อีซาไม่ใช่เยซ



โดย  อ.ฟารีด เฟ็นดี้

 

เมื่อใกล้ถึงวันคริสต์มาสที่ไร มักจะมีคำถามเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ตามความเชื่อของศาสนาอิสลามอยู่เนืองๆ เช่นถามว่า นบีอีซากับพระเยซูเป็นคนเดียวกันหรือไม่ หรือ เราจะแสดงความรักต่อพระเยซูได้ไหม อย่างนี้เป็นต้น

ขอทำความเข้าใจในเบื้องต้นว่า สิ่งที่เราจะได้กล่าวต่อไปนี้ เป็นการชี้แจงความเชื่อเกี่ยวกับนบีอีซาจากตัวบท หลักฐานที่ได้จากอัลกุรอ่าน และฮะดีษของท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม หากแต่ชาวคริสต์จะมีความเชื่อ เรื่องพระเยซูตามพื้นฐานทางศาสนาของพวกเขา อย่างไร ก็เป็นสิทธ์ตามความเชื่อทางศาสนาของพวกเขา ที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม

อีซา ผู้มีฉายาว่า “อัลมะเซียะห์” หรือ “ยะซัวอ์” เป็นบุตรของท่านหญิงมัรยำ

1 – กำเนิดโดยไม่มีพ่อ

ท่านนบี อีซา เกิดมาโดยไม่มีพ่อ เนื่องจากมารดาของท่านเป็นหญิงพรหมจรรย์ ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับชายใด
พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในอัลกุรอาน ซูเราะห์มัรยัม อายะห์ที่ 20 – 21 ว่า

มัรยัม กล่าวว่า ฉันจะมีบุตรได้อย่างไร ทั้งๆที่ไม่มีชายใดแตะต้องฉันเลย และฉันก็ไม่เคยเป็น หญิงสำส่อน

"ญิบรีล กล่าวว่า เช่นนี้แหละ องค์อภิบาลของเธอได้กล่าวว่า มันเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับข้า และเพื่อเรา จะทำให้เขาเป็นสัญญาณสำหรับมนุษย์ และเป็นความเมตตาจากเรา และมันเป็นเรื่องราวที่ถูกกำหนด ไว้แล้ว"


2 – พูดได้ตั้งแต่ยังแบเบาะ

นอกจากการเกิดมาโดยไม่มีพ่อ และไม่ผ่านการปฏิสนธิของเชื้ออสุจิเยี่ยงบุคคลธรรมดาแล้ว อีซายังสามารถพูด ได้ตั้งแต่แบเบาะ พระองค์อัลลอฮ์ ทรงกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในซูเราะห์มัรยัม เช่นเดียวกัน ตั้งแต่อายะห์ที่ 29 -30 ดังนี้

มัรยัมได้ชี้ไปที่อีซา พวกเขากล่าวว่า จะให้เราพูดกับทารกที่ยังแบเบาะได้อย่างไร

อีซาได้กล่าว (ขณะยังแบเบาะ) ว่า แท้จริงฉันคือบ่าวของอัลลอฮ์ พระองค์ได้ประทานคัมภีร์ให้แก่ฉัน และทรงให้ฉันเป็นนบี


  ส่วนหนึ่งจากการชิริกนั้น ก็ได้แก่การขอวิงวอนต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการขอความช่วยเหลือ บนบาน เชือดสัตว์พลีแด่ผู้ที่สิ้นชีพแล้ว เป็นต้น


3 – คือมนุษย์ไม่ได้อยู่ในสภาวะของพระเจ้า

จุดกำเนิดและสภาพที่แตกต่างจากบุคคลทั่วไปนี้ ทำให้ผู้คนมีความเชื่อเกี่ยวตัวท่านและมารดาของท่านอย่างผิด ๆ บางคนเชื่อว่า อัลลอฮ์แบ่งภาคมาสิงสถิตในร่างของอีซา พระองค์อัลลอฮ์ทรงกล่าวว่า

“แน่นอนว่าได้เป็นผู้ปฏิเสธการศรัทธาแล้ว บรรดาผู้ซึ่งกล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์คือ อัลมะเซียะห์บุตร ของมัรยัม”

ซูเราะห์ อัลมาอิดะห์ อายะห์ที่ 72

อัลมะเซียะห์ บุตรของมัรยัม หาใช่ใครอื่น นอกเป็นศาสนทูตคนหนึ่ง ซึ่งบรรดาศาสนทูตก่อนหน้าเขา ได้ล่วงลับไปแล้ว และแม่ของเขาคือหญิงที่มีสัจจะ ทั้งสองยังคงกินอาหาร

ซูเราะห์ อัลมาอิดะห์ อายะห์ที่ 75


ท่านนบี มูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

และในการที่อีซาคือ บ่าวของอัลลอฮ์ และเป็นศาสนทูตของพระองค์ และประกาศิตของอัลลอฮ์ที่มี สู่มัรยัม และดวงวิญญาณจากพระองค์”

ศอเฮียะห์บุคอรี ฮะดีษเลขที่ 3180


4 - อัลลอฮ์มิได้ทรงเป็นพระบิดาและอีซามิใช่พระบุตร

ไม่เหมาะสมเลยสำหรับอัลลอฮ์ ในการที่จะเอาผู้ใดเป็นบุตร มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ เมื่อพระองค์ ทรงกำหนดกิจการใดๆ ก็จะบัญชาแก่มันว่า จงปรากฏแล้วมันก็จะปรากฏขึ้นมา

(ซูเราะห์มัรยำ อายะห์ที่ 35)

พระองค์มิได้ทรงประสูติและมิได้ถูกประสูต

(ซูเราะห์ อัลอิคลาศ อายะห์ที่ 3)


5 – อัลกุรอานปฏิเสธเรื่องตรีเอกานุภาพ

แน่นอนว่าได้เป็นผู้ปฏิเสธการศรัทธาแล้ว บรรดาผู้ซึ่งกล่าวว่า อัลลอฮ์เป็นที่สามของทั้งสาม ไม่มีพระเจ้าใดๆนอกจากพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น

(ซูเราะห์ อัลมาอิดะห์ อายะห์ที่ 73)


6 – อีซาไม่ได้เกิดในเดือนธันวาคมหรือเดือนมกราคม

ทุกวันที่ 25 ธันวาคม เราจะได้เห็นการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู ที่สืบเนื่องมาจากความเชื่อของพวกเขา ว่า วันและเดือนดังกล่าวเป็นวันประสูติของท่าน ขณะที่บางคนก็เชื่อว่า ท่านเกิดในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตาม การที่มุสลิมคนใดไม่ทราบว่า ท่านนบีอีซาเกิดวันใดและเดือนใด ก็ไม่ทำให้เสียจุดยืนในการเป็นมุสลิม แต่การที่ มุสลิมไปน้อมรับความเชื่อทางศาสนาและจารีตของคนศาสนาอื่นซึ่งไม่มี ที่มาจากอัลกุรอานและอัลฮะดีษ เอามเป็นความเชื่อของตนเอง ก็ถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งยวด ขณะที่พระองค์อัลลอฮ์ ทรงเล่าเหตุการณ์การ ตั้งครรภ์และช่วงระยะเวลาที่ท่านหญิงมัรยัมได้คลอดนบีอีซาไว้ในอัลกุรอานว่า

ขณะที่อาการเจ็บท้องคลอดได้ทำให้เธอไปยังใต้ต้นอินทผลัม

(ซูเราะห์มัรยัม อายะห์ที่ 23)

และเธอจงเขย่าต้นอินทผลัมมายังเธอ ผลอินทผลัมสุกมันจะร่วงหล่นลงมา ดังนั้นจงกิน จงดื่ม และจงทำสายตาให้เบิกบาน”

(ซูเราะห์มัรยัม อายะห์ที่ 25)


อัลกุรอานข้างต้นนี้ ทำให้เราได้ทราบถึงช่วงระยะเวลาที่ท่านหญิงมัรยัมได้คลอดนบีอีซา โดยเฉพาะคำสั่งที่ใช้ ให้ท่านหญิงมัรยัมกิน “รุฏ๊อป” หรือผลอินทผลัมสุกหลังจากคลอดนบีอีซาแล้ว

อินทผลัมเป็นต้นไม้ที่ออกผลตามฤดูกาลไม่เปลี่ยนแปลง และในฤดูการออกผลจนกระทั่งถึงระยะที่ผลสุกงอมนั้น จะอยู่ระหว่างเดือน สิงหาคม ถึง กันยายน เพราะฉะนั้นความเชื่อที่ว่า นบีอีซาเกิดในเดือนธันวาคม จึงไม่สอด คล้องกับหลักฐานที่ปรากฏในอัลกุรอาน

7 – อีซาไม่ไดถูกฆ่าตายหรือถูกตรึงกางเขน

ไม้กางเขนคือสัญลักษณ์ทางศาสนาคริสต์ จากความเชื่อของคนบางกลุ่มที่ว่า พระเยซูถูกฆ่าตายโดยถูกตึงบน ไม้กางเขน บ้างก็ว่าพระเยซูตายเพื่อถ่ายบาปของมนุษย์ แต่ความเชื่อเหล่านี้ถูกปฏิเสธจากอัลกุรอาน พระองค์ อัลลอฮ์ ทรงกล่าวว่า

และการที่พวกเขากล่าวว่า เราได้สังหาร อัลมะเซียะห์ อีซา บุตรของมัรยัม ศาสนทูตของอัลลอฮ์ และพวกเขาไม่ได้สังหารอีซา และพวกเขาไม่ได้จับอีซาตรึงบนกางเขน แต่มีผู้ถูกทำให้เหมือนทำ  ให้พวกเขาเข้าใจผิด

(ซูเราะห์ อันนิซาอ์ อายะห์ที่ 157)


   หลักฐานที่ได้จากอัลกุรอานและอัลฮะดีษที่นำมาแสดงข้างต้นพอ สังเขปนี้ ทำให้เราได้ทราบว่า นบีอีซา อลัยฮิสสลาม คือมนุษย์ มิได้อยู่ในสภาวะพระเจ้า ท่านเป็นบ่าวและศานสนทูตของอัลลอฮ์ มิใช่พระบุตร ท่านไม่ได้เกิดในเดือนธันวาคามหรือ มกราคม และไม่ได้ถูกฆ่าตายหรือถูกตรึงบนไม้กางเขน

   ดังนั้น นบีอีซาจึงเป็นคนละคนกับพระเยซูที่ชาวคริสต์ฉายภาพให้เห็น

.......................................................................................................................

ที่มา : http://fareedfendy.com/fatwa/0002.php


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 23 ธันวาคม 56 เวลา 23.40 น.