บิดอะหฺและหลักความเชื่อ  ตอนที่ 4



โดย  อ.อับดุลฮากีม มังเดชะ

 

 

2.3.4  จะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้างจากการเรียนและศึกษาเรื่องอะกีดะฮฺ?

 ผู้ที่เรียนรู้ และศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องของอะกีดะฮฺ อย่างดีพอแล้ว การดำเนินชีวิตของเขาจะถูกต้อง และ สอดคล้องกับหลักธรรมคำสอน ของศาสนาอยู่เสมอ ความเชื่อมั่น และศรัทธาในหลักความดี ความชั่วก็จะเข้ม แข็งสมบูรณ์ การปฏิบัติศาสนกิจก็จะไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะเขา เข้าใจและตระหนักดีอยู่เสมอว่า เขาเป็นใคร ? เขาทำอะไร ? และจะได้รับอะไรถ้าทำเหมือนจะโดนอะไรถ้าไม่ทำ ? ชีวิตของผู้มั่นในศรัทธาจะมี แต่แก่นสารและ คุณค่า และอุดมด้วยมงคล และแน่นอนที่สุดเขาจะต้องได้รับความสุข และได้อยู่พำนักในบุญสถาน อุทยาน สวรรค์ของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ในโลกหน้าอย่างแน่นอน

2.3.5 ผู้เรียนอะกีดะฮฺควรคิดและทำตนอย่างไร?

ผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้และเข้าใจหลักอะกีดะฮฺต้องตั้งใจและตกลงกับตัวเองอยู่เสมอว่า ตนนั้นกำลังต้องการรู้จัก ศาสนาอิสลามให้ถูกต้องและสม บรูณ์มากที่สุด ต้องการรู้จักพระเจ้าผู้ทรงเอกะ ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ผู้ทรงเป็นเจ้าที่แท้จริง ต้องพร้อมที่จะยอมรับและเชื่อฟัง น้อมนำทุกคำสอนอย่างชนิดเหนือเกล้าเหนือ กระหม่อม ต้องไม่ตั้งข้อสงสัยหรือคำถามใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความสั่นคลอนต่อหลักความเชื่อ การศรัทธา และต้องไม่พยายามซักถามถึงเหตุผลบางประการโดยเฉพาะเรื่องความเชื่อในสิ่งที่อยู่เหนือประจักษ์ ( غيب ) โดยต้องเชื่อและถือว่า เป็นสิทธิ์และอภิสิทธิ์ เป็นไปตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา เพียง พระองค์เดียวเท่านั้น

2.3.6 ผู้ที่จะเรียนอะกีดะฮฺควรเริ่มต้นที่จุดใด?

 ผู้ที่ต้องการเรียนรู้และเข้าใจในหลักอะกีดะฮฺต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักศรัทธาทั้ง 6 ประการ (รุก่นอีมาน) โดยสรุปหรือสังเขปเสียก่อน เพราะการศรัทธาตามหลักอีมาน 6 ประการนั้นเป็นแก่นสาระ ที่สำคัญที่สุด ส่วนรายละเอียดและข้อมูลปลีกย่อยของ หลักศรัทธาทั้ง 6 ประการนั้น ให้การศึกษาเป็นลำดับรอง ต่อไป

หลักศรัทธา (รุก่นอีมาน) ทั้ง 6 ประการ

1 – การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา
2 - การศรัทธาต่อบรรดามะลาอีกะฮฺ
3 - การศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์
4 - การศรัทธาต่อบรรดาร่อซสู้ล
5 - การศรัทธาต่อวันสิ้นโลก
6 – การศรัทธาต่อการกำหนดสภาวะ

การเรียนและศึกษาทำความเข้าใจเรื่องของอะกีดะฮฺนั้นต้องใช้ความรอบครอบและเตรียมพร้อมที่ดี และต้องศึก ษาหรือรับจากแหล่งที่มีความถูก ต้องและเป็นที่เชื่อถือได้เท่านั้นหลักศรัทธาที่ได้มาจากแหล่งที่ไม่ถูกต้องนั้นล้วน เป็นหลักศรัทธาที่คลาด เคลื่อนบิดเบือนและ ผิดพลาดทั้งสิ้น

2.3.7  แหล่งที่มาของอะกีดะฮฺที่ถูกต้องคือ

1 - อัล-กุรอ่าน หมายถึง หลักความเชื่อที่มีปรากฏอยู่ในอัล-กรุอ่าน
2 - อัส-สุนนะฮฺ คือความเชื่อที่มีปรากฏอยู่ในสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะ  ลัยฮิวะสัลลัม
3 - อัล-อิจมาอฺ คือความเชื่อที่เป็นมติของปวงปราชญ์
4 - แนวทางของสลัฟ (ชนยุคแรก 300 ปีแรก)

2.3.8 ความสัมพันธ์ระหว่างบิดอะฮฺและหลักความเชื่อ

อิสลามเป็นเพียงศาสนาเดียวที่ยังคงดำรงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์อยู่จนถึงปัจจุบันช่วงระยะเวลาอันยาวนานของ ประวัติศาสตร์อิสลาม   ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบันมีเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นในอิสลามแต่อิสลามยังคงดำรงไว้ ซึ่งความบริสุทธิ์และจะยังคงอยู่ต่อ ไปจนถึงวันสุดท้าย เนื่องจากว่า อิสลามนั้นเป็นเพียงศาสนาเดียว ที่ได้รับการ ปกป้องจากอัลลอฮฺสุบหานะฮูวะตะอาลาอัลลอฮฺสุบหานะฮูวะตะอาลาทรงดำรัสว่า

إِنَّا نَحْنُ نَزَّلْنَا الذِّكْرَ وَإِنَّا لَهُ لَحَافِظُونَ

แท้จริงเราได้ให้ข้อตักเตือน (อัลกุรอ่าน) ลงมา และแท้จริงเราเป็นผู้รักษามันแน่นอน

สูเราะฮฺ อัลฮิจรฺ 15 : 9

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาเดียวที่ได้รับการปกป้องจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา จากการบิดเบือนต่าง ๆ หลักการอิสลามเป็นสิ่งที่ชัดเจนและ สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ในทุกยุคทุกสมัยทุกเวลาและทุกสถานที่ หลักการอิสลามทุกๆอย่างไม่สามารถที่จะบิดเบือนหรือลบล้างได้ เพราะอิสลามเป็นศาสนาที่มาจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงและพระองค์ก็ได้ทรงกำหนด  ให้อิสลามเป็นวิถีทางแห่งการดำ เนินชีวิต ของมนุษย์ผู้ซึ่งเป็นบ่าวของพระองค์ เพื่อให้พวกเขาเคารพภักดีต่อพระองค์เพียงองค์เดียว

وَمَا خَلَقْتُ الْجِنَّ وَالْإِنْسَ إِلَّا لِيَعْبُدُونِ

และเราไม่ได้สร้างญินและมนุษย์ด้วยเจตนาอื่นใดทั้งสิ้น   ยกเว้นเพื่อให้พวกมันรู้จักภักดีต่อเราเพียง ผู้เดียว"

สูเราะฮฺ อัซ-ซาริยาต. 51 :56.

หลักการทุกอย่างของอิสลามวางอยู่บนพื้นฐานของอะกีดะฮฺ อะกีดะฮฺอิสลามเป็นดังรากฐานที่รองรับหลักการอื่น ของอิสลามทุก ๆ อย่าง หากมุสลิมไม่มีความชัดเจนและบริสุทธิ์ใจในเรื่องของอะกีดะฮฺแล้ว ก็คงจะไร้ผลในการ ที่จะนำเอาหลักการ และหลักกฎหมายอื่นๆมาปฏิบัติ ดังนั้น ด้วยการเล็งเห็นถึงความสำคัญของอะกีดะฮฺ อิสลาม จึงได้สกัดกั้นและประณามทุก ๆ ความเชื่อและการที่จะปฏิบัติที่จะทำให้อะกีดะฮฺอิสลามต้อง เสียหาย ห้ามมุสลิม จากการตั้งภาคีและนำสิ่งอื่นมาเป็นหุ้นส่วนกับอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา เพราะมันเป็นบาปใหญ่ที่มุสลิมทุก ๆ คนต้องห่าง ไกล

إِنَّ اللَّهَ لَا يَغْفِرُ أَنْ يُشْرَكَ بِهِ وَيَغْفِرُ مَا دُونَ ذَلِكَ لِمَنْ يَشَاءُ وَمَنْ يُشْرِكْ بِاللَّهِ فَقَدِ افْتَرَى إِثْمًا عَظِيمًا

แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การที่สิ่งหนึ่งจะถูกให้มีภาคี ขึ้นแก่พระองค์และพระองค์ทรง อภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้น สำหรับ ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดให้มีภาคีขึ้นแก่อัลลอฮฺแล้ว แน่นอน เขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น

สูเราะฮฺ อัน-นิซาอฺ 4:48

อิสลามนั้นต่อต้านอย่างรุนแรงต่อการตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และคาดโทษไว้อย่างรุนแรงต่อผู้ที่ ตั้งภาคี และถือว่าเป็นโทษที่ ร้ายแรง จนไม่สามารถที่จะให้อภัยได้ การที่อิสลามเข้มงวดอย่างนี้เพื่อที่จะรักษา ความบริสุทธิ์ของอิสลามต่อไป และหากใครก็ตาม   ที่เขาดำรงอยู่ ในศาสนาอิสลาม แต่หัวใจของเขามีความเชื่อ ที่ขัดต่อบทบัญญัติที่มาจากท่านนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตลอดจนขัดต่อหลัก ความเชื่อของ อิสลาม แน่นอนที่สุดนั่นหมายถึงว่า  เขากำลังกระทำการบิดอะฮฺหรืออุตริกรรมทางหลักความเชื่อมั่นคือการตั้ง ภาคีต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาผู้นั้น

ผู้ที่เรียนรู้ และศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องของอะกีดะฮฺ อย่างดีพอแล้ว การดำเนินชีวิตของเขาจะถูกต้องและ สอดคล้องกับหลักธรรมคำสอน ของศาสนาอยู่เสมอ ความเชื่อมั่น และศรัทธาในหลักความดี ความชั่วก็จะเข้ม แข็งสมบูรณ์ การปฏิบัติศาสนกิจก็จะไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะเขาเข้าใจและตระหนักดีอยู่เสมอว่า เขาเป็นใคร? เขาทำอะไร? และจะได้รับอะไร ถ้าทำเหมือนจะโดนอะไร ถ้าไม่ทำ? ชีวิตของผู้มั่นใน ศรัทธาจะมีแต่แก่นสารและ คุณค่า และอุดมด้วยมงคล

และแน่นอนที่สุด เขาจะต้องได้รับความสุข และได้อยู่พำนักในบุญสถาน อุทยานสวรรค์ของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะ ตะอาลา ในโลกหน้าอย่าง แน่นอนผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้และเข้าใจหลักอะกีดะฮฺต้องตั้งใจและตกลงกับตัวเองอยู่ เสมอว่า ตนนั้นกำลังต้องการรู้จักศาสนาอิสลามให้ถูกต้อง และสมบรูณ์มากที่สุด ต้องการรู้จักพระเจ้าผู้ทรงเอกะ ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงยิ่งใหญ่เกรียงไกร ผู้ทรงเป็นเจ้าที่แท้จริง ต้องพร้อมที่จะยอมรับและ เชื่อฟังน้อมนำทุก คำสอนอย่างชนิดเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ต้องไม่ตั้งข้อสงสัยหรือคำถามใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความสั่น คลอนต่อหลักความ เชื่อการศรัทธา และต้องไม่พยายามซักถามถึงเหตุผลบางประการโดยเฉพาะเรื่องความเชื่อ ในสิ่งที่อยู่เหนือประจักษ์ โดยต้องเชื่อและถือว่า เป็นสิทธิ์และอภิสิทธิ์เป็นไปตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺ  สุบหา นะฮูวะตะอาลา เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

ผู้ที่ต้องการเรียนรู้และเข้าใจในหลักอะกีดะฮฺ ต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักศรัทธาทั้ง 6 ประการ (รุก่นอีมาน) โดยสรุปหรือสังเขปเสียก่อน เพราะการศรัทธาตามหลักอีมาน 6 ประการนั้นเป็นแก่นสาระที่ สำคัญที่สุด ส่วนรายละเอียดและข้อมูลปลีกย่อยของ หลักศรัทธาทั้ง 6 ประการนั้น ให้การศึกษาเป็นลำดับรอง ต่อไป

1 -  การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา
2 -  การศรัทธาต่อบรรดามะลาอีกะฮฺ
3 -  การศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์
4 -  การศรัทธาต่อบรรดาร่อสู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
5 -  การศรัทธาต่อวันสิ้นโลก
6 -  การศรัทธาต่อการกำหนดสภาวะ

การเรียนและศึกษาทำความเข้าใจเรื่องของอะกีดะฮฺนั้นต้องใช้ความรอบครอบและเตรียมพร้อมที่ดีและ ต้องศึก ษาหรือรับจากแหล่งที่มีความถูก ต้องและเป็นที่เชื่อถือได้เท่านั้นหลักศรัทธาที่ได้มาจากแหล่งที่ไม่ถูกต้องนั้น ล้วนเป็นหลักศรัทธาที่คลาดเคลื่อนบิดเบือนและผิดพลาดทั้งสิ้น

1 - อัล-กุรอ่าน หมายถึง หลักความเชื่อที่มีปรากฏอยู่ในอัล-กรุอ่าน
2 - อัส-สุนนะฮฺ คือความเชื่อที่มีปรากฏอยู่ในสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
3 - อัล-อิจมาอฺ คือความเชื่อที่เป็นเอกฉันท์ ทางมติของปวงปราชญ์
4 - แนวทางของสลัฟ (ชนยุค300ปีแรก)

والله ولي التوفيق، وصلى الله وسلم وبارك على نبينا محمد وعلى آله وأصحابه أجمعين، ومن تبعهم بإحسان إلى يوم الدين .


ย้อนกลับ ตอนที่ 3

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 12 พฤษภาคม 55 เวลา 11.20 .