าพระองค์ตัดฟืนไปขายเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว อยู่มาวันหนึ่งข้าพระองค์ไปเอานมมาให้ท่านดื่มเหมือนเคย ปรากฏว่าท่านทั้งสองหลับไปแล้ว ข้าพระองค์จึงยืน คอยท่าน โดยไม่ดื่มนมก่อนท่านจนกระทั่งรุ้งเช้าท่านตื่นขึ้นมาและได้ดื่มนมนั้น โอ้อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลา หากสิ่งที่ข้าพระองค์ทำไปนั้นบริสุทธิ์เพื่อพระองค์แล้ว โปรดให้ก้อนหินที่ปิดปากถ้ำนี้เคลื่อนด้วยเถิด”

จบคำวิงวอนของเขาหินที่ปิดปากถ้ำก็เคลื่อนออก แต่ทั้งสามคนก็ยังไม่สามารถออกไปได้ ชายคนที่สองจึง ยกมือขึ้นและวิงวอนว่า “ข้าพระองค์หลงรักหญิงคนหนึ่ง แต่นางไม่รักข้าพระองค์ วันหนึ่งนางจำเป็นต้องขอเงิน จากข้าพระองค์ ข้าพระองค์จึงมอบเงินให้นาง 120 ดีนาร โดยมีเงื่อนไขว่านางต้องเป็นภรรยาของข้าพระองค์ โดยความจำเป็นนางจึงต้องยอม แต่เมื่อข้าพระองค์จะทำไม่ดีไม่งามกับนางนั้น ข้าพระองค์กลับรู้สึกเกรงกลัวต่อ พระองค์ขึ้นมาอย่างจับจิต ข้าพระองค์จึงผละจากนางและอนุญาตให้นางไปโดยไม่คิดจะเอาเงินคืนอีก โอ้อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลา หากเห็นความดีของข้าพระองค์แล้ว ขอพระองค์ทรงช่วยเหลือเราด้วยเถิด”

หินก็เคลื่อนออกแต่ก็ยังออกไปไม่ได้อยู่ดี ชายคนที่สามยกมือขึ้นวิงวอนว่า “ข้าพระองค์มีลูกจ้างอยู่คนหนึ่ง ซึ่งข้าพระองค์สัญญาว่าจะให้แพะเป็นค่าตอบแทน เมื่อเขาทำงานให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขากลับไปโดยไม่ได้เอา แพะไปด้วย จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานหลายปีเขาก็กลับมาและถามหาค่าจ้างที่ข้าพระองค์เคยสัญญาไว้ ข้าพระองค์ จึงชี้ไปที่ท้องทุ่งจำนวนมากมาย เพราะแพะตัวนั้นออกลูกออกหลามเต็มท้องทุ่งแล้ว และแพะทั้งหมดจึงเป็น ของเขา โอ้อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลา หากนี่เป็นความดีของข้าพระองค์แล้ว ขอพระองค์ทรงโปรดเลื่อน ก้อนหินออกด้วยเถิด” แล้วก้อนหินก็เคลื่อนออก จนกระทั่งชายทั้งสามคนออกจากถ้ำได้โดยปลอกภัย(6) 

จากหะดีษข้างต้นทำให้ทราบว่าบรรดามุสลิมชนรุ่นก่อนที่ท่านนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมได้ยกตัว อย่างให้เราทราบถึงแนวทางในการสื่อถึงอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอานั้น พวกเขาได้ใช้การงานที่ดีที่ปฏิบัติเป็นสื่อ กลางในการสื่อถึงอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอา เพื่อหวังความเมตตาจากพระองค์ พวกเขาไม่ได้อ้างชื่อของบุคคล ใด หรือพาดพิงถึงครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือที่เสียชีวิตไปแล้ว มาเป็นสื่อกลางระหว่างพวกเขากับอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอา หรือบารมีของใครก็ตามมาอ้างต่อพระองค์

ฉะนั้นการที่เราจะขอต่ออัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอา เราจำต้องเป็นผู้ที่สะอาดและปฏิบัติการงานที่ดีซึ่งสามารถ ใช้การงานที่ดีนั้นเป็นสื่อกลางระหว่างเรากับพระองค์ได้

และอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาทรงยืนยันถึงการอนุญาตในการตะวัสสุ้ลด้วยกับการงานที่ดี พระองค์ทรงตรัสว่า

الَّذِينَ يَقُولُونَ رَبَّنَا إِنَّنَا آَمَنَّا فَاغْفِرْ لَنَا ذُنُوبَنَا وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ

"คือบรรดาผู้ที่กล่าวว่า โอ้พระเจ้าแห่งพวกข้าพระองค์ แท้จริงพวกข้าพระองค์ศรัทธากันแล้ว โปรดทรง อภัยโทษให้แก่พวกข้าพระองค์ด้วยเถิด ซึ่งบรรดาความผิดของพวกข้าพระองค์ และโปรดได้ทรง ป้องกันพวกข้าพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟรกด้วย"

สูเราะฮฺ อาละอิมรอน, 3:16.

พระองค์ทรงตรัสว่า

رَبَّنَا إِنَّنَا سَمِعْنَا مُنَادِيًا يُنَادِي لِلْإِيمَانِ أَنْ آَمِنُوا بِرَبِّكُمْ فَآَمَنَّا رَبَّنَا فَاغْفِرْ لَنَا ذُنُوبَنَا وَكَفِّرْ عَنَّا سَيِّئَاتِنَا وَتَوَفَّنَا مَعَ الْأَبْرَارِ

โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์! แท้จริงพวกข้าพระองค์ได้ยินผู้ประกาศเชิญชวนผู้หนึ่ง  กำลัง ประกาศเชิญชวนให้มีการศรัทธาว่า ท่านทั้งหลายจงศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด และพวกข้า พระองค์ก็ศรัทธากัน โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์! โปรดทรงอภัยแก่พวกข้าพระองค์ด้วย ซึ่งบรรดา โทษของพวกข้าพระองค์และโปรดลบล้างให้พ้นจากพวกข้าพระองค์ ซึ่งบรรดาความผิดของพวกข้า พระองค์ และโปรดทรงให้พวกข้าพระองค์สิ้นชีวิตโดยร่วมอยู่กับบรรดาผู้ที่เป็นคนดีด้วยเถิด

สูเราะฮฺ อาละอิมรอน, 3:193.

(1) (อัมรฺอับดุลมุนอิมสะลีม, อัสสุนันวัลมุบตะดะอาตฟิลอิบาดาต, มักตะบะตุอิบาดิรเราะหฺมาน, อียิป, 1425, หน้าที่:258.)

(2) (มูหัมมัดอีดุลอับบาสียฺ, แหล่งเดิม, หน้าที่ : 35)

(3) (เชคสุลัยมานบินสะมานุนนาญาดียฺ, ฮาดียะตุสสุนนียะฮฺ, ม.ป.ท., ซาอุดิอารเบีย, 1968 , หน้าที่ : 18 .)

(4) (ศอและหฺบินอับดุรเราะหฺมานอัลอัตฆอม, แหล่งเดิม, หน้าที่:: 67,)

(5) (สมาคมนักเรียนเก่าศาสนวิทยา, สารศรัทธา, ม.ป.ท., กรุงเทพ, 2541, หน้าที่: 42.)

(6) (บุคคอรียฺ, ศอหีหฺ, หมวดการว่าจ้าง, บรรพการว่าจ้างลูกจ้างและผลตอบแทนของเขา, เลขที่ : 2272.)


 ย้อนกลับ ตอนที่ 2                                                                                               ถัดไป ตอนที่ 4

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 27 มกราคม 56 เวลา 18.00 น.