การให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺ



โดย  วะร่อซะตุซซุนนะฮฺ

 

ดาวน์โหลดไฟล์ :     

อัลอิสลาม  เป็นศาสนาที่พระองค์อัลลอฮฺมอบให้กับมนุษย์ทุกยุคสมัย โดยผ่านทางบรรดานบี และร่อซูลแต่ละ ท่าน  และพระองค์ทรงให้ อิสลามเป็นศาสนาสุดท้ายที่สมบูรณ์เพื่อปวงบ่าวของพระองค์ ทรงให้ความโปรดปราน ครบถ้วนและทรงพอใจ และไม่ทรงรับรองศาสนาอื่น จากอิสลาม พระองค์ทรงตรัสว่า

الْيَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُمْ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي وَرَضِيتُ لَكُمُ الْإِسْلَامَ دِينًا

...วันนี้ข้าได้ให้สมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งศาสนาของพวกเจ้า และข้าได้ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งความกรุณาเมตตาของข้า และข้าได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้าแล้ว...

(อัลมาอิดะฮฺ : 3)

إِنَّ الدِّينَ عِنْدَ اللَّهِ الْإِسْلَامُ

แท้จริงศาสนา ณ ที่อัลลอฮฺ คืออิสลาม...

(อาลิอิมรอน : 19)

وَمَنْ يَبْتَغِ غَيْرَ الْإِسْلَامِ دِينًا فَلَنْ يُقْبَلَ مِنْهُ وَهُوَ فِي الْآَخِرَةِ مِنَ الْخَاسِرِينَ

และผู้ใดแสวงหาศาสนาหนึ่งศาสนาใดอื่นไปจากศาสนาอิสลามแล้ว ศาสนานั้นจะไม่ถูกรับจากพระ องค์เป็นอันขาด และในปรโลก เขาจะอยู่ในหมู่ผู้ที่ขาดทุน

(อาลิอิมรอน : 85)

      มนุษย์ทุกคนนั้นจะต้องรับอิสลามและดำเนินชีวิตอย่างอิสลาม เพราะจุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการเป็น มนุษย์นั้นก็คือ การอิบาดะฮฺต่อ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาองค์เดียวเท่านั้น ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า

وَمَا خَلَقْتُ الْجِنَّ وَالْإِنْسَ إِلَّا لِيَعْبُدُونِ

“และข้ามิได้สร้างญิน และมนุษย์เพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่อเคารพภักดีต่อข้า”  

(อัษษาริยาต  : 56)

      อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงบอกว่าแท้จริงแล้วพระองค์มิทรงสร้างญินและมนุษย์มาเพื่ออื่นใด เว้นแต่ ให้อิบาดะฮฺต่อพระองค์เท่านั้น อันได้แก่ การละหมาด การถือศีลอด การจ่ายซะกาต การประกอบพิธีหัจญ์ การเชือดสัตว์ การบนบาน การขอดุอาอฺ การขอความช่วยเหลือ การเชื่อฟัง การปฏิบัติตามพระบัญชาของอัลลอฮฺ และละทิ้งในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามตามที่อัลกุรอ่านและซุนนะฮฺของท่านร่อซูล ได้ชี้แจงไว้ นี่คือข้อคิดในการสร้าง ญินและมนุษย์ ถ้าผู้ใดเชื่อฟังและปฏิบัติตามก็จะได้รับการตอบแทนอย่างมากมาย

ส่วนผู้ใดฝ่าฝืนนั้นก็จะได้รับโทษอย่างรุนแรงเช่นกัน เมื่อพระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาและได้บอกจุดประสงค์ในการ ดำเนินชีวิตของมนุษย์มาแล้ว พระองค์ก็มิทรงให้มนุษย์นั้นอยู่กันอย่างไม่มีแบบแผน  ไม่มีวิธีทาง ไม่มีเป้าหมาย หรือการที่พระองค์ทรงบอกเป้าหมายให้มนุษย์ทราบแล้ว พระองค์ก็มิทรงให้มนุษย์นั้นมาคิดค้นหาวิธีในการทำอิ บาดะฮฺกันเอง แต่พระองค์ทรงส่งบรรดานบี บรรดาร่อซูล มาพร้อมกับคัมภีร์ต่างๆ เพื่อให้ บรรดาร่อซูลนั้นได้ชี้แจง เรียกร้อง ไปสู่พระองค์ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสว่า

وَلَقَدْ بَعَثْنَا فِي كُلِّ أُمَّةٍ رَسُولًا أَنِ اُعْبُدُوا اللَّهَ وَاجْتَنِبُوا الطَّاغُوتَ

"และโดยแน่นอน เราได้ส่งร่อซูลมาในทุกประชาชาติ (โดยมีรับสั่งว่า) พวกท่านจงเคารพภักดีอัลลอฮฺ และจงห่างไกลจากพวกเจว็ด"

(อันนะหลฺ : 36)

وَمَا أَرْسَلْنَا مِنْ قَبْلِكَ مِنْ رَسُولٍ إِلَّا نُوحِي إِلَيْهِ أَنَّهُ لَا إِلَهَ إِلَّا أَنَا فَاعْبُدُونِ

และเรามิได้ส่งศาสนทูตคนใดมาก่อนหน้าพวกเจ้า นอกจากเราได้โองการแก่เขาว่า แท้จริงไม่มีพระ เจ้าอื่นใดนอกจากข้า ดังนั้น พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้าเถิด

(อัลอันบิยาอฺ : 25)

ท่านอุมัร อิบนุ ค็อฏฏอบ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า “อัฏฏอฆูต นั้นคือชัยฏอน


ท่านญาบิร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า “พวกฏอฆูต คือพวกหมอผี,หมอดูหมอเดา ที่ชัยฏอนจะมายังพวก เขาในแต่ละย่าน


อิหม่ามมาลิก กล่าวว่า “อัฏฏอฆูต คือทุกๆสิ่งที่ถูกกราบไหว้นอกเหนือจากอัลลอฮฺ


อิบนุ กาซีร กล่าวว่า “อัฏฏอทูต คือชัยฏอน และสิ่งที่ถูกอิบาดะฮฺนอกเหนือจากอัลลอฮฺ


     ฉะนั้น “ฏอฆูต” คือทุกๆสิ่งที่ถูกกราบไหว้นอกเหนือจากอัลลอฮฺ อาทิเช่น มนุษย์,ญิน,ชัยฏอน,ต้นไม้,หิน,เจว็ด ,สัตว์,ดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์,ดวงดาว,เปลวไฟ และฯลฯ

     หลักการอิสลามที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ก็คือ การกล่าวปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ โดย ความบริสุทธิ์ใจ อิบาดะฮฺต่อ พระองค์องค์เดียว เพราะทุกสิ่งที่ถูกเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮฺไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ รูปปั้น ต้นไม้ มะลาอิกะฮฺ ญิน หรืออื่นจากนี้ เป็นสิ่งหลอก หลวง งมงาย หลงผิด ทั้งสิ้น พระองค์อัลลอฮฺเท่านั้น ที่จะได้รับการเคารพภักดีอย่างแท้จริง อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า

ذَلِكَ بِأَنَّ اللَّهَ هُوَ الْحَقُّ وَأَنَّ مَا يَدْعُونَ مِنْ دُونِهِ هُوَ الْبَاطِلُ وَأَنَّ اللَّهَ هُوَ الْعَلِيُّ الْكَبِيرُ

เช่นนั้นแหละ เพราะว่าอัลลอฮฺคือผู้ทรงสัจจะ และแท้จริงสิ่งที่พวกเขาวิงวอนขออื่นจากพระองค์นั้น เป็นเท็จ และแท้จริงอัลลอฮฺคือผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่

(อัลหัจญ์ : 62)

    ดังนั้นมนุษย์ทุกคนต้องอิบาดะฮฺ กราบไหว้ เคารพภักดี ต่ออัลลอฮฺองค์เดียวในทุกเรื่องด้วยความบริสุทธิ์ใจ พร้อมกับความกตัญญู สำนึกใน บุญคุณของพระองค์อย่างเต็มเปี่ยมและรู้สึกถึงความต่ำต้อย อ่อนแอต่อความ ยิ่งใหญ่ของพระองค์

فَاعْبُدِ اللَّهَ مُخْلِصًا لَهُ الدِّينَ  أَلَا لِلَّهِ الدِّينُ الْخَالِصُ

ดังนั้นเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ โดยเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใจต่อศาสนาของพระองค์   พึงทราบ เถิดว่า การเคารพภักดีโดย บริสุทธิ์ใจนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺเพียงองค์เดียว.....

(อัซซุมัร : 2-3)

وَقَضَى رَبُّكَ أَلَّا تَعْبُدُوا إِلَّا إِيَّاهُ

และพระผู้อภิบาลของเจ้า กำหนดว่า พวกเจ้าจงอย่าเคารพภักดีผู้ใดอื่นนอกจากพระองค์เท่านั้น....”

(อัลอิสรออฺ : 23)

فَادْعُوا اللَّهَ مُخْلِصِينَ لَهُ الدِّينَ وَلَوْ كَرِهَ الْكَافِرُونَ

ดังนั้นการวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺโดยเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใจต่อศาสนาของพระองค์ แม้ว่าพวกปฏิเสธ การศรัทธาจะเกลียดชังก็ตาม

(ฆอฟิร : 14)

ส่วนฮะดีษนั้น มีรายงานจากท่านมุอาซ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า

كنت ردف النبي صلى الله عليه وسلم على حمار يقال له عفير قال: فقال: يَا مُعَاذُ تَدْرِي مَا حَقُّ الله عَلَى العِبَادِ، وَمَا حَقُّ العِبَادِ عَلَى الله؟ قال: قلت: اللهُ ورسولُـهُ أعلمُ، قال: فَإنَّ حَقَّ الله عَلَى العِبَادِ أَنْ يَـعْبُدُوا اللهَ وَلا يُشْرِكُوا بِـهِ شَيْئاً، وَحَقُّ العِبَادِ عَلَى الله عَزّ وَجَلّ أَنْ لا يُـعَذِّبَ مَنْ لا يُشْرِكُ بِـهِ شَيْئاً قال: قلتُ يَا رَسُولَ الله أَفَلا أبشرُ النَّاسَ؟ قال: لا تُبَشِّرْهُـمْ فَيَتَّكِلُوْا.

“ฉันได้นั่งข้างหลังท่านนบีบนลาตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “อุฟัยรฺ” แล้วท่านก็ถามว่า “โอ้ มุอาซ ท่านรู้หรือเปล่าว่าอะไร คือสิทธิของอัลลอฮฺที่พึงได้รับ จากปวงบ่าวของพระองค์ และอะไรคือสิทธิของปวงบ่าวที่พึงได้รับจาก อัลลอฮฺ?” ฉันตอบไปว่า ”อัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ย่อม รู้ดีกว่า” ท่านกล่าวว่า “สิทธิของอัลลอฮฺที่ พึงได้รับจากปวงบ่าวก็คือพวกเขาจะต้องกราบไหว้อัลลอฮฺ และจะต้องไม่ต้องไม่ยึดสิ่งใด เป็นภาคี เทียบเคียงพระองค์ ส่วนสิทธิของปวงบ่าวที่พึงได้รับจากอัลลอฮฺผู้สูงส่งก็คือพระองค์จะไม่ทรงลงโทษ ผู้ที่ไม่ยึดสิ่งใดเป็น ภาคีเทียบเคียงพระองค์” ฉันถามว่า “โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ จะไม่ให้ฉันบอกคนอื่น ด้วยหรือ?” ท่านตอบว่า “อย่าบอกพวกเขาเดี๋ยว พวกเขาจะละเลยโดยไม่เป็นอันทำการงานใด ๆ” 

(บันทึกโดยอัลบุคอรีย์  : 2856  มุสลิมตามสำนวนนี้ : 30)

      ดังนั้นมุสลิมทุกคนจะต้องเชื่อศรัทธาต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่อัลลอฮฺและร่อซูลได้บอกไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเร้นลับ สิ่งที่จะเกิดในอนาคต ไม่ว่า จะเป็น การตาย การลงโทษในกุโบร์ การสอบสวนในวันกิยามะฮฺ นรก สวรรค์ และ ฯลฯ รวมถึงจะต้องเชื่อและศรัทธาให้ถูกต้องตรงกับสิ่งอัลลอฮฺ ได้ทรงให้นบีมาบอกกล่าว

لَيْسَ الْبِرَّ أَنْ تُوَلُّوا وُجُوهَكُمْ قِبَلَ الْمَشْرِقِ وَالْمَغْرِبِ وَلَكِنَّ الْبِرَّ مَنْ آَمَنَ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآَخِرِ وَالْمَلَائِكَةِ وَالْكِتَابِ وَالنَّبِيِّينَ

หาใช่คุณธรรมไม่ การที่พวกเจ้าผินหน้าของพวกเจ้าไปทางทิศตระวันออกและทิศตระวันตก แต่ทว่า คุณธรรมนั้นคือ ผู้ที่ศรัทธาต่อ อัลลอฮฺ และวันปรโลก และศรัทธาต่อมะลาอิกะฮฺ ต่อบรรดาคัมภีร์ และนบี ทั้งหลาย.....

(อัลบะกอเราะฮฺ : 177)

آَمَنَ الرَّسُولُ بِمَا أُنْزِلَ إِلَيْهِ مِنْ رَبِّهِ وَالْمُؤْمِنُونَ كُلٌّ آَمَنَ بِاللَّهِ وَمَلَائِكَتِهِ وَكُتُبِهِ وَرُسُلِهِ لَا نُفَرِّقُ بَيْنَ أَحَدٍ مِنْ رُسُلِهِ

ศาสนทูตนั้น ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เขา จากพระผู้อภิบาลของเขา และผู้ศรัทธา ทั้งหลายก็ศรัทธาด้วย ทุกคน ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และมะลาอิกะฮฺของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระ องค์ และบรรดาศาสนทูตของพระองค์ โดยพวกเขากล่าว ว่า เราจะไม่แยกระหว่างท่านหนึ่งท่านใดจาก บรรดาศาสนทูตของพระองค์.....

(อัลบะกอเราะฮฺ  : 285)

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا آَمِنُوا بِاللَّهِ وَرَسُولِهِ وَالْكِتَابِ الَّذِي نَزَّلَ عَلَى رَسُولِهِ وَالْكِتَابِ الَّذِي أَنْزَلَ مِنْ قَبْلُ وَمَنْ يَكْفُرْ بِاللَّهِ وَمَلَائِكَتِهِ وَكُتُبِهِ وَرُسُلِهِ وَالْيَوْمِ الْآَخِرِ فَقَدْ ضَلَّ ضَلَالًا بَعِيدًا

โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงศรัทธาต่ออัลลอฮฺและร่อซูลของพระองค์เถิด และคัมภีร์ที่พระองค์ได้ประทาน ลงมาแก่ร่อซูลของพระองค์ และคัมภีร์ที่พระองค์ได้ประทานลงมาก่อนนั้น (คัมภีร์เตารอต , คัมภีร์อินญีล) และถ้าผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและมะลาอิกะฮฺของ พระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดาร่อซูลของพระองค์ และวันปรโลกแล้วไซร้ แน่นอนเขาก็ได้หลงทางไปแล้วอย่าง ไกลลิบ

(อันนิซาอฺ : 136)

      ส่วนหลักฐานจากฮะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นั้น คือะดีษที่มีราบงานจากท่านอุมัร อิบนุ ค็อฏฏอบ ในวันที่มะลาอิกะฮฺ ญิบรีลมาหาท่านนบี เพื่อสอนให้แก่บรรดาเศาะหาบะฮฺ โดยท่านญิบรีลได้ถามท่าน นบีว่า อะไรคืออีหม่านการศรัทธา? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิวะซัลลัม จึงตอบว่า

أَنْ تُؤْمِنَ بِاللَّهِ وَمَلَائِكَتِهِ وَكُتُبِهِ وَرُسُلِهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ وَتُؤْمِنَ بِالْقَدَرِ خَيْرِهِ وَشَرِّهِ

การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ การศรัทธาในมวลมะลาอิกะฮฺของพระองค์ ศรัทธาในบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ ศรัทธาในบรรดาศาสนทูต ของพระองค์ ศรัทธาต่อวันปรโลก และศรัทธาต่อการกำหนดทั้งดีและชั่ว....

(บันทึกโดยมุสลิม : 8)

      อิสลามจึงเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ เป็นศาสนาแห่งการให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺองค์เดียว พระองค์คือผู้ทรงคู่ควร แห่งการเคารพภักดี ไม่มีภาคี ใดๆต่อพระองค์  การอิบาดะฮฺของปวงบ่าวนั้นเพื่อพระองค์ โดยความบริสุทธิ์ใจ พระองค์คือผู้ทรงส่งบรรดานบี บรรดาร่อซู้ล เพื่อป่าวประกาศ เชิญชวนสู่พระองค์ รวมถึงเพื่อบอกกล่าวการเชื่อมั่น ที่ถูกต้องในศาสนาของพระองค์ การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ การศรัทธาในมวลมะลาอิกะฮฺของ พระองค์ ศรัทธาในบรร ดาคัมภีร์ของพระองค์ ศรัทธาในบรรดาศาสนทูตของพระองค์ ศรัทธาต่อวันปรโลก และศรัทธาต่อการกำหนดทั้งดี และชั่ว สิ่งต่างๆเหล่านี้คือ การศรัทธาที่ถูกต้อง


 


@ เขียนโดย เว็บมาสเตอร์ warasatussunnah.net  E-mail : warasatussunnah@hotmail.com  วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 54 เวลา 22.30 .