ชิริกและมุรตัด ตอนที่ 4



โดย  อ.อับดุลฮากีม มังเดชะ

 

11.การตัดสินชี้ขาดที่มิได้เป็นไปตามบัญญัติอิสลาม หรือการไม่พึงพอใจในข้อชี้ขาดของอิสลาม หรือรู้สึกคับ ข้องใจในข้อชี้ขาดของอิสลาม ก็เท่ากับเป็นกุฟร ดังที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

فَلَا وَرَبِّكَ لَا يُؤْمِنُونَ حَتَّى يُحَكِّمُوكَ فِيمَا شَجَرَ بَيْنَهُمْ ثُمَّ لَا يَجِدُوا فِي أَنْفُسِهِمْ حَرَجًا مِمَّا قَضَيْتَ وَيُسَلِّمُوا تَسْلِيمًا


ขอสาบานต่อพระเจ้าของเจ้าว่า มิใช่เช่นนั้นดอก พวกเขาเหล่านั้นจะยังมีศรัทธา จนกว่าพวกเขาจะ ให้เจ้า (มุหัมมัด) ตัดสินในสิ่ง ที่ขัดแย้งกันในระหว่างพวกเขา แล้วพวกเขาก็ไม่พบความคับข้องใจใด ๆ ในจิตใจของพวกเขา จากสิ่งที่เจ้าได้ตัดสินไปและพวกเขา ก็ยอมจำนนโดยดี

(สูเราะฮฺ  อันนิซาอฺ. 4 : 65)

12.การให้สิทธิแก่ผู้อื่นนอกจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ในการเป็นผู้ตราบทบัญญัติ เช่น เผด็จการก็ดี หรือ ประชาธิปไตยก็ดี เพื่อมาลบล้าง บทบัญญัติของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ก็เท่ากับเป็นกุฟรเช่นกัน ดังที่ อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสไว้ในอัลกุรอ่านว่า

أَمْ لَهُمْ شُرَكَاءُ شَرَعُوا لَهُمْ مِنَ الدِّينِ مَا لَمْ يَأْذَنْ بِهِ اللَّهُ وَلَوْلَا كَلِمَةُ الْفَصْلِ لَقُضِيَ بَيْنَهُمْ وَإِنَّ الظَّالِمِينَ لَهُمْ عَذَابٌ أَلِيمٌ

หรือว่าพวกเขามีภาคีต่าง ๆ ทำหน้าที่ตราบัญญัติศาสนาให้แก่พวกเขา โดยที่อัลลอฮฺมิได้ทรงอนุมัติ”

(สูเราะฮฺ อัชซูรอ. 42 : 21)


13.การห้ามสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงอนุมัติหรืออนุมัติสิ่งที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงห้าม เช่น อุละมาอฺบางคนอนุมัติให้กิน ดอกเบี้ยได้ ดื่มสุราได้ ฯลฯ ทำให้เป็นกุฟร ดังที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสไว้ในซูเราะฮฺ อันนะฮฺลิ อายะฮฺที่ 116 ว่า

وَلَا تَقُولُوا لِمَا تَصِفُ أَلْسِنَتُكُمُ الْكَذِبَ هَذَا حَلَالٌ وَهَذَا حَرَامٌ لِتَفْتَرُوا عَلَى اللَّهِ الْكَذِبَ إِنَّ الَّذِينَ يَفْتَرُونَ عَلَى اللَّهِ الْكَذِبَ لَا يُفْلِحُونَ

  และพวกเจ้าอย่าได้พูดตามคำพูดอันเป็นเท็จของพวกเจ้าที่ว่านี่เป็นที่อนุมัติและนี่เป็น ที่ฮะรอมเพื่อ พวกเจ้าจะกล่าวเท็จกับอัลลอฮฺ แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวเท็จกับอัลลอฮฺ นั้นจะไม่ประสบกับความสำเร็จ

(สูเราะฮฺ อันนะฮฺลิ. 16 :116)

 14.การนิยมชมชอบ ตลอดจน (เลื่อมใส ศรัทธา) ในลัทธิ หรืออุดมการณ์อื่นใดนอกเหนือไปจากอิสลาม ไม่ว่าจะ เป็นชาตินิยม สังคมนิยม มาโซนี ทำให้ตกเป็นกาฟิร ดังที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสไว้ในสูเราะฮฺ อาละ อิมรอน อายะฮฺที่ 85 ว่า

وَمَنْ يَبْتَغِ غَيْرَ الْإِسْلَامِ دِينًا فَلَنْ يُقْبَلَ مِنْهُ وَهُوَ فِي الْآَخِرَةِ مِنَ الْخَاسِرِينَ

และผู้ใดแสวงหาศาสนาอื่นนอกจากอิสลามแล้ว อัลลอฮฺก็จะไม่รับจากเขาเป็นอันขาด และในวันอา คีเราะฮฺเขาจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน

(สูเราะฮฺ อาละอิมรอน. 3 : 85)

15.การด่าอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา หรือด่าท่านร่อซสู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หรือสาปแช่งศาสนา อิสลาม ทำให้เป็นกาฟิร

16.การมีจิตใจรังเกียจในการให้เอกภาพแด่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา การผินหลังให้กับการวิงวอนขอความ ช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ สุบหานะ ฮูวะตะอาลา เพียงพระองค์เดียว การเป็นปฏิปักษ์ขัดขวางกับผู้ที่ขอความช่วย เหลือจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทำให้ตกเป็นกุฟร ดังที่ อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสไว้ในสูเราะฮฺ อัซซุมัร อายะฮฺที่ 45 ว่า

وَإِذَا ذُكِرَ اللَّهُ وَحْدَهُ اشْمَأَزَّتْ قُلُوبُ الَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِالْآَخِرَةِ وَإِذَا ذُكِرَ الَّذِينَ مِنْ دُونِهِ إِذَا هُمْ يَسْتَبْشِرُونَ


และเมื่อพระนามของอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวถูกกล่าวเตือนขึ้น หัวใจของบรรดาผู้ที่ไม่เชื่อมั่นศรัท ธา (อีมาน) ต่อวันอาคีเราะฮฺ ก็แสดงความรังเกียจ และเมื่อบรรดาอื่นจากอัลลอฮฺถูกกล่าวขึ้น เมื่อนั้นพวก เขาก็ต่างพากันดีใจ

(สูเราะฮฺ อัซซุมัร. 39 :45)

17.การเปลี่ยนศาสนาจากศาสนาอิสลามไปเป็นศาสนาอื่น ทำให้เป็นกาฟิรทันที ดังที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮู วะตะอาลา ตรัสว่า

وَمَنْ يَرْتَدِدْ مِنْكُمْ عَنْ دِينِهِ فَيَمُتْ وَهُوَ كَافِرٌ فَأُولَئِكَ حَبِطَتْ أَعْمَالُهُمْ فِي الدُّنْيَا وَالْآَخِرَةِ وَأُولَئِكَ أَصْحَابُ النَّارِ هُمْ فِيهَا خَالِدُونَ

และผู้ใดในหมู่พวกเจ้ากลับออกไปจากศาสนาอิสลามของเขา แล้วเขาก็ตายไปในขณะที่ยังเป็นผู้ ปฏิเสธศรัทธา (กาฟิร) อยู่ ชนเหล่า นั้นแหละบรรดาการงานของเขาย่อมไร้ผลทั้งในโลกนี้และในโลก อาคีเราะฮฺ พวกเหล่านี้คือชาวนรกโดยที่พวกเขาจะอยู่ในนรกนั้น ตลอดกาล

(สูเราะหฺ อัล-บะกอเราะฮฺ.  2: 217)

 ท่านร่อสู้ลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

ผู้ใดที่เปลี่ยนศาสนาของเขา ก็จงประหารชีวิตเขาเสีย

(อันนะสาอียฺ สุนันนะสาอียฺ หมวดตะหฺรีมุดดัม บรรพอัลฮุกมุฟิลมุรตัด. เลขที่ : 3996)


18.การสนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ พวกยิว พวกคริสต์ ให้มีชัยชนะเหนือมุสลิม นับว่าเป็นกุฟร ดังที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสไว้ใน สูเราะฮฺ อัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 51 ว่า

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا لَا تَتَّخِذُوا الْيَهُودَ وَالنَّصَارَى أَوْلِيَاءَ بَعْضُهُمْ أَوْلِيَاءُ بَعْضٍ وَمَنْ يَتَوَلَّهُمْ مِنْكُمْ فَإِنَّهُ مِنْهُمْ إِنَّ اللَّهَ لَا يَهْدِي الْقَوْمَ الظَّالِمِينَ


โอ้บรรดาผู้ที่ศรัทธาแล้วทั้งหลาย อย่าได้ถือเอาพวกยิวและพวกคริสต์มาเป็นมิตรสนิท บางคนในพวก เขาก็เป็นมิตรกับอีกบางคน และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเอาพวกเขามาเป็นมิตรสนิทแล้วไซร้ แน่นอนเขา ผู้นั้นก็เป็นหนึ่งในพวกเขา

(สูเราะฮฺ อัลมาอิดะฮฺ. 5 :51)

إِنَّ الَّذِينَ كَفَرُوا مِنْ أَهْلِ الْكِتَابِ وَالْمُشْرِكِينَ فِي نَارِ جَهَنَّمَ خَالِدِينَ فِيهَا أُولَئِكَ هُمْ شَرُّ الْبَرِيَّةِ


แท้จริง บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา (กาฟิร) อันได้แก่พวกที่ได้คัมภีร์มาก่อน (อะฮฺลุลกิตาบ คือพวกยิวและ พวกคริสต์) ตลอดจนผู้ที่ตั้งภาคี ร่วมกับอัลลอฮฺ (มุชริกีน) นั้น พวกเหล่านี้จะอยู่ในนรกญะฮันนัมตลอด กาล ชนเหล่านี้แหละคือคนที่ชั่วช้าที่สุด

(สูเราะฮฺ อัลบัยยินะฮฺ.  98 : 6)

19.คำพูดของพวกศูฟียฺหรือฏอรีเกาะฮฺบางพวก ที่พูดว่า สรรพสิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ล้วนคืออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทั้งสิ้นบรรดานักปราชญ์มุสลิมมีมติให้ประหารชีวิตผู้ที่กล่าวถ้อยคำข้างต้นนี้ได้ทันที

20.คำพูดที่ให้แบ่งแยกศาสนาออกจากรัฐ โดยอ้างว่าในอิสลามไม่มีการเมือง ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นกุฟร เพราะ เป็นการพูดเท็จต่ออัลกุรอ่านและ อัลหะดีษ

21.คำพูดของพวกศูฟียฺหรือฏอรีเกาะฮฺบางคน ที่ว่า “อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงมอบหมายการควบ คุมดูแลกิจการงานต่าง ๆ ไว้กับ ผู้ที่เป็นวะลีบางคน" ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นกุฟร เพราะแย้งกับดำรัสของ อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ในอัลกุรอ่าน สูเราะฮฺ อัซซุมัร อายะฮฺที่ 62 ที่ว่า

اللَّهُ خَالِقُ كُلِّ شَيْءٍ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ وَكِيلٌ

การควบคุมดูแลกิจการแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินล้วนเป็นสิทธิของพระองค์อัลลอฮฺเท่านั้น

(สูเราะฮฺ อัซซุมัร. 39.: 62)

สำหรับคนที่สิ้นสภาพการเป็นมุสลิมนั้น ก็ให้เขากลับเนื้อกลับตัวด้วยการเตาบะฮต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และให้กล่าวคำปฏิญาณใหม่

والله ولي التوفيق، وصلى الله وسلم وبارك على نبينا محمد وعلى آله وأصحابه أجمعين، ومن تبعهم بإحسان إلى يوم الدين .


ย้อนกลับ ตอนที่ 3

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 15 มกราคม 55 เวลา 09.20 .