บิดอะหฺและหลักความเชื่อ  ตอนที่ 3



โดย  อ.อับดุลฮากีม มังเดชะ

 

 

2.3 นิยามและความหมายของ หลักความเชื่อ

คำว่า อะกีดะฮฺ ( عقيدة ) เป็นคำศัพท์ภาษาอาหรับมีความหมายเป็นภาษาไทยว่า ความเชื่อการศรัทธา,การปักใจ เชื่อ ซึ่งมีรากศัพท์เดิมมาจากคำว่า عقد แปลว่า ผูก, ขมวดปม ผูกให้แน่น

อะกีดะฮฺคือบทบัญญัติที่มิอาจยอมรับให้มีการสงสัยคลางแคลงใดๆเกิดขึ้นแก่ผู้ที่ยึดมั่น และมีความหมายบัญญัติ ทางวิชาการของชาวสลัฟว่า ศรัทธาในความเป็นพระเจ้าผู้ทรงเอกะของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา สมควร อิบาดะฮฺ ขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ ศรัทธาในลักษณะนามของพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดามะลาอิกะฮฺ  ศรัทธาในบรรดาคัมภีร์ต่างๆ เรื่องราวที่อยู่ในอัลกุรอาน  ศรัทธาต่อบรรดานบีบรรดาร่อสู้ลที่พระองค์ส่งมาเผยแพร่ ในสิ่งที่เป็นเรื่องเร้นลับที่ท่านนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทรงกล่าวไว้ เช่น เรื่องราวของวันสิ้นโลก สภาพของวันกิยามะฮฺ ลักษณะของสวรรค์และนรก เรื่องราวของบรรดาญินและบรรดาชัยฏอน การศรัทธาต่อบรร ดาคัมภีร์ที่พระองค์ทรงประทานให้กับบรรดาร่อสู้ลของพระองค์ การศรัทธาต่อการกำหนดสภาวะ โดยที่ไม่มีผู้ใด จะมาให้หรือว่ายับยั้งได้ ยกเว้นพระองค์เพียงองค์เดียว

และสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับปวงชนมุสลิมยุคปัจจุบัน นั่นคือ การเป็นศาสนทูตของนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะสัลลัม และหลักศรัทธาทั้งหมดตลอดจนหลักความดีความชั่วและสิ่งที่อยู่เหนือประจักษ์ทั้งมวลส่วน “อะกีดะฮฺ” ในทางศาสนาหมายถึงสิ่งที่ถูกนำมายึดถือทางการศรัทธา (นอกจากการปฏิบัติ) เช่น เชื่อมั่นต่อการมีอยู่ของอัล ลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และเชื่อมั่นต่อการเป็นร่อสู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เป็นต้น ซึ่งมีพหูพจน์เป็น “อะกออิด” สรุปคือสิ่งต่างๆที่จิตใจมนุษย์นำมายึดถือโดยความเชื่อศรัทธา สิ่งนั้นย่อมเป็นอะกีดะฮฺ ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ก็ตาม

เมื่อกล่าวถึง “อะกีดะฮฺอิสลามียะฮฺ” ก็หมายถึง อะกีดะฮฺของอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺ ทั้งนี้ เพราะอิสลามที่ อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงยินดีให้เป็นศาสนาแก่ปวงบ่าวของพระองค์ นั้นก็คือ อะกีดะฮฺของชนยุค 3 ศตวรรษแรกอันดีเลิศ นับจากยุคเศาะหาบะฮฺ ตาบิอีน และตาบิอิต-ตาบิอีนนั่นเอง

2.3.1 ทำไมจึงต้องปฏิบัติตามอะกีดะฮฺของอัส-สละฟุศศอลิหฺ?

เพราะอะกีดะฮฺที่ถูกต้องคือรากฐานของศาสนานี้ ขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาบนรากฐานอื่น ย่อมนำสู่ ความพินาศและหายนะ เหตุนี้เราจึงพบว่าท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ให้ความสำคัญอย่างดีที่สุดในการ วางรากฐานของอะกีดะฮฺ และทำให้มันมั่นคงอยู่ในจิตใจของเหล่าเศาะหาบะฮฺตลอดช่วงอายุขัยของท่าน ทั้งนี้ เพื่อสู่การสร้างอุมมะฮฺบนหลักอันเข้มแข็งและรากฐานอันมั่นคงนั่นเอง

อะกีดะฮฺตามแนวทางของอัส-สละฟุศศอลิหฺ มีจุดเด่นที่สำคัญและลักษณะพิเศษมากมายอันแสดงถึงคุณค่าและ สิ่งที่พึงยึดถือ ดั่งจุดเด่นที่สำคัญต่อไปนี้

1.คือหนทางเดียวที่สามารถปลดปล่อยให้พ้นจากสภาพแห่งการแตกแยก และการเป็นพรรคพวก และทำให้แถว ต่าง ๆ ของมุสลิมทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้ โดยเฉพาะในระดับอุละมาอฺและบรรดานักดะวะฮฺในฐานะที่มันเป็น วะหฺยูจากอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และเป็นทางนำของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเป็นสิ่งที่ ชนยุคแรกคือเหล่าเศาะหาบะฮฺผู้มีเกียรติยึดถือมา ขณะที่การร่วมกันบนสิ่งอื่นจากนี้ย่อมนำสู่บั้นปลายแห่งการแตก แยก การขัดแย้งอย่างมิจบสิ้นจะกลายเป็นความปราชัยในที่สุด ดั่งสภาพที่กำลังประสบกับบรรดามุสลิมเช่นใน ปัจจุบัน

อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสว่า

وَمَنْ يُشَاقِقِ الرَّسُولَ مِنْ بَعْدِ مَا تَبَيَّنَ لَهُ الْهُدَى وَيَتَّبِعْ غَيْرَ سَبِيلِ الْمُؤْمِنِينَ نُوَلِّهِ مَا تَوَلَّى وَنُصْلِهِ جَهَنَّمَ وَسَاءَتْ مَصِيرًا

และผู้ใดที่ฝ่าฝืนร่อสู้ล หลังจากที่ทางนำอันถูกต้องดังประจักษ์แก่เขาแล้ว และเขายังปฏิบัติตามที่มิ ใช่ทางของบรรดาผู้ศรัทธานั้น เราก็จะให้เขาหันไปตามที่เขาได้หันไป และเราจะให้เขาเข้านรกญะฮัน นัมและมันเป็นที่กลับอันชั่วร้ายยิ่ง

สูเราะหฺ อัน-นิสาอฺ  4 : 115.


 2.ทำให้แถวของมุสลิมทั้งหลายเป็นเอกภาพและเข้มแข็งและรวมเป็นหนึ่งเดียวกันบนสัจธรรมและ เป็นไปได้เพื่อ สัจธรรมนั้นอย่างแท้จริง สอดรับในคำบัญชาของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ที่ตรัสว่า

وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلَا تَفَرَّقُوا

และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮฺโดยพร้อมเพรียงกันทั้งหมด และจงอย่าแตกแยกกัน

สูเราะฮฺ อาลิ-อิมรอน  3 :103.

เพราะจริงแล้วสาเหตุแห่งความขัดแย้งในระหว่างมุสลิมที่สำคัญที่สุดก็คือความขัดแย้งเรื่องแนวทาง และแหล่ง อ้างอิงของหลักฐานที่ใช้ยึดถือ ดังนั้นเมื่อทำให้แหล่งที่มาของอะกีดะฮฺและแหล่งที่มาของหลักฐาน เป็นหนึ่งเดียว กันได้แล้ว แน่นอนย่อมเป็นสาเหตุสำคัญที่จะสามารถนำสู่เอกภาพของอุมมะฮฺ เหมือนดั่งที่เคยเกิดขึ้นมาในชนยุค แรกเช่นครั้งอดีต

 3.ทำให้มุสลิมมีความผูกพันโดยตรงต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และร่อสู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และด้วยความรักและการเทิดเกียรติทั้งสองไว้สูงสุดโดยไม่มีการเหลื่อมล้ำระหว่างสิ่งที่มาจากอัลลอฮฺ สุบหา นะฮูวะตะอาลา และที่มาจากร่อสู้ลของพระองค์ เพราะแหล่งที่มาของอะกีดะฮฺอัส-สลัฟ ก็คือคำกล่าวของอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และคำกล่าวของร่อสู้ล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั่นเอง พร้อมหลีกห่างจากการใช้อา รมณ์และสิ่งคลุมเครือ (ชุบฮาต) และบริสุทธิ์จากอิทธิพลชองชนชาติต่างๆเช่นปรัชญา ตรรกะ และการใช้ปัญญา หรือการแทรกแซงของแหล่งความรู้อื่น ๆ

4.เป็นสิ่งที่สะดวก อีกทั้งชัดเจนโดยไม่มีสิ่งเคลือบแคลง คลุมเครือห่างไกลจากความสับสน และการบิดเบือนหลัก ฐาน เป็นหลักการเชื่อถือที่ยุแหย่จากชัยฏอน ทำให้รู้สึกสบายใจ ทั้งนี้เพราะมันคือสิ่งที่ดำเนินอยู่บนทางนำของนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะสัลลัมแห่งอุมมะฮฺนี้ และของบรรดาเศาะฮาบะฮฺ (ริฎวานุ้ลลอฮฺอะลัยฮิม) ของท่าน นั่นเอง

อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

إِنَّمَا الْمُؤْمِنُونَ الَّذِينَ آَمَنُوا بِاللَّهِ وَرَسُولِهِ ثُمَّ لَمْ يَرْتَابُوا وَجَاهَدُوا بِأَمْوَالِهِمْ وَأَنْفُسِهِمْ فِي سَبِيلِ اللَّهِ أُولَئِكَ هُمُ الصَّادِقُونَ

แท้จริงผู้ศรัทธาที่แท้จริงนั้นก็คือบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและร่อสู้ลของพระองค์ แล้วพวกเขาไม่สง สัยเคลือบแคลงใจ แต่พวกเขาได้เสียสละต่อสู้ดิ้นรนด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวก เขาไปในหนทางของอัลลอฮฺ ชนเหล่านั้นแหละ (คือ) บรรดาผู้สัตย์จริง

สูเราะหฺ อัล-หุจญรอต  49 : 15

5.เป็นสาเหตุสำคัญที่จะนำไปสู่การเข้าใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา และได้รับความสำเร็จด้วยการ พึงพอพระทัยของพระองค์อย่างแท้จริง

คุณลักษณะและจุดเด่นต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นจุดยืนที่มั่นคงของอะฮฺลุสสุนนะฮฺวัล-ญะมาอะฮฺ แม้นพวกเขาจะอยู่ ณ แห่งหนใด หรือในยุคสมัยไหนก็แทบไม่มีความแตกต่างหรือขัดแย้งกันเลย

2.3.2 เราสามารถเรียกคำว่าอะกีดะฮฺด้วยชื่อเรียกอื่นๆได

1- ايمان (อีมาน) แปลว่า การศรัทธา,การเชื่อตามความจริง

2- توحيد (เตาฮีด) แปลว่า การให้เอกภาพ หรือศรัทธาต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา เพียงพระองค์เดียว เท่านั้น

2.3.3 ทำไมเราต้องเรียนรู้ ศึกษาทำความเข้าใจเรื่อง อะกีดะฮฺ?

เราทุกคนจำเป็นต้องเรียนและศึกษาทำความเข้าใจหลักศรัทธาหรืออะกีดะฮฺอย่างละเอียดและถูกต้อง เท่าที่มีอยู่ ในวิสัยทัศน์ ตามนัยยะของโองการที่ว่า

فَاتَّقُوا اللَّهَ مَا اسْتَطَعْتُمْ

พวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺ เท่าที่พวกท่านมีความสามารถ

สูเราะฮฺ อัตตะฆอบุน. 64 : 16

การรู้และเข้าใจหลักอะกีดะฮฺอย่างถูกต้องถือเป็นฟัรฎูอีน (ภาคบังคับรายบุคคล) ที่ทุกคนต้องรับผิดชอบเท่าๆกัน เหมือนๆกัน ทุกคนต้องเรียน ทุกคนต้องเข้าใจ จนกระทั้งสามารถรู้และปฎิบัติหน้าที่ทางความเชื่อได้อย่างสมบูรณ์ และไม่บกพร่อง

การเรียนอะกีดะฮฺจึงเป็นภาระและความรับผิดชอบชิ้นแรกที่มุสลิมทุกคนต้องแบกรับและต้องรับผิดชอบ ก่อนหน้า ที่และความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งเรื่องของการปฏิบัติศาสนกิจเพราะอัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลา จะไม่ทรงรับและตอบแทนกุศลให้การปฏิบัติศาสนกิจที่ไม่มีพื้นฐานของอะกีดะฮฺอย่างถูกต้องรองรับ ดั่งใจความ ของโองการว่า

وَقَدِمْنَا إِلَى مَا عَمِلُوا مِنْ عَمَلٍ فَجَعَلْنَاهُ هَبَاءً مَنْثُورًا

และเรามุ่งสู่การงานที่พวกเขาประกอบไว้จากนั้นเราทำให้มันไร้คุณค่ากลายเป็นฝุ่นละอองที่ปลิวว่อน

สูเราฮฺ อัล ฟุรกอน. 25 : 23

وَمَا خَلَقْتُ الْجِنَّ وَالْإِنْسَ إِلَّا لِيَعْبُدُونِ

และเราไม่ได้สร้างญินและมนุษย์ด้วยเจตนาอื่นใดทั้งสิ้นยกเว้นเพื่อให้พวกมันรู้จักภักดีต่อ เราเพียง ผู้เดียว

สูเราะฮฺ อัซาริยาต. 51 : 56

ดังนั้นการเผยแพร่ศาสนาของบรรดาศาสนทูตจึงมุ่งเน้นที่เรื่องของอะกีดะฮฺเป็นลำดับแรก

وَلَقَدْ بَعَثْنَا فِي كُلِّ أُمَّةٍ رَسُولًا أَنِ اُعْبُدُوا اللَّهَ وَاجْتَنِبُوا الطَّاغُوتَ

และเราขอยืนยัน เราได้แต่งตั้งให้มีศาสนทูตอยู่ในทุกๆ ชนชาติ โดยทำหน้าที่เรียกร้องว่า พวกท่านจง ภักดีต่ออัลลอฮฺเถิด และพวกท่านจงหลีกห่างจากพวกเจว็ด

สูเราะฮฺ อันนะฮฺ 16:36

นบีนูหฺ นบีซอและหฺ และฯลฯ นบีทุกท่านทำหน้าที่เรียกร้องสู่การศรัทธาเป็นสิ่งแรกว่า

يَا قَوْمِ اعْبُدُوا اللَّهَ مَا لَكُمْ مِنْ إِلَهٍ غَيْرُهُ

โอ้พวกพ้องของข้า พวกท่านต้องภักดีต่ออัลลอฮฺเท่านั้น ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกแล้วนอกจากอัลลอฮฺเท่า นั้นที่พวกท่านต้องยอมสยบ

สูเราะฮฺ อัลอะอฺร้อฟ 7 : 59

แน่นอนจำเป็นสำหรับเราทุก ๆ คน จะต้องอยู่ในแนวทางที่เที่ยงตรงตลอดไป และจะเป็นแนวทางนำไปสู่ความพึง พอใจของพระองค์ ไม่หลงไปทางอื่น ดั่งที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

وَأَنَّ هَذَا صِرَاطِي مُسْتَقِيمًا فَاتَّبِعُوهُ وَلَا تَتَّبِعُوا السُّبُلَ فَتَفَرَّقَ بِكُمْ عَنْ سَبِيلِهِ ذَلِكُمْ وَصَّاكُمْ بِهِ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ

และแท้จริงนี้คือทางของข้าอันเที่ยงตรงพวกเจ้าจงปฏิบัติตามมันเถิด และอย่าปฏิบัติตามหลาย ๆ ทาง เพื่อว่าพวกเจ้าจะยำเกรง"

สูเราะฮฺ อันอาม 6:153

นั่นคือแนวทางที่ท่านนบีมูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เรียกร้องเชิญชวน ดั่งที่อัลลอฮฺ สุบหานะฮูวะตะอาลาทรงตรัสว่า

قُلْ هَذِهِ سَبِيلِي أَدْعُو إِلَى اللَّهِ عَلَى بَصِيرَةٍ أَنَا وَمَنِ اتَّبَعَنِي وَسُبْحَانَ اللَّهِ وَمَا أَنَا مِنَ الْمُشْرِكِينَ

จงกล่าวเถิดมุหัมมัด นี่คือแนวทางของฉัน ฉันเรียกร้องไปสู่อัลลอฮฺอย่างประจักษ์แจ้ง ทั้งตัวฉันและผู้ ปฏิบัติตามฉัน และมหาบริสุทธิ์แห่งอัลลอฮฺ ฉันมิได้อยู่ในหมู่ตั้งภาคี”

สูเราะฮฺ ยูซุฟ 16: 108


ย้อนกลับ ตอนที่ 2                                                                                                                   ถัดไป ตอนที่ 4

 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com วันที่ 12 พฤษภาคม 55 เวลา 11.20 .