การตะวัซซุ้ลในอิสลาม ตอนที่ 2



โดย  อ.อับดุลฮากีม มังเดชะ

 

 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสื่อต่างๆมีความถูกต้อง

สำหรับหนทางที่ถูกต้องที่สุดที่เราสามารถรู้ถึงการวางเงื่อนไขของสื่อที่มาจากการสร้างหรือสื่อที่มาจากบท บัญญัติ ก็คือ การที่เราย้อนกลับไปพิจารณาดูจากคัมภีร์อัลกุรอานและแบบฉบับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะสัลลัม และจะต้องมีความมั่นคงแน่นอน ยอมรับกับสิ่งต่างๆที่ได้กล่าวไว้ในกุรอานและหะดีษเกี่ยวกับเรื่อง ราวดังกล่าว และการมองกลับไปยังหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องราวของสื่อทั้งสองประการที่ได้มีกล่าวไว้ใน กุรอานและหะดีษ ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สำหรับหนทางอื่น ๆ นั้นเราไม่สามารถนำมายึด เป็นหลักฐานได้

เงื่อนไขสองประการที่สามารถนำมายึดปฏิบัติได้สำหรับสื่อที่มาจากสิ่งที่ถูกสร้าง ก็คือ

1. จะต้องเป็นที่อนุญาตตามบทบัญญัติ

2.จะต้องเป็นสิ่งที่มีความแน่ชัดถึงความจริงว่าสามารถทำให้ได้รับสิ่งที่เราต้องการปราศจากความสงสัย


ส่วนสื่อกลางที่มาจากบทบัญญัติไม่มีเงื่อนไขใด ยกเว้นจะต้องมีการยืนยันจากกุรอานและสุนนะฮฺเท่านั้น
ดังตัวอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นเกี่ยวกับการที่เอาสัตว์มาเพื่อที่จะเป็นสื่อกลางยืนยันว่า สัตว์มีความสามารถ ที่จะรู้ถึงสิ่งที่เร้นลับได้นั้นถ้าหากมองในด้านสื่อของการสร้างแสดงว่าการทดลอง และการสังเกตุนั้นเป็นสิ่งที่ โมฆะใช้ไม่ได้ แต่ถ้าหากมองในด้านสื่อกลางของบทบัญัติแล้วก็ถือว่าเป็นการปฏิเสธและเป็นการหลงผิด ซึ่งอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลาได้ทรงอธิบายไว้ว่าเป็นสิ่งที่เสียหาย และต้องคอยหลีกเลี่ยงจากสิ่งเหล่านี้

ดังนั้นแท้จริงแล้วบรรดาสื่อต่างๆที่เป็นสิ่งที่มาจากการสร้างที่ได้เกิดมาใหม่นั้น หรือสิ่งที่คิดขึ้นมาว่าน่าจะเป็น สื่อที่มาจากบทบัญญัติ หากเกิดความคิดเช่นนี้ ศาสนาไม่อนุญาตให้ทำการยึดมั้นในสิ่งนั้นๆอย่างเด็ดขาด

كل عبادة لم يتعبدها أصحاب رسول فلا تتعبدوها

ทุก ๆ อิบาดะฮฺที่บรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านร่อสู้ลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัไม่ได้ปฏิบัตินั้น พวกท่านจงอย่าปฏิบัติมัน

และจากคำกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ให้ผลกับตัวเรา ซึ่งได้เอมมาจากหะดีษต่างๆที่ห้ามมิให้เราปฏิบัติคิดข้นขึ้นมาใหม่ ในเรื่องของศาสนา และเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว

เชคอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺกล่าวว่า

الأصل في العبادات المنع إلا لنص وفي العادات الإباحة إلا لنص

จุดเริ่มต้นของการทำอิบาดะฮฺต่าง ๆ คือการห้าม นอกจากจะต้องมีตัวบท และจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติ ตามประเพณี คือการอนุมัตินอกจากจะต้องมีตัวบท

ดังนั้นจงระวังรักษาประการเหล่านี้ให้ดี เพราะว่า แท้จริงแล้วความสงสัยนั้นมีอยู่มากมายหากเราตระหนักถึง คำพูดนี้มันสามารถช่วยเหลือท่าน ในการที่จะไตรตรอง ถึงความเป็นจริงในสิ่งที่มนุษย์มีความขัดแย้งกัน (1)

นิยามของคำว่าตะวัสสุ้ล

แท้จริงคำกล่าวที่ดีที่สุดคือ คัมภีร์ของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลาและท่างนำที่ดีที่สุดคือแบบฉบับของท่าน ร่อสู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และการงานที่ชั่วช้าที่สุดคือการอุตริกรรมหรือบิดอะฮฺคือการหลงผิด และทุกๆ การหลงผิดนั้นจะตกอยู่ในนรก มนุษย์ทุก ๆ คนสับสนวุ่นวายอยู่กับปัญหาของการตะวัสสุ้ลและหุกกุ่มของมัน และมีการขัดแย้งกันอย่างมากมายสำหรับการตะวัสสุ้ลว่ามันเป็นสิ่งที่หะล้าลหรือหะรอม เป็นเรื่องที่หลอกลวงหรือ เป็นเรื่องที่เหมาะสม แน่นอนบรรดามุสลิมส่วนใหญ่ในยุคก่อน ๆ พวกเขาปฏิเสธจนเป็นความเคยชินที่ได้กล่าว ในดุอาอฺของเขาว่า

اللهم بحق نبيك أو بجاهه أو بقدره عندك عافني واعف عني

โอ้อัลลอฮฺ ด้วยกับสิทธิของนบีของพระองค์ หรือเกียรติยศและความสามารถของเขาณ.ที่พระองค์ ทรงให้ความสมบูรณ์แก่ข้าพเจ้าและขอพระองค์ ทรงอภัยโทษแก่ข้าพเจ้า

และการกล่าวว่า

اللهم إني أسألك بحق البيت الحرام أن تغفرلي

โอ้อัลลอฮฺ ข้าพเจ้าของต่อพระองค์ด้วยกับสิทธิของบัยตุลหะรอม ขอพระองค์ทรงอภัย โทษให้แก่ข้าพเจ้า

ทั้งหมดนี้เรียกว่าการตะวัสสุ้ล ซึ่งพวกเขาได้เรียกร้องว่ามันเป็นสิ่งที่อนุมัติให้กระทำได้และมีบทบัญญัติไว้ซึ่งมา จากบางส่วนของอายะฮฺต่าง ๆ หรือหะดีษต่าง ๆ ที่ยอมรับมัน ดังนั้นพวกเขาจึงนำมาปฏิบัติและสงเสริม ซึ่งบางส่วนของพวกเขาได้ทำการเกินขอบเขตในการอนุญาตจนกระทั้งเป็นการอนุญาต ให้ตะวัสสุ้ลไปยังอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลาด้วยกับสิ่งที่ถูกสร้างต่างๆ เช่น กุบูรของบรรดาเอาลิยาอฺ เหล็กที่สร้างอยู่บนกุบูรของพวกเขา หรือ ดิน ก้อนหิน ต้นไม้ที่อยู่ฬกล้ๆกับกุบูร โดยที่พวกเขาอ้างว่ามันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มีเกียรติ และพวกเขายังอ้าง อีกว่าอัลลอฮฺสุบหานะฮูวะตะอาลาจะให้เกียรติผู้ที่อาศัยอยู่ในกุบูร ซึ่งเขาได้เตรียมพร้อมในการไปยังกุบูรเพื่อ ที่จะให้คนตายเป็นสื่อกลางไปยังพระองค์ สิ่งที่อ้างมาทั้งหมดมิใช่อื่นใดนอกจากเป็นการอนุมัติให้กับชนรุ่นหลัง ในการขอความช่วยเหลือกับสิ่งอื่นนอก จากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา  (2)

ความไม่รู้ของบรรดามุสลิมกับการเข้าใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลาโดยผ่านสื่อกลางตามที่ได้ถูกกำ หนดเอาไว้ บรรดามุสลิมในยุคหลัง ๆ ต่างเชื่อถือในการตะวัสสุ้ลแบบผิด ๆ ซึ่งความเชื่อดังกลาวทำให้พวกเขา เข้าใจผิดและนำพาพวกเขาไปสู่หนทางที่ไม่ได้รับการชี้แนะไปสู่หนทาง ที่ถูกต้อง หรือหนทางที่ดี ดังนั้น พวกเขาได้ศรัทธาต่อการตะวัสสุ้ลเหมือนกับที่พวกเขาได้ยินการตะวัสสุ้ลจากการดูแลกุบูร โดยที่พวกเขาไม่ได้ ค้นหาข้อเท็จจริงและวิธีการของมัน หากว่าพวกเขาได้กลับไปสู่อัลกุรอานและสุนนะฮฺถึงเรื่องของการตะวัสสุ้ล แล้ว พวกเขาก็จะได้รู้และเข้าใจถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ในอัลกุรอานและสุนนะอิเกี่ยวกับการตะวัสสุ้ล แน่นอนที่สุด พวกเขาก็จะได้รู้ว่าอะไรคือการตะวัสสุ้ลที่แท้จริง (3)

ความหมายของตะวัสสุ้ล (4)

คำว่าตะวัสสุ้ลหมายถึงการใช้สื่อกลางเพื่อเข้าใกล้ชิดกับอัลลอฮฺด้วยการเชื่อฟังต่อพระองค์ โดยการปฏิบัติใน ทุกสิ่งที่อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาและร่อสู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมทรงใช้เรา

อิบนุกะษีรได้ให้ความหมายว่า ตะวัสสุ้ล คือ สิ่งที่เข้าใกล้อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลา ด้วยกับคำพูด และการปฏิบัติ

อิบนุตัยมียะฮฺได้ให้ความหมายว่า ตะวัสสุ้ล คือ การแสวงหาสื่อกลางที่เป็นการปฏิบัติด้วยกับการเชื่อฟังต่อ อัลลอฮ ฺซุบหานะฮูวะตะอาลาและการใกล้ชิดกับพระองค์ด้วยกับการงานที่ดี

อบูซุอู๊ดได้ให้ความหมายว่า ตะวัสสุ้ล คือ สื่อหมายถึงการปฏิบัติซึ่งเป็นสิ่งที่นำมาเป็นสื่อด้วยกับมันและเป็นการ เข้าใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาด้วยกับการเชื่อฟังและละทิ้งสิ่งที่ไม่ดี

มุบาร๊อก อัลมีลีได้ให้ความหมายว่า ตะวัสสุ้ล คือ สื่อที่ถูกบัญญัติซึ่งทำให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนา และการตะวัสสุ้ล คือ การเข้าใกล้ชิดกับอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาด้วยกับสื่อ และการตะวัสสุ้ลของผู้ร้องขอ คือ การขอที่วาง อยู่บนสื่อ

ความหมายโดยเฉพาะ

คำว่าตะวัสสุ้ล หมายถึง การเข้าใกล้ชิดกับอัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาด้วยกับดุอาอฺ คือการที่ผู้วิงวอนขอได้นำ ดุอาอฺมาเป็นสื่อซึ่งเป็นสื่อซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดุอาอฺของถูกตอบรับ

สะอฺดียฺได้ให้ความหมายว่า ตะวัสสุ้ล คือ บ่าวคนหนึ่งได้นำมาด้วยกับสาเหตุและสื่อ คือการวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาเพื่อหวังการตอบรับโดยนำการศรัทธาและการเชื่อฟังของเขาที่มีต่อพระองค์มาเป็นสื่อ (5)

ดังนั้น ตะวัสสุ้ล หมายถึง การปฏิบัติที่นำไปสู่การใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาและจะไม่มีการใกล้ชิด กับพระองค์และจะไม่มีการใช้สื่อกลางไปสู่การใกล้ชิดกับพระองค์ยกเว้นด้วยกับสิ่งที่ได้บัญญัติไว้ (6)  หรือการ แสวงหาสื่อต่างๆมาเป็นสื่อกลางระหว่างเราและอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาและสื่อนั้นก็คือทุก ๆ สิ่งที่นำไป สู่สิ่งที่ต้องการหรือสิ่งที่หวังไว้

การตะวัสสุ้ลด้วยกับการวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาคือการที่ผู้ขอได้เอาดุอาอฺของเขามาเป็นสื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้การวิงวอนของเขานั้นถูกเขานั้นถูกตอบรับ และสื่อต่าง ๆ ที่นำมาเป็นสาเหตุเพื่อให้ การวิงวอนถูกตอบรับจำเป็นที่จะต้องมีหลักฐานยืนยันจากกุรอ่าน หรือหะดีษที่ถูกต้องและใครที่ได้นำสิ่งหนึ่ง สิ่งใดมาเป็นสื่อเพื่อให้การวิงวอนของเขา ถูกตอบรับโดยที่ไม่มีหลักฐานจากกุรอ่านหรือหะดีษ แน่นอนอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาได้ทรงตรัสว่า “ในสิ่งที่เขาไม่รู้ ดังนั้นเขาจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่เขาได้นำมันมาเป็นสื่อกลาง นั้น มาจากสิ่งที่พระองค์ทรงพอพระทัยมัน และเป็นเหตุให้การวิงวอนของเขาถูกตอบรับ?

ท่านอินุอะบีซัยดฺ กล่าวไว้ในหนังสือของท่านว่า อีหม่านจะสมบูรณ์ได้นั้นต้องแสดงออกด้วยการกระทำ อีหม่าน และการกระทำจะสมบูรณ์ได้นั้นต้องขึ้นอยู่กับเจตนา อีหม่าน การกระทำและเจตนาจะสมบูรณ์ได้นั้นต้องเป็น สิ่งที่มาจากสุนนะฮฺ และเจตนา คือ การมุ่งหวังและการบริสุทธิ์ใจ

แท้จริงดุอาอฺ คือ อิบาดะฮฺ และอิบาดะฮฺนั้นต้องตั้งอยู่บนบทบัญญัติ และแน่นอนอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลานั้น ปฏิเสธบุคคลที่ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตจากพระองค์ ดังที่อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาได้ทรงตรัสว่า

أَمْ لَهُمْ شُرَكَاءُ شَرَعُوا لَهُمْ مِنَ الدِّينِ مَا لَمْ يَأْذَنْ بِهِ اللَّهُ وَلَوْلَا كَلِمَةُ الْفَصْلِ لَقُضِيَ بَيْنَهُمْ وَإِنَّ الظَّالِمِينَ لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ

หรือว่าพวกเขามีภาคีต่าง ๆ ที่ได้กำหนดศาสนาแก่พวกเขา ซึ่งอัลลอฮฺมิได้ทรงอนุมัติและหากมิใช่ ลิขิตแห่งการตัดสิน (ที่ได้กำหนดไว้ก่อนแล้ว) ก็คงมีการตัดสินใจในระหว่างพวกเขา แท้จริงบรรดา ผู้อธรรมสำหรับพวกเขาได้รับการลงโทษอันเจ็บปวด

สูเราะฮฺ, อัชชูรอ, 42:21.

อัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาได้ทรงตรัสว่า

اتَّخَذُوا أَحْبَارَهُمْ وَرُهْبَانَهُمْ أَرْبَابًا مِنْ دُونِ اللَّهِ وَالْمَسِيحَ ابْنَ مَرْيَمَ وَمَا أُمِرُوا إِلَّا لِيَعْبُدُوا إِلَهًا وَاحِدًا لَا إِلَهَ إِلَّا هُوَ سُبْحَانَهُ عَمَّا يُشْرِكُونَ

พวกเขาได้ยึดเอาบรรดานักปราชญ์ของพวกเขา และบรรดาบาดหลวงของพวกเขาเป็นพระเจ้าอื่น จากอัลลอฮ์ และยึดเอาอัล-มะซีห์บุตรของมัรยัมเป็นพระเจ้าด้วย ทั้ง ๆที่พวกเขามิได้ถูกใช้นอกจากเพื่อ เคารพสักการะผู้ทีสมควรได้รับการเคารพสักการะ แต่เพียงองค์เดียว ซึ่งไม่มีผู้ใดควรได้รับการเคารพ สักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาให้มีภาคีขึ้น

สูเราะฮฺ, อัตเตาบะฮฺ, 9 :31.

อัลลอฮฺซุบหานะฮูวะตะอาลาได้ทรงสั่งใช้เราด้วยกับการขอดุอาอฺต่อพระองค์และขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า

وَقَالَ رَبُّكُمُ ادْعُونِي أَسْتَجِبْ لَكُمْ إِنَّ الَّذِينَ يَسْتَكْبِرُونَ عَنْ عِبَادَتِي سَيَدْخُلُونَ جَهَنَّمَ دَاخِرِينَ

และพระเจ้าของพวกเจ้าตรัสว่า จงวิงวอนขอต่อข่า ข้าจะตอบรับแก่พวกเจ้า ส่วนบรรดาผู้โอหังกต่อ การเคารพภักดีข้านั้น จะเข้าไปอยู่ในนรกอย่างต่ำต้อย

สูเราะฮฺ, อัลฆอฟิร, 40 :60.

และพระองค์ทรงตรัสว่า

وَإِذَا سَأَلَكَ عِبَادِي عَنِّي فَإِنِّي قَرِيبٌ أُجِيبُ دَعْوَةَ الدَّاعِ إِذَا دَعَانِ فَلْيَسْتَجِيبُوا لِي وَلْيُؤْمِنُوا بِي لَعَلَّهُمْ يَرْشُدُونَ

และเมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้าแล้วก็ (จงตอบเถิดว่า) แท้จริงนั้นอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของ ผู้ที่วิงวอน เมื่อเขาวิงวอนต่อข้าดังนั้น พวกเขาจงตอบรับข้าเถิด และศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขาจะ ได้อยู่ในทางที่ถูกต้อง

สูเราะฮฺ อัลบากอเราะฮฺ, 2:186.

แน่นอนอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวะตะอาลาได้บัญญัติชนิดต่าง ๆ ของการตะวัสสุ้ลไว้ซึ่งพระองค์ทรงรับประกันว่า พระองค์จะทรงตอบรับผู้ที่เรียกร้องไปยังพระองค์ด้วยกับมัน หากดุอาอฺของเขานั้นสมบูรณ์ตามเงื่อนไขของมัน (7)

(1) (มูหัมมัดอีดุ้ลอับบาสียฺ, แหล่งเดิม, หน้าที่. 18.)

(2) (เล่มเดียวกัน, หน้าที่.8)

(3) (สะอฺศอดิกมูหัมมัด, เศาะรีหฺบัยนัลหักวัลบาฏิน, ดารุ้ลละวาอฺ, ซาอุดิอารเบีย, 1987, หน้าที่.29.)

(4) สะอฺบินมุหัมมัดอาลีอาละอับดุลลาตีบ, ตะอฺรีฟาตุลเอียะอฺตีกอดียะฮฺ, ดารุ้ลวะฏอล, ซาอุดิอารเบีย, 2002, หน้า:133.

(5) เล่มเดียวกัน, หน้า:134

(6) ศอและหฺบินอับดุรเราะหฺมานอัลอัตฆอม, อัลอัสอีละฮฺวัลอัจญฺบะฮฺฟิลอะกีดะฮฺ, ดารุ้ลวะฏอน, ซาอุดิอารเบีย, 1413, หน้า:67

(7) มูหัมมัดอีดุลอับบาสียฺ, ตะวัสสุ้ลอันวาอุฮาวะอะหฺกามุฮา, ดารุศศอมีอียฺ, เลบานอน, ม.ป.ป., หน้าที่:13.


 ย้อนกลับ ตอนที่ 1                                                                                               ถัดไป ตอนที่ 3

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 30 ธันวาคม 55 เวลา 16.55 น.